Wednesday , January 17 2018
Breaking News
Home / บันเทิง / เปิดใจ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” หลังโดนขุดปม “แอนนี่” วอนจบ-หวั่นกระทบอนาคตเด็ก

เปิดใจ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” หลังโดนขุดปม “แอนนี่” วอนจบ-หวั่นกระทบอนาคตเด็ก

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง กรณีพระเอกหนุ่ม “ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” และ “แอนนี่ บรู๊ค” กับปมข่าวสุดยืดยื้อ เมื่อ 5 ปีที่ก่อน โดย “แอนนี่” ออกมากล่าวหาว่า “ฟิล์ม” ซุปตาร์ที่กำลังโด่งดังในขณะนั้นเป็นพ่อของลูกในท้องเธอ ทำให้ต้องมีการตรวจพิสูจน์ DNA หาความจริง แต่ถึงเเม้ว่าผลตรวจนั้นจะออกมาว่า “ฟิล์ม” ไม่ใช่พ่อของลูกชาย “แอนนี่” เเต่ฝ่ายหญิงก็ไม่มีการออกมาแถลงข่าวเเต่อย่างใด กลับปล่อยให้เรื่องราวหายเงียบไปพร้อมกับชื่อเสียงของฝ่ายชาย จนกระทั่งมีชาวเน็ตออกมาขุดข่าวนี้ขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมติดแฮชแทก #ขอความเป็นธรรมให้ฟิล์มรัฐภูมิ

ซึ่งล่าสุดในงานพิธีบวงสรวงละคร “พ่อปลาไหล” ณ อาร์เอส ย่านลาดพร้าว ฟิล์ม ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าวว่า… “ได้เห็นครับ เพราะแชร์กันเยอะมาก ผมมองว่าจริงๆ แล้วความจริงก็คือความจริงครับ เราพูดมาตลอดอยู่แล้ว แต่ ณ ปัจจุบันนี้เหมือนใครเอาขึ้นมาโพสต์ใหม่อีกครั้ง ซึ่งในส่วนตัวผมนั้นได้พูดไปหมดแล้ว ในส่วนของครอบครัวก็ไม่ได้ดีใจหรือตื่นเต้นอะไรมากมายกับข่าว เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าความจริงคืออะไร”

“ถามว่ากระทบเราแค่ไหน ในส่วนตัวคือผมเชื่อมั่นในตัวผมเองอยู่แล้วอย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่วันแรก แต่ตอนนี้ผมอยากให้มันอย่าไปกระทบกับใครมากดีกว่า เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นความผิดของผู้ใหญ่ ซึ่งคนที่เขาไม่รู้เรื่องเขาอาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย ในส่วนตัวผมถ้าแฟนคลับเขียนมาว่าคิดถึงผม ผมได้อ่านผมก็ดีใจ แต่อย่าไปว่าใครหรือไปกระทบใครเขามากครับ”

“ส่วนตัวผม ผมมองที่ต้นเหตุก่อนครับ จริงๆ ทั้งหมดทั้งมวลมันก็เกิดขึ้นที่ตัวผมก่อนเหมือนกัน ผู้ใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องกันทั้งนั้น แต่เราไม่อยากไปรื้อฟื้นอะไรมาก ผมเลยไม่ได้ออกมาพูดอะไรมากมายนัก ได้แต่ออกมาขอบคุณที่คิดถึงกัน ขอบคุณที่รักกัน เพราะวันแรกที่ผมได้เข้ามาในวงการบันเทิงก็ได้รับการต้อนรับ การเอ็นดูจากพี่ๆ สื่อมวลชนและแฟนคลับทั้งนั้น”

“ถามว่าสบายใจขึ้นไหม มันอยู่ที่ตัวเราเองนะครับ ผมพูดเสมอว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง แล้ววันนี้มันก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น แต่ตัวผมเองไม่ได้แสดงอาการว่าดีอกดีใจหรือไปตื่นเต้นอะไรกับข่าวมากนัก เพราะผมมองว่ามันอาจจะไปกระทบกับคนที่ไม่รู้เรื่อง”

“มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่คนจะพูดถึงเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ให้ความชัดเจนกับสังคมตั้งแต่ตอนแรก สังคมก็จะหยิบขึ้นมาพูดตลอดเวลา แต่ ณ วันนี้ทุกอย่างมันชัดเจนขึ้น เขาก็ต้องเอาออกมาพูดอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่ในส่วนตัวผมชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่วันแรก อาจจะนานหน่อยแต่ทุกวันนี้เรื่องก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ”

“ไม่มีการขอค่าเลี้ยงดูคืนครับ มันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว วันนี้ต่างคนต่างมีชีวิตใหม่ ทำตัวให้ดี ทำประโยชน์ให้กับสังรม และทำทุกอย่างให้ดี แก้ไขในสิ่งที่เคยผิดพลาดและคึกคะนองกันมา”

“กับชื่อเสียงที่เคยเสียไป ถามว่ารู้สึกยังไงบ้าง ตัวผมเฉยๆ ครับ ทุกวันนี้ผมรู้ตัวว่าผมทำอะไร สิ่งที่มันเกิดขึ้นมามันก็เป็นสิ่งที่เกิดจากการกระทำของผมเหมือนกัน ผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นต้นเหตุครับจะไปโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ไม่ได้เพราะมันเป็นต้นเหตุด้วยกันทั้งนั้น แต่ ณ วันนี้เรารู้แล้ว เราก็แก้ไขปรับปรุงให้มันดีขึ้น ไม่เป็นไรครับ เริ่มกันใหม่ ทำงานกันใหม่”

“ภาพที่ติดผมว่าอยู่ที่คนมอง วันนี้พอข่าวเริ่มชัดเจนยิ่งขึ้น คนก็มองกันใหม่ได้ แต่ในส่วนตัวผม ผมรู้ดีอยู่แล้วว่าผมทำอะไร และผมรู้ดีอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ แต่วิธีการใช้คำพูดของผมคือผมไม่ทำร้ายใครอยู่แล้ว ผมก็พูดกลางๆ แล้วให้ทุกคนไปคิดกันเอาเองว่าประมาณไหน ผมจะพูดแฝงไว้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลผมไม่อยากให้ไปเล่าเรื่องเก่า เราผ่านกันมานานหลายปีแล้ว ทุกคนต่างมีชีวิตที่ดี ต่างคนต่างอยู่มานานครับ”

“เรื่องนี้จบมันก็ดีแหละ ต้องขอบคุณทุกๆ คนเลยที่คิดถึงกัน ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจที่ส่งมาให้ แต่จริงๆ แล้วคนที่เขาไม่รู้เรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวอะไร อยากให้เขามีอนาคตทีดี มีชีวิตที่ดีต่อๆ ไป ไม่อยากให้เขาต้องถูกใครมาว่าหรือมาล้อ แต่ในส่วนของผู้ใหญ่ก็ได้รับโทษในส่วนของแต่ละคนไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรครับ”

“สิ่งที่พูดมาวันนี้คือห่วงความรู้สึกเด็กครับ จริงๆ เรื่องราวของเขาผมก็ไม่ได้ติดตามอะไร แต่พอมีกระแสข่าวขึ้นมาผมก็ตามอ่าน ผมเห็นว่าคนที่ไม่รู้เรื่องแต่ถูกพิพากษาไปด้วยมันดูแล้วน่าสงสาร ไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ เพราะจริงๆ แล้วมันเกิดจากการกระทำของผู้ใหญ่ทั้งนั้น”

“ส่วนคำขอโทษ ผมว่าไม่จำเป็นนะครับ ถ้าจะได้รับมันควรต้องเป็น ณ วันนั้น ณ เหตุการณ์ตอนนั้นที่เราเกิดวิกฤตกันอยู่ แต่ ณ วันนี้ผ่านมาหมดแล้ว ผมก็มีชีวิตของผมแล้ว ครอบครัวผมก็โอเคขึ้นแล้ว ทั้งหมดทั้งมวลผมไม่เคยโทษคนอื่นนะครับ ผมโทษแต่ตัวผมเองทั้งนั้น มันก็เกิดจากการกระทำของตัวผมเองทั้งนั้นแหละ ถ้าผมไม่เริ่มมันก็คงไม่เกิด เลยโทษแต่ตัวเองครับ ไม่รู้จะโทษคนอื่นทำไม”

 

Check Also

“มาริโอ้” ย่องเงียบรับทราบข้อหาขับรถประมาท

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 61 เพจดังอย่าง  ปาร์ค โบ้โบ้เบ้เบ้  ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ค เป็นเหตุการณ์ที่รถหรูมีเรื่องกับแท็กซี่เหลืองเขียวขับรถปาดหน้ากัน บริเวณแยกประตูน้ำ แล้วอยู่ๆ แท็กซี่เขียวเหลืองก็ยิงหนังกะติ๊กใส่กระจกรถฝั่งคนขับจนกระจกแตก จนทำให้เจ้าของรถหรูคันดังกล่าวลงมาจากรถ ซึ่งพอเจ้าของรถที่ถูกยิงลงมาจากรถ จึงเห็นว่าเป็นพระเอกสุดฮอต ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *