Saturday , May 30 2020
Home / บทความ / รู้จักพ่อ / บทที่ 9 นักประดิษฐ์/ความเชื่อท้องถิ่น

บทที่ 9 นักประดิษฐ์/ความเชื่อท้องถิ่น

โดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

ถอดบรรยาย/เรียบเรียง..ศฬรรธร มงคลคุณ

ต่อจากฉบับที่แล้ว

บทที่ 9….นักประดิษฐ์/ความเชื่อท้องถิ่น

ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วย เพราะฉะนั้นเวลาว่างท่านจะใช้เวลาสร้างนวัตกรรมขึ้นมาใหม่ สร้างเป็นกังหัน “กังหันชัยพัฒนา” ได้สิทธิบัตร การทำงานของกังหันนี้ระหว่างที่ตักน้ำขึ้นแล้วโปรยลงมานั้นน้ำกระทบกับอากาศ ถูกบรรจุออกซิเจนลงไปในน้ำ ทำให้น้ำไม่เน่าเสีย

สาเหตุที่น้ำเน่าเพราะว่าไม่มีออกซิเจน เพราะมีออกซิเจนน้ำก็หายเน่า

ที่บรัสเซลส์ ขอ “กังหันชัยพัฒนา” ของพระเจ้าแผ่นดินของเราไปตั้งที่กลางเมืองเขา ต่างชาติยังสดุดีพระเจ้าแผ่นดินเรา และผลงานนี้ยังได้รางวัลมากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นรางวัลของต่างประเทศ ไม่ใช่รางวัลในประเทศ

ปัจจุบันนี้ติดตั้ง “กังหัน” กันทั่วไปหมด จริงๆ แล้วที่มา “กังหันชัยพัฒนา” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านเอามาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งท่านไม่เคยมองข้าม แต่มาสร้างใหม่ให้มีเครื่องยนต์

มีเรื่องตลก…วันหนึ่งเราเอา “โมเดลกังหันชัยพัฒนา” ขนาดเล็กมาตั้งแสดง มีเด็กคนหนึ่งมาดูทุกวัน เลิกเรียนแล้วก็มาดู พอวันสุดท้ายของงานจัดแสดง เด็กคนนั้นกำเงินมา 10 ยูโร เขาบอกระหว่างอาทิตย์เขาไม่ได้กินขนมเ เก็บเงินไว้ ขอซื้อได้ไหมตัวนี้ ฟังแล้วทราบซึ้งมาก เราบอกเด็กคนนั้นไปว่าไม่ต้องซื้อหรอก เก็บเงินไว้เถอะ แล้วยกโมเดลให้ไปเลย ก็เป็นเรื่องที่น่ารักดี

แต่ก็มีเหมือนกันพวกขี้สงสัย คนไทยบางคนบอกว่า “โอ้ยไม่จริงหรอกพระเจ้าอยู่หัวคิดอะไร ช่างต่างหากที่ทำถวายกันไป?” แต่หารู้ไหมว่าท่านมีสมุดดีไซน์ ซึ่งเป็นลายมือของท่าน งานทุกชิ้นก่อนที่จะประดิษฐ์อะไร ท่านจะพระราชทานแบบร่างมาให้ก่อน แล้วช่างคือพวกเราถึงจะมาประกอบตามที่ท่านออกแบบไว้

ที่บึงมักกะสัน…ท่านก็ลงไปล่องมาแล้ว ตอนนั้นผักตบชวาเต็มเลยนะ สามารถเดินข้ามได้เลย พอท่านจะเสด็จไป ท่านบอก….สุเมธวันนี้ไปเที่ยวกัน! ผมได้ยินคำนี้ทีไร ใจหายวาบทุกที เพราะไปเที่ยวกับท่านทีไร เหงื่อตกทุกที เวลาทำงานท่านจะใช้คำว่าเที่ยว เผื่อให้บรรยากาศมันผ่อนคลาย

พอท่านเสด็จไปถึงบึงมักกะสัน ซึ่งเป็นของกทม. แต่กรมรถไฟขอใช้เป็นที่ซ่อมรถไฟ เทน้ำมันเครื่องลงไป น้ำก็เน่าเหม็นหมด ผักตบชวาก็ขึ้นเต็มบึง ก่อนออกเดินทางรับสั่งบอก… “เดี๋ยววันนี้ฉันจะพาไปดูอธรรมสู้กับอธรรม” เราก็นึกว่าวันนี้ท่านทอดพระเนตรหนังจีนหรือเปล่า เพราะเรายังไม่เข้าใจ

พอไปถึงบึงมักกะสัน ผู้ว่าฯกทม. ยืนรับเสด็จ ผู้ว่าการรถไฟ คนใหญ่คนโตเยอะแยะมารับเสด็จ พอลงจากรถปั๊บ ท่านรับสั่งถาม “ที่นี่ใครใหญ่?” โอ้ว…หงอยเป็นแถวเลย พระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ใครจะใหญ่…จริงๆ ประเด็นของท่าน คือ เกี่ยงกันทำไม กทม.อ้างบอกให้รถไฟใช้แล้ว รถไฟเทน้ำมันเครื่องไปก็จริงแต่ที่ยังเป็นของกทม. จึงไม่มีใครดูแล

เห็นไหมว่าเวลาท่านสอนท่านสอนแบบให้เราคิด ที่ไม่มีใครใหญ่ก็เพราะไม่มีใครรับผิดชอบ ท่านรับสั่งเรียกผมไป บอก คนที่ใหญ่จริงๆ คือคนนี้ สมญานามคือ “เจ้าพ่อ” ท่านบอก..ผมเนี่ย คือ เจ้าพ่อโปรดเกล้าฯ

แต่เบื้องหลังจริงๆ ที่มาของสมญานาม “เจ้าพ่อโปรดเกล้าฯ” คือ วันหนึ่งที่หัวไทร ที่ปักษ์ใต้ มีต้นไทรใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ปรากฏกรมชลฯจะตัดคลองผ่าน แต่ต้นไทรไปขวางคลองนิดนึง กรมชลฯก็จะตัด นำรถแท็กเตอร์ไปตัด ก็เกิดอาเพศ คนตกมาชักดิ้นชักงอ เอาเรือเข้าไปจะขุดออกมา เรือก็ดับ คือ มีอันเป็นไปหมด

วันนั้นชาวบ้านมาฟ้องบอกว่าต้นไทรต้นนี้ขอเถอะอย่าไปตัด เพราะมีผีประจำต้นไทรอยู่ ท่านรับสั่งบอกมีผีงั้นหรอรอเดี๋ยวๆ ผมยืนอยู่ บอกมานี่ๆ สุเมธ เรียกผมไป ท่านรับสั่งถามกับชาวบ้านว่า “รู้จักเขาไหม?” ชาวบ้านก็มองผม บอกเคยเห็นในทีวี ท่านถามเห็นแล้วเป็นยังไง เนี่ยเขาเจ้าพ่อนะ รู้สึกยังไง? ชาวบ้านก็แสนเหลือเกิน บอก “ท่าทางมีวิชา!”

ท่านรับสั่งเขานี่แหละเจ้าพ่อ ไม่เป็นไรๆ ผีต้นไทรหรอ ส่งเจ้าพ่อไปปราบผีต้นไทรแล้วกัน

ผมเนี่ยหัวใจหล่นไปอยู่ข้างล่างเลยนะครับ เป็นคนเรียงหน้าผมไม่กลัวนะ แต่เจอผีนี้ไม่ไหว แต่ก็ต้องไปครับ ผมไปทูลสมเด็จพระเทพฯ บอกว่าที่ไปเนี่ยยังไม่รู้เลยว่าเป็นผีผู้หญิงหรือผีผู้ชาย แล้วจะเอาของไปถวายขอสักการะขอขมาอย่างไร

สมเด็จพระเทพก็สนุกตอบมาว่า ไม่เห็นเป็นไรสมัยนี้ Unisex แล้ว ซื้อไปเถอะถวายอะไรเทพก็รับหมดแหละไม่ต้องห่วง…นี่คือพระอารมณ์ขันของท่าน

แต่จริงๆ นะครับ…พอไปถึงแล้วไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ วันไปสำรวจ ไปกัน 7 คนพร้อมเจ้าหน้าที่ ก็มีต้นไทรใหญ่มาก สวยมากเป็นพุ่มขนาดยักษ์เลย เขาก็เอาไม้กระดานมาพาด ผมก็เดินลงนำไปเลย ในฐานะหัวหน้าจะต้องตายก่อน

วันนั้นมีพระเดินสวนทางมาจากต้นไทร คนก็มาเต็มเลยนะมาขัดต้นไทรก็มี มีพระ 3-4 รูปเดินมา เราชาวพุทธก็เดินลงจากไม้กระดานนั้น พนมมือแล้วให้พระท่านขึ้นไปก่อน ท่านยังหันมายิ้มเลย ตอนนั้น 11 โมงเช้าครับ ผมพนมมือ ลูกน้องผมก็เดินลงตามพนมมือกันหมด พอท่านเดินผ่านไป เราก็ไปสำรวจที่ต้นไทร มีกระดูกอะไรต่ออะไรก็ไม่รู้กองอยู่รอบต้นไทร อยู่ในโพรงต้นไทร ผมนึกเอ๊ะใจขึ้นมาว่านี่ใกล้เวลาเพลแล้ว พระ 3-4 รูปนั้นต้องยังไม่ได้ฉันเพลแน่เลย ผมจึงสั่งลูกน้องให้เอาข้าวห่อในรถไปถวายพระก่อน เจ้าหน้าที่ 7-8 คนที่ตามไปด้วยก็ถามผมว่า ถวายพระที่ไหน ผมก็บอกพระที่เดินสวนขึ้นไปไง ทุกคนก็บอกว่าไม่เห็นมีพระที่ไหนเดินสวนไป ผมยังเถียงว่าเห็นกับตา แล้วพวกเอ็งยังลงจากกระดานยกมือไหว้เลย เขาบอกผมว่า พวเขาไม่เห็นอะไรหรอก เห็นว่าผมยกมือไหว้ ก็ไหว้ตามด้วย ก็เสร็จสิ ผมเห็นอยู่คนเดียว

นี่เป็นเรื่องที่อธิบายไม่ได้ครับ หลังจากจัดการทำพิธีสักการะเรียบร้อยแล้ว พระเจ้าอยู่หัวท่านก็พระราชทาน “ศาล” ให้ จะว่าท่านไม่เชื่อก็ไม่ได้นะครับ ถ้าชาวบ้านมีความเชื่ออย่างนั้น ท่านก็ให้การเคารพ ท่านจึงให้ตั้ง “ศาลชัยพัฒนา”

ก็อีกแหละ…ผมเป็นตัวแทนพระองค์ ทำพิธีหลวงใหญ่มาก วันประกอบพิธีตั้งศาลฝนตกหนักมาก พอแต่รถจอดถึงหน้างาน ฝนหยุดตกทันที เหมือนปิดก็อกน้ำยังไงยังงั้นครับ พระอาทิตย์หลบเข้าหลังเมฆ คนที่อยู่ที่นั้นงงกันหมด เพราะฝนตกหนักมากอยู่ดีๆ หยุดตกเฉยเลย แถมแดดก็ไม่มี เย็นสบายมาก ประกอบพิธีจนกระทั่งเสร็จ

ล่าสุดสมเด็จพระเทพฯเพิ่งเสด็จไป บอกว่ามีเจ้าพ่อ เจ้าแม่แล้ว แล้วก็มีของมาถวายเต็มไปหมด ท่านบอก สงสัยตอนนี้คงเป็นครอบครัวใหญ่แล้วนะ น่าจะสร้างศาลเล็กๆ ให้อีก เป็นศาลคอนโดต่อไป ทรงมีพระอารมณ์ขัน แต่จริงๆ ท่านให้ความเคารพคนในพื้นที่ด้วย

ที่เล่ามาก็คือ ที่มาของ “เจ้าพ่อโปรดเกล้าฯ” ไม่ได้เป็นนักเลงนะครับ แต่เป็นเจ้าพ่อถูกสั่งให้ไปปราบผี

อ่านต่อฉบับหน้า

Check Also

บทที่ 11บทสรุป “พญาควาย”

โดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ถอดบรรยาย/เรียบเรียง..ศฬรรธร มงคลคุณ ต่อจากฉบับที่แล้ว บทที่ 11….บทสรุป “พญาควาย” ไม่มีใครรู้เลยว่าดินถล่ม น้ำหลาก เรื่องภัยพิบัติเหล่านี้เป็นงานหลักของมูลนิธิชัยพัฒนาด้วย พระองค์ท่านทรงพระราชทานความช่วยเหลือ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *