Saturday , May 30 2020
Home / บทความ / รู้จักพ่อ / บทที่ 11บทสรุป “พญาควาย”

บทที่ 11บทสรุป “พญาควาย”

โดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

ถอดบรรยาย/เรียบเรียง..ศฬรรธร มงคลคุณ

ต่อจากฉบับที่แล้ว

บทที่ 11….บทสรุป “พญาควาย”

ไม่มีใครรู้เลยว่าดินถล่ม น้ำหลาก เรื่องภัยพิบัติเหล่านี้เป็นงานหลักของมูลนิธิชัยพัฒนาด้วย พระองค์ท่านทรงพระราชทานความช่วยเหลือ เคยได้ยิน “มูลนิธิราชประชา” ไหมครับ เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ท่านแบ่งหน้าที่ไว้ไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกับมูลนิธิชัยพัฒนา

หากเกิดภัยพิบัติ…งานเฉพาะหน้าจะเป็นของ “ราชประชา” พอน้ำหมด พายุผ่าน ราชประชาถอนกลับ ตอนนี้ชัยพัฒนาเข้าฟื้นฟู ปลูกบ้าน นี่คือหน้าที่ที่แบ่งไว้

เมื่อครั้งตอนสึนามิ จะต้องสร้างบ้านให้เสร็จอย่างรีบด่วน เราเกณฑ์ทหารช่างทำให้เสร็จภายใน 3 เดือน ผมไปเกณฑ์นักเรียนอาชีวะ เอามาทั่วไปหมด 700 คน ถามว่ากลัวไหม ก็กลัวนะครับว่าพวกเขาจะลุกขึ้นมาตีกัน ปรากฏว่าไม่ตีกันเลย ทำงานกับทหาร ตื่นเช้าเคารพธงชาติ บ้านแบ่งกันไป คนละ 30 หลัง ใครมาจากโรงเรียนไหน ถอดเสื้อให้หมด ใส่เสื้อยืดใหม่ของมูลนิธิชัยพัฒนาแทน และถ้าอยากตีกันให้ไปตีกับซีเมนต์ ตีกับตะปู ตกเย็นก็หมดแรงแล้วครับ

สุดท้ายก็สำเร็จเป็นโครงการหมู่บ้านทุ่งรัก บ้านยกใต้ถุนสูง เราคิดเผื่อไว้อีกหน่อย หากบ้านไหนขยายครอบครัวก็กั้นห้องเพิ่มได้อีก 2 ห้อง เห็นไหมเป็นการวางอนาคตไว้ล่วงหน้า ตอนนั้นเงินบริจาคเข้ามาเยอะมาก ก็สร้างกันเต็มที่เลย ไอ้เรื่องเข้าพกเข้าห่ออะไรมูลนิธิไม่เอา สร้างอย่างดี ถนนหนทางกว้างขวาง

นอกจากบ้าน…ปรากฏว่าเรือแตกเป็นพันๆ ครับ แล้วเราจะหาไม้มาจากไหนมาสร้างเรือให้ชาวบ้าน เลยเอาไฟเบอร์ทำแทน เปลี่ยนวัสดุแต่คงโครงสร้างเดิมเพื่อรักษาประเพณีคนท้องถิ่นไว้ ให้เป็นเรือปักษ์ใต้ตามเดิม ที่นี่พอใช้ไฟเบอร์ ค่าขูดเพรียงอะไรก็ไม่ต้องเสีย แล้วเรือนี้ไม่มีวันคว่ำ ไม่มีวันจม เป็นเรือที่พวกเราภูมิใจมาก เพราะพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระเทพฯ คิด แล่นแจ๋วเลย บรรทุกของได้เยอะ พอสร้างเสร็จเราไปถามชาวบ้านว่าดีไหม พวกเขาก็บอกว่าดีครับ แต่พอถามว่าเอาไหม พวกเขาตอบว่าไม่เอาครับ..อ้าว!

เขาบอกอย่างนี้ครับ….ไม่ได้หรอก คนเรียนนอกไม่รู้เรื่องอะไร เรือต้องมีแม่ย่านาง มันเป็นความเชื่อที่ว่าเรือต้องมีไม้ ขนาดไม่มีไม้ยังหาไม้ตะเคียนมาเสียบไว้หน่อย เรือพลาสติกไม่มีไม้ แล้วแม่ย่านางจะอยู่ได้ยังไง โอ้โหว…สุดบรรยายเลยนะครับ เราถึงกลับก่ายหน้าผาก แล้วคราวนี้จะทำอย่างไร ผลิตออกมาแล้วเป็นพันๆลำ ถ้าไม่รับเนี่ยเจ๊งเลยนะ

พวกเรากลับไปนอนคิดอยู่ 2 วัน ก็กลับไปหาชาวบ้านอีกที ถามว่าเคยเห็นแม่ย่านางหรือเปล่า ถ้าไม่เคย แล้วอยากได้แม่ย่านาง รู้ได้ไงว่าเรือพลาสติกไม่มีแม่ย่านาง เรือไม้ชาวบ้านก็ไม่เคยเห็นแม่ย่านาง เขาก็บอกใช่ ไม่เคยเห็นแต่เป็นความเชื่อ

ผมเลยบอกว่า เอางี้ดีกว่าเรือชัยพัฒนา แม่ย่านางเสด็จมาเลย ตัวเป็นๆ เลยนะ จะรับไหม? เขาบอกถึงขนาดนั้นเลยหรอ ให้เห็นกับตาเลยใช่ไหม เขาบอกถ้างั้นเขารับ

เท่านั้นแหละครับพวกเราให้ชาวบ้านมารับเรือพรุ่งนี้เช้า ให้เข้าแถวเป็นระเบียบ เพื่อรอรับเรือจากแม่ย่านาง

Pangnga_13_03_51_P49Pic_42_1

จากนั้นผมไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพฯ บอกพรุ่งนี้ต้องเล่นอีกบทแล้วพระเจ้าค่ะ พระองค์ท่านรับสั่งถามเล่นอะไร บอกเป็นแม่ย่านาง เอาผ้าสีม่วงไปผูกหัวเรือทุกลำเลยนะ

พอเจอชาวบ้าน เราก็ถามเป็นไงนี่แหละแม่ย่านาง เห็นเป็นองค์เลย แล้วสมเด็จพระเทพฯ ก็ประทับเรือให้ดูก่อนด้วย ส่วนผมก็ขับเรือหางยาวโชว์ให้ชาวบ้านเห็นว่าเรือนี้ดีมาก ถ้าใครบอกเรือพลาสติกแตกง่าย เราแจกค้อนเลย ใครทุบเรือพลาสติกแตกได้ให้เรือไม้ 2 ลำ ชาวบ้านทุบกันใหญ่เลยครับ แต่ไฟเบอร์ทนยิ่งกว่าเหล็กด้วยซ้ำไป คราวนั้นเลยรอดไปครับ ชาวบ้านเข้าแถวรับอย่างดี ตอนนี้ไปดูครับเรือชัยพัฒนาวิ่งเต็มอ่าวเลย

เห็นไหมครับว่าพอทำงานตรงนี้จะได้ความรู้เยอะมากที่ตำราเมืองนอกไม่มีสอน การพัฒนาประเทศ อย่าไปเปิดตำราฝรั่งอย่างเดียว เราต้องรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ต้องรู้ความต้องการแล้วถึงจะแก้ได้ตรงจุด

บ้านเราชอบไปเรียนเมืองนอก แล้วคิดว่าเมืองไทยต้องเอาแบบเขา แต่ลืมว่าเราเกิดไม่เหมือนกัน…ผมเรียนเมืองนอกมาตลอด แต่เชื่อไหมผมไม่เคยเอากลับมาเลย

คำว่า “ประชาธิปไตย” ถ้าผมเปรียบเทียบนะ ก็เหมือน “คาโบไฮเดรต” ร่างกายเราต้องกินแป้ง ไม่กินก็ไม่มีกำลัง แต่กินอย่างไร เมืองไทยกินเป็น “ข้าว” ยุโรปเขากิน “ขนมปัง” ที่ฝรั่งเศษกิน “ขนมปังยาวเป็นวา” พอข้ามไปอังกฤษ “กินเป็นแผ่น” พอไปอิตาลี กินเป็น “เส้น”

แต่เห็นไหมครับก็คาโบไฮเดรตเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเหมือนกับประชาธิปไตย ผมเรียนวิชานี้มาโดยตรง…แป้งหรือประชาธิปไตยที่เรากำลังเปรียบเทียบอยู่ มันคือ สิ่งจำเป็น สิ่งสำคัญ แต่รูปแบบสำคัญกว่าครับ ต้องให้สอดคล้องกับค่านิยมและประเพณีของแต่ละบ้านด้วย เราคงไม่ทะลึงเอาเนยเอาแยมมาป้ายข้าวแล้วรับประทาน จริงไหมครับ ถามว่ากินได้ไหม กินได้ครับ แต่ใครจะทำแบบนั้น เหมือนเอาขนมปังมากินกับปลาทูแล้วเอาน้ำพริกราด มันกินได้นะแต่มันไม่ใช่

เพราะฉะนั้นตรงนี้นักวิชาการควรคำนึงถึงด้วย ไม่ใช่ว่าเรียนจบที่ไหนก็ไปลอก “ประชาธิปไตย” ที่นั่น

พระเจ้าอยู่หัวฯ บอก ถ้าวันนี้เราทำอาหาร ขอให้นึกไว้ว่ามีคนบนโลก 800 ล้านไม่มีแม้กระทั่งน้ำสักหยดจะกิน ทำไมเราไม่เอาจุดเด่นของเรามาใช้ ใช้เศษฐกิจพอเพียงนำทาง โดยมีหลักสำคัญไว้ยึด คือ จะคิดจะทำอะไร ต้องเป็นคนดีและอย่าโกง

ท่านแช่งไว้แล้วนะครับ ใครทุจริตแม้นิดเดียวขอให้มีอันเป็นไป…ทุกงานที่ผมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรฝึกอบรม เรื่องยืนพื้น คือ ผมไปขู่ข้าราชการ…ระวังนะการกินการโกงทุกครั้ง กระทำต่อหน้าพระพักตร์ เพราะเวลารับแบงค์ บนแบงค์มีพระเจ้าอยู่หัวทรงจ้องเขม็งมาทุกใบ…ได้ยินตอนหลังมีคนมาฟ้องว่า ผมไปขู่อย่างนี้รู้ไหมเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้จะรับใต้โต๊ะ มันไปกำชับกรุณาห่อให้เรียบร้อยด้วยนะ กลัวพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็น! เป็นซะอย่างนั้นไป

สุดท้ายแล้ว…ผมขอฝากไว้ ความจริงสิ่งสำคัญของหลัก “ปรัชญาเศษฐกิจพอเพียง” คือ รวยนะดีแล้ว พระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ให้บูชาความจน แต่สำคัญต้องตอบให้ได้ว่ารวยแล้วยั่งยืนไหม ไม่ใช่รวยวันนี้แล้วพรุ่งนี้ร่วง รวยแล้วต้องรวยตลอดไป

การเป็นเสือมันไม่สำคัญหรอกครับ…เราเป็น “พญาควาย” ดีกว่าเป็นเสือนอนตาย จริงไหมครับ!

-จบ-

Check Also

บทที่ 10 ทางสายกลาง

โดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ถอดบรรยาย/เรียบเรียง..ศฬรรธร มงคลคุณ ต่อจากฉบับที่แล้ว บทที่ 10….ทางสายกลาง แนวพระราชดำริด้านพลังงานท่านก็ทำ ที่อ่าวลึก จังหวัดกระบี่ โครงการพระราชดำริฯ ได้คิดค้นสูตรจนได้ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *