Monday , November 18 2019
Home / บันเทิง / ไอซ์ ปรีชญา ขอเคลีย์ทุกประเด็นร้อน “แย่งแฟนชาวบ้าน-ไฮโซทวงเสื้อ”

ไอซ์ ปรีชญา ขอเคลีย์ทุกประเด็นร้อน “แย่งแฟนชาวบ้าน-ไฮโซทวงเสื้อ”

 

ชีวิตมีเรื่องน่าปวดหัวให้ต้องเคลียร์เยอะพอสมควร สำหรับ ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ น้องคุกกี้ อรนลิน เน็ตไอดอลชื่อดังออกมาแฉพฤติกรรมของนางเอกสาวที่เข้าไปพัวพันกับหวานใจของเธอ ถึงขั้นต้องขอร้องให้หยุดและเห็นใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน

 

รวมไปถึงเหตุการที่ไฮโซหนุ่ม กรรณ ชลัช โพสต์ข้อความผ่านโลกโซเชียล เพื่อทวงคืนเสื้อแบรนด์เนมรุ่นหายากที่ถูกสาว ไอซ์ ยืมไปใส่ พร้อมระบุรายละเอียดในทำนองว่า เคยทักไปทวงหลายครั้งแล้วแต่ก็ไร้สัญญานตอนรับในทุกๆ ช่องทาง

 

ซึ่งล่าสุดขณะที่ ไอซ์ ปรีชญา เดินมาทางร่วมบูธ KENWOOD เจ้าตัวก็ได้ถือโอกาสออกมาชี้แจงปมดราม่าดังกล่าวให้บรรดาสื่อมวลชนฟังว่า

 

“จริงๆ มันก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ เอ่อ…แชทนั้นคือของไอซ์จริง แต่ต้องขอเท้าความก่อนว่าเรื่องแย่งแฟนมันไม่ได้เป็นแบบนั้น ไอซ์ยอมรับว่าไอซ์รู้จักกับฝ่ายชาย เนื่องจากเขาเป็นคนส่งข้อความมาหาไอซ์ผ่านอินสตาแกรมและก็บอกว่าอยากจะคุยเรื่องงาน ซึ่งเขาส่งมาตั้งนานแล้วนะคะ ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วด้วย ซึ่งไอซ์ไม่เคยตอบเลยเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องงาน”

 

“แต่ล่าสุดที่มีการติดต่อกันเกิดขึ้น ก็เป็นเพราะเขาบอกว่าเขาอยากจะคุยเรื่องงาน เป็นลักษณะการร่วมหุ้นของบริษัท ซึ่งพอมันเป็นเรื่องธุรกิจไอซ์ก็เลยคุยเอง แต่ด้วยความที่ไอซ์ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ เขาก็เลยขอเวลาหนึ่งชั่วโมงเพื่อจะอธิบายให้ฟังว่าธุรกิจนี้มันเป็นอย่างไรบ้าง เราก็เลยมีการนัดคุยงานกัน แต่ว่าตอนที่ไปก็มีเพื่อนๆ อีกคนหนึ่งนะคะที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย”

 

เป็นการคุยกันเรื่องงานปกติ ไม่มีเรื่องชู้สาวใช่ไหม ?

“ใช่ค่ะ แค่เรื่องงานอย่างเดียวเลย”

 

แต่จากข้อความแชทที่ออกมาเราสองคนดูสนิทสนมกันมาก ?

“ข้อความนั้นมันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งนะคะ แต่ถามว่าเราคุยงานในลักษณะไหน คือเขาก็คุยกับเราในลักษณะที่ทำให้ไอซ์รู้สึกว่ามันไม่ใช่การคุยงานนะ มันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น ไอซ์ก็เลยค่อนข้างงงนิดหนึ่ง แต่ก็เข้าใจว่าเข้ามาอย่างนี้”

 

“ซึ่งวิธีการคุยของเรามันก็เป็นการคุยปกติเลยค่ะ เพราะตัวไอซ์เองก็ไม่ได้มีใคร ไอซ์โสด ดังนั้นการที่มีคนเข้ามาคุยมันจึงเป็นเรื่องปกติ แต่ถามว่าไอซ์รับรู้หรือเปล่าว่าเขามีคนของเขาอยู่ไหม คือเรายังไม่ได้คุยกันมากถึงขั้นที่ว่าไอซ์จะต้องไปสืบว่าเขาเป็นใครหรือมีแฟนหรือเปล่า ไอซ์ไม่ทราบเรื่องอะไรตรงนั้นเลยค่ะ”

 

ท่าทีของเขาก็คือเอางานมาอ้างเพื่อที่จะจีบเราถูกต้องไหม ?

“ใช่ค่ะ”

 

พอทราบว่าเขาไม่ได้ตั้งใจมาคุยเรื่องงานจริงๆ แต่เข้ามาเพื่อจีบ ตอนนั้นเราทำยังไง ?

“ก็คุยปกติอย่างที่เห็นในแชทเลยค่ะ แต่อย่างที่บอกมันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง”

 

เราทราบไหมว่าแฟนเขาเข้ามาคอมเมนต์ถึงอินสตาแกรมเราให้เลิกยุ่ง ?

“ไอซ์ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เพราะที่เห็นในข้อความก็คือหนูโดนหลอก ไอซ์เองก็ตกใจนะ เพราะไอซ์ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน”

 

เคยเห็นข้อความที่เขาส่งมาหาเราเพื่อที่จะเคลียร์บ้างไหม ?

“ถ้าเห็นก็คงต้องคุยแล้วค่ะ แต่ประเด็นก็คือข้อความอินบ๊อกมันมีโอกาสน้อยมากที่เราจะอ่านเจอ มันต้องใช้เวลาในการนั่งไล่ดูจริงๆ แล้วถ้าหากอันไหนไม่ใช่เรื่องงานไอซ์ก็จะผ่านไป”

 

แสดงว่าเราไม่เคยคุยกับฝ่ายหญิงมาก่อน ?

“ไม่ได้คุยเลยค่ะ”

 

พอมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นฝ่ายชายเขามี ฟีดแบคยังไงบ้าง ?

“เขาก็มีขอโทษค่ะ ขอโทษสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็เหมือนกับข้อความที่น้องโพสต์ ประมาณว่าโดนหลอก ก็คือตามนั้นเลย เนื่องจากไอซ์ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางมาก่อนว่าจริงๆ แล้ว ตื้นลึกหนาบางเขาเป็นยังไง”

 

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ตอนนี้เรากลายเป็นเป้าของสังคมไปแล้ว ?

“ก็ไม่ได้รู้สึกดีนะคะ เพราะมันก็เป็นเรื่องไม่ดีที่เราถูกใครบางคนเข้ามาพูดอะไรไม่หมด เหมือนเราไม่รู้ความจริงอะไรเลย”

 

กลัวไหมว่าหลังจากนี้จะมีการแฉออกมาอีกเรื่อยๆ ?

“เขาก็แฉแล้วนะ (ยิ้ม) ส่วนข้อความอื่นๆ มันก็คงจะไม่น่ามากไปกว่านี้แล้ว เพราะเรื่องที่บอกว่ากินข้าวช้อปปิ้ง ไอซ์ก็ไม่ได้ไปคนเดียว ไอซ์มีเพื่อนของไอซ์ไปด้วยเหมือนกัน”

กับฝ่ายชายตอนนี้ยังติดต่อกันไหมหรือตัดขาดไปแล้ว ?

“ไม่คุยแล้ว เขาไม่มีสถานะค่ะ ไอซ์ไม่ได้บล็อกเขาด้วย แต่เพราะไอซ์ไม่ได้อยากคุย เขาไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับไอซ์เลยค่ะ ตัดออกไปเลยค่ะ”

 

เรากับเขาคุยกันมานานแค่ไหน ?

“ไอซ์จำไม่ได้หรอกค่ะว่ามันนานขนาดไหน รู้แค่ว่าไม่นานค่ะ ไม่นานเลย”

 

ถือว่าช่วงนี้เราเองก็ดวงซวยอยู่เหมือนกัน ?

“มันก็เป็นจังหวะชีวิตหนึ่งนะคะที่มีเรื่องร้ายเข้ามา แต่ก็ถือว่าไม่เป็นไรให้มันผ่านไปค่ะ”

 

ตัวเราเองได้อ่านคอมเมนต์ในโซเชียลที่พูดถึงเราบ้างไหม ?

“ก็มีผ่านตาบ้างนะคะ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปอ่านทุกคอมเมนต์อะไรขนาดนั้น”

 

แบบนี้จะกล้าเปิดใจไหม เพราะเปิดแล้วก็มีเรื่องเข้ามา ?

“ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่จริงๆ ก็ไม่รู้สึกว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่นะคะ มันแค่เป็นเรื่องที่เราไม่น่าจะเอามาใส่ใจ และก็ปล่อยให้มันจบไปดีกว่า”

 

นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ยังมีกรณีเสื้อแบรนด์เนมที่เราถูกทวงคืน ?

“เมื่อเช้าตอนที่ไอซ์ตื่นขึ้นมาเห็นข่าวก็งงเหมือนกัน เพราะไอซ์ก็รู้จักกับเขานะ ทำไมเขาไม่ติดต่อไอซ์มาเองล่ะ”

 

เหมือนเขาชี้แจงว่าเขาติดต่อมาหลายรอบแล้ว ?

“ไม่จริง ส่วนเรื่องเลขาทวง อันนี้ไอซ์ก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าเลขาจริงหรือเลขาปลอม รู้แค่ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาบอก โดยอ้างว่าเป็นเลขาของเขา ซึ่งไอซ์ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่จะเข้ามารับของที่บ้าน ดังนั้นไอซ์ขอถามหน่อยว่าใครจะกล้าให้มาที่บ้าน รวมถึงพอไอซ์ติดต่อเขาไป ไอซ์ก็ติดต่อโดยตรงไม่ได้ คือถ้าสมมติว่าไอซ์ให้ไปแล้ว แล้วเกิดไม่ใช่เลขาขึ้นมาไอซ์ก็ต้องแย่สิ ซึ่งไอซ์ติดต่อว่าจะคืนไปตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีอะไรติดต่อกลับมาเลย”

 

เราขอยืมเสื้อเขาไปจริงไหม อยากให้ชี้แจงในเรื่องนี้ ?

“ต้องแยกนะคะระหว่างขอยืมกับให้ยืม มันไม่เหมือนกัน คือไอซ์ไม่ได้ขอเขายืมนะ เขาเป็นคนให้เรามาเอง ไอซ์ต้องเล่าตั้งแต่เริ่มเลยว่า เขาเป็นฝ่ายส่งข้อความผ่านอินสตาแกรมมาหาไอซ์ โดยบอกว่าจะส่งเสื้อให้ ซึ่งเรารู้จักกันมาตั้งนานแล้ว เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว เรียกได้ว่ามาๆ ไปๆ กันอยู่ตลอด ดังนั้นพอเขาส่งข้อความมาบอกว่าจะส่งเสื้อให้ช่วยพีอาร์ ไอซ์ก็เลยโอเค บอกให้เขาส่งมาสิ และเขาก็ขอที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์ของไอซ์ไป ซึ่งเขามีหมดทุกอย่าง แต่ทำไมเขาถึงบอกว่าไม่มีอันนี้ไอซ์ก็ไม่รู้”

 

“หลังจากนั้นพอเขาส่งเสื้อมา เขาก็ให้ไอซ์ยืมเสื้อตัวนี้ใส่ไปเลย ซึ่งไอซ์ก็ไม่เข้าใจเจตนาของเขาว่าทำไมเขาไม่คุยกับไอซ์เอง ทำไมเขาต้องไปโพสต์อะไรแบบนั้นเขาต้องการอะไร ไอซ์ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

 

ตอนที่มีการส่งเสื้อมาให้ ได้มีกำหนดชัดเจนไหมว่าจะต้องคืนเมื่อไหร่ ?

“ไม่มีเลย ไม่มีเลยค่ะ”

 

ตอนที่คุยกัน เขาเคยมีท่าทีว่าจะจีบเราไหม ?

“ก็คงจะแบบนั้นแหละ เพราะด้วยความที่เราคุยกันปกติ แล้วอยู่ดีๆ ก็ไม่ได้มีการติดต่อกันเกิดขึ้น ซึ่งหลังจากที่เขาบอกว่าให้เลขาเขาโทรมา ไอซ์ก็เลยต้องการรู้ว่าเป็นเลขาเขาใช่ไหม เพราะไอซ์ก็ไม่ชัวร์อย่างที่บอก ไอซ์เลยต้องการคุยกับเขาติดต่อเขาตรงๆ ไอซ์รู้สึกว่าเราควรต้องคุยกันเอง ทำไมต้องให้อีกคนหนึ่งมาคุยกับไอซ์ ซึ่งเป็นคนที่ไอซ์ไม่รู้จัก”

 

ได้มีโอกาสคุยกับเขาไหม หลังจากที่มีคนบอกว่าเป็นเลขาติดต่อมา ?

“ไอซ์ส่งข้อความอินสตาแกรมไปหาเขาค่ะ และพอเขาไม่ตอบ ไอซ์ก็เลยฝากเพื่อนเขาไปถามว่าใช่คนนี้หรือเปล่าที่ให้ติดต่อมา”

 

เรื่องราวนี้มันเกิดขึ้นมานานแล้วหรือยัง ที่เราอยู่นำเสื้อเขามาใส่ ?

“นานมากแล้วค่ะ”

 

พอเขาออกมาทวงแบบนี้แล้วเราจะคืนเขายังไง ?

“เดี๋ยวก็อาจจะต้องโพสต์ค่ะว่าจะให้คืนที่ไหน เพราะอย่างที่บอกไอซ์ติดต่อเขาไม่ได้ ยินดีที่จะคืนอยู่แล้ว ไอซ์ไม่เคยปฏิเสธเลยเรื่องการคืน เพียงแต่ไอซ์กลัวเฉยๆ ว่าถ้าหากคืนไปแล้วมันจะไม่ถึงเขา ก็เท่านั้นเอง”

 

แต่จากโพสต์ของเขามันก็มีข้อความที่บอกว่า อยากได้ตัวไหนก็เอาไป แต่ต้องเอาตัวนี้มาคืน ?

“อันนั้นไอซ์ก็ไม่เข้าใจนะคะว่าเขาพูดทำไมเหมือนกัน”

แบบนี้การคืนมันจะต้องเป็นการคืนต่อหน้าเลยไหมหรือว่ายังไง ?

“ไม่จำเป็นเลยค่ะจะให้คืนด้วยวิธีไหนก็ได้ แต่เราต้องคุยกันสิ เรารู้จักกันนะคะ ไม่ใช่คนไม่รู้จัก”

 

มีอะไรจะฝากบอกเขาผ่านสื่อบ้างไหม ?

“ไม่มีอะไรจะพูดค่ะ ข้ามไปเลยละกัน”

 

แสดงว่ากับคนนี้ก็ตัดออกไปจากชีวิตด้วย ?

“ไม่อยู่แล้วค่ะ ข้ามไปเหมือนกัน”

 

กลายเป็นบทเรียนของเราเลยไหม ถ้าหากมีใครส่งข้อความมาอีก ก็อาจจะต้องเช็กให้ดีก่อน ?

“จะส่งให้ผู้จัดการช่วยสแกนเลยค่ะ”

 

เข็ดเลยไหมโดนมรสุมขนาดนี้ ?

“นั่นน่ะสิ ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้องมาเจอแบบนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ถือว่าทุกคนต่างก็ต้องมีเรื่องดีและไม่ดีเข้ามาในชีวิตเหมือนกันหมด เป็นบทเรียนของเราค่ะ”

 

ต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์เลยไหม ?

“ไอซ์เป็นคริสเตียน เดี๋ยวก็คงต้องไปเข้าโบสถ์ค่ะ”

 

ช่วงนี้โดนดราม่ารายวันเลยนะ แอบกลัวบ้างหรือเปล่า ?

“ไม่นะคะเพราะไอซ์ ไม่ได้ทำอะไรผิด ไอซ์ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย”

 

กังวลไหมว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบถึงงานของเรา ?

“ไอซ์มองว่าการที่มันออกมาเป็นแบบนี้ มันคือสิ่งที่เราห้ามไม่ได้ เราไม่สามารถทำอะไรได้ค่ะ” (Sanook)

 

Check Also

บิ๊นท์ สิรีธร สาวงามสายเภสัช ผู้คว้ามงกุฎเวที Miss International 2019 คนแรกของไทยในรอบ 59 ปี

บิ๊นท์ สิรีธร เภสัชกรสาว เจ้าของตำแหน่ง นางสาวไทย คว้ามงกุฎ Miss International 2019 คนแรกของเมืองไทยมาครอง ตำแหน่งที่รอคอยมานานกว่า 59 ปี ในที่สุดก็สามารถคว้าตำแหน่งที่แฟนนางงามไทยรอคอยมาครองได้ สำหรับนางงามสาว ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *