Wednesday , May 27 2020
Home / บทความ / รู้จักพ่อ / บทที่ 2 กุศล

บทที่ 2 กุศล

โดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

ถอดบรรยาย/เรียบเรียง..ศฬรรธร มงคลคุณ
baby
ต่อจากฉบับที่แล้ว

บทที่ 2 กุศล

ท่านครับที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติทุกอย่าง วันนี้ผมคิดว่าเนื่องมาจากสมเด็จพระบิดา ท่านไม่เรียนทหาร ไม่เรียนรัฐศาสตร์ เพื่อมาเป็นเจ้าเป็นนาย แต่เรียนหมอ เรียนหมอเสร็จขอไปประจำที่เชียงใหม่ ท่านครับเชียงใหม่เมื่อครั้งกระนั้นมันไม่เหมือนนั่งเรือบิน 50 นาทีในวันนี้ ไม่มีอะไรเลยเป็นเรือนไม้เก่าๆ เครื่องไม้เครื่องมืออะไรต่ออะไรกว่าจะเดินทางไปถึง ต้องขี่ช้างขี่ม้า เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าพระองค์ท่านจึงมีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่  Service Mind” หรือจิตใจที่จะบริการหรือช่วยเหลือประชาชนนั้นมีมาตั้งแต่สมเด็จพระบิดา สมเด็จพระมารดา แล้วถ่ายทอดมาสู่พระองค์

วันนี้ผมเข้าใจพระเจ้าอยู่หัวแล้ว เพราะฉะนั้นอย่ารังเกียจประโยคของผมที่ว่าเราไม่ค่อยจะรู้จักพระเจ้าอยู่หัวนะครับ เพราะเราไม่ค่อยได้ติดตาม ไม่ค่อยได้ศึกษาว่าพระองค์ท่านรับสั่งว่าอะไร ทรงสอนอะไรเรื่องต่างๆเหล่านี้ เราต้องยอมรับว่าเราก็ไม่ค่อยจะสนใจ เราก็ได้แต่ชื่นใจปิติในทุกครั้งที่ท่านเสด็จ เราก็จะวิ่งไปเฝ้า น้ำหูน้ำตาไหล แต่ถ้าถามว่าท่านเสด็จไปไหน ไม่มีใครรู้หรอกครับ แค่เห็นก็ดีใจแล้ว อย่างนี้เป็นต้น

เพราะฉะนั้นวันนี้อยากจะฝากสิ่งที่ทรงอุทิศพระวรกายตลอดมาจนพระองค์ท่านมีพระชนมายุ 88 พรรษาแล้วนะครับ เลขจีนถือว่าเป็นเลขสวย เมื่อเร็วๆ นี้ ประเทศแคนนาดา เขาทำเหรียญพระเจ้าอยู่หัวของเรา ไม่มีใครจ้างเขาทำนะครับ เขาทำของเขาเอง แล้วจำหน่ายเพื่อนำรายได้ถวายพระเจ้าอยู่หัวหมดเลย นี่คือต่างชาติครับ แล้วทำไมรู้ไหมครับ ฝรั่งเขาเอาเลข 88 นอน เป็นความหมาย “Infinity” ได้ดับเบิ้ล “ไม่รู้จบ ไม่รู้จบ” นี่คือสายตาของฝรั่งที่เขามองพระเจ้าแผ่นดินของเรา ไม่รู้สิ้นสุด ไม่มีจบ ความดีความงามของพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ทำให้แผ่นดินไม่รู้จบ และไม่รู้จบจริงๆ ครับ

เมื่อท่านเสด็จขึ้นครองราชย์…เรื่องนี้อาจมีบางคนไม่เห็นด้วยที่ผมจะพูด เพราะอยากให้พูดแต่ในภาพแบบพระเจ้าแผ่นดิน แต่ผมไม่เอา ผมอยากจะพูดถึงท่านในฐานะมนุษย์คนนึงที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา ผมจะผิดก็ขออภัยด้วยก็แล้วกัน

ตอนผมเข้าไปใหม่ๆ ท่านก็เล่าชีวิตของพระองค์ท่านให้ฟังว่า…ฉันนั้นไม่ได้เตรียมตัวเป็นพระเจ้าแผ่นดินเลย ฉันไม่รู้ตัว ฉันก็สนุกสนานของฉันไปอย่างนี้แหละ ทูลพระหม่อมพี่คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดลก็ทรงเสด็จครองราชย์ ตอนนั้นก็ทรงพระเยาว์อยู่ ก็ถือกล้องถ่ายรูปสนุกสนานไปเรื่อย…เปล่งคำนึงซึ่งวันนั้นผมนั่งเฝ้าอยู่ ผมสะท้อนเข้าไปในหัวใจเลยนะ….เนี่ยวันที่ฉันต้องรับภาระเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้นฉันไม่รู้ตัวหรอก วันดีคืนดีพี่ก็นอนตายอยู่ในบ้าน….

นี่คือประโยคที่ทรงเปร่งออกมา วันนี้ผมก็ยังขนลุกอยู่นะ…วันดีคืนดีพี่ก็นอนตายอยู่ในบ้าน ตกใจหมด ไม่รู้จะทำอะไร ทำอะไรไม่ถูกเลย ตอนนั้นไม่มีอะไรอยู่ในหัวสมองเลย นอกจากทำงานเฉพาะหน้า งานพระศพ อะไรต่ออะไรต่างๆ นี้ให้สิ้นสุดอย่างดีที่สุดเท่าที่จะดีได้

เพราะฉะนั้นไม่ได้ทรงเตรียมพระองค์ขึ้นมาครองราชย์เลย แต่ผลสุดท้ายพระองค์ท่านก็ต้องรับพระราชภาระตั้งแต่ปี 2493 จนวันนี้เปิดเว็บไซต์ของฝรั่งยกย่อง “พระเจ้าแผ่นดินที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก กว่า 70 ปี นี่ครับคือพระเจ้าอยู่หัว

และเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2493 ก็ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์…ท่านทรงปฏิบัติหน้าที่คนไทยอย่างพร้อมบูรณ์ เมื่ออายุครบบวช ก็บวช มีใครทราบเบื้องหลังไหมว่าทำไมท่านถึงบวช ผมจะแทรกเกร็ดต่างๆ เล่านี้ อย่างที่ผมบอกว่าผมโชคดีเหลือเกิน

1397142981-1017786114-o10_136

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 60 พรรษานั้น ผมไม่รู้จะถวายอะไรท่าน       ถวายของแพงๆ ก็ไม่ทรงใช้ จำได้ว่าเมื่อปีแรก 2524 ตื่นเต้นไปหมดได้ถวายงานพระเจ้าอยู่หัว มองไปหมด จ้องท่าน อยากดูเสื้อที่ท่านใช้ยี่ห้ออะไร รองเท้าฉลองพระบาท โอ้ตายแล้ว 400 บาทเอง ยี่ห้อไทยแลนด์ ไม่ใช่ Nike Adidas Puma พระเจ้าอยู่หัวใช้ของธรรมดา เหลือบไปที่ข้อพระหัตถ์ จ้องไปดู อยากจะรู้เหลือเกินว่าท่านใช้นาฬิกาอะไร จนกระทั่งท่านรู้สึกพระองค์…อ้าวอยากรู้หรอ ดูซะ ยี่ห้อ “ใส่-แล้วโก้” ออกเสียงอย่างนั้นนะครับ ผมจำแบบไว้แม่นเลย พอเลิกจากการตามเสด็จปั๊บไปที่ร้านเลย อยากดูพระเจ้าอยู่หัวใส่นาฬิการาคาเท่าไหร่

ท่านครับ 750 บาทครับ พระเจ้าแผ่นดินจะใส่อะไรก็ได้ แต่ปี 2524 ทรงนาฬิการาคา 750 บาท เหลือบไปดูข้าราชการตามเสด็จ ต้อง “โร…แหลก” ผมเรียกโรแหลก เพราะซื้อที่ไรกระเป๋าแหลกทุกทีเลยซึ่งเอาจริงๆ แล้วมันก็ชี้เวลาเดียวกัน จะ 750 หรือ 2 แสน ใช่หรือเปล่า …เออ ถ้า 2 แสนชี้มากกว่า 2 ชั่วโมง อายุยืนขึ้น ผมก็เอาว่ะ แต่จริงๆ ก็เท่ากัน นี่คือวิธีดูของ “มีประโยชน์แค่นี้ก็เอาแค่นี้” และยังทรงปฏิบัติในฐานะเสด็จออกรับบาตร ฉลองพระบาทเปล่าๆ และทรงศึกษากับพระพี่เลี้ยง ตอนนั้นคือ “สมเด็จญาณ” ซึ่งตอนหลังก็เป็นพระสังฆราช

ทีนี่ตอน 60 พรรษา ผมไม่รู้จะเอาอะไรถวายท่าน จึงตัดสินใจนัดพวกเราที่ถวายงานทั้งหมดประมาณ 10 กว่าคน “กาย” เราถวายแล้ว คือ ช่วยท่านทำงาน คราวนี้น่าจะถวายพระราชกุศล คือ “ถวายใจ” กันดีกว่า ไม่ได้ขอเป็นนาคหลวงนะครับ เพราะนาคหลวงคือท่านบวชเรา แต่นี่ไม่เอา เราบวชตัวเองถวายท่าน ก็เข้าไปกราบพระบาท กราบบังคมทูลลา ขอไปบวช ท่านเทศน์ให้อยู่ชั่วโมงนึง เทศน์กันฑ์แรกไม่ได้มาจากพระ มาจากพระเจ้าอยู่หัว

วันนั้นท่านเทศน์คำๆ เดียว เกือบ 1 ชั่วโมง “โยนิโสมนสิการ”

บางครั้งบางคราวเราหมกมุ่นกับงานจนลืมเพ่งพิจารณาตัวเอง โยสิโส คือ พิจารณาตัวเอง และรับสั่งเล่าต่อไปบอกว่า การบวชนั้น มีกุศลนะ กุศลมีจริงนะ และด้วยเหตุนี้ผมถึงบอกเล่าเบื้องหลังให้ฟัง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งว่า…ฉันเองนั้นไม่ได้ตั้งใจบวชหรอก ไม่ทันตั้งตัว เพราะตอนนั้นก็มีพระราชกรณียกิจอะไรต่างๆ ไปหมด แต่วันนึงสมเด็จพระสังฆราชนั้นอาพาธหนักอยู่ที่โรงพยาบาลก็เสด็จไปเยี่ยม “กรมหลวงวัตรชิญาณวงศ์” อาพาธอยู่ ท่านก็เสด็จไปเยี่ยม ไปเยี่ยมเสร็จสมเด็จพระสังฆราชก็กราบทูลบอกว่า มหาบพิตรถ้าคิดอยากจะบวชให้รีบตัดสินพระทัยซะ เพราะอาตมาจะอยู่อีกไม่นานแล้ว ขอให้ตัดสินพระทัย ตอนนั้นพระองค์ท่านรับสั่งว่าตกใจ กลัวสมเด็จพระสังฆราชจะไปก็ลั่นวาจาเลย จะบวช จะขอบวชหละ พระองค์ท่านบอกว่ากุศลแรกเกิดขึ้นทันที พอทูลสมเด็จพระสังฆราชเสร็จเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นเสด็จออกจากโรงพยาบาลเลย หายเลย มหัศจรรย์นะครับ อาพาธอย่างค่อนข้างจะหนัก ปรากฏว่าพอรับสั่งว่าจะบวชเท่านั้น สมเด็จพระสังฆราชหายเลยครับ กลับวัดเลยเตรียมการ นี่คือกุศลที่ 1e0b897e0b8a3e0b887e0b89ce0b899e0b8a7e0b88a006

รับสั่งเล่าต่ออีก…พอเสด็จกลับมาที่วังสระปทุม ไปทูลทูลกระหม่อมแม่ คือ สมเด็จพระศรีฯ บอกเนี่ยไปรับปากสมเด็จพระสังฆราชว่าจะบวช ประโยคจับใจอีกประโยคนึง…แม่ซึ่งไม่เคยยิ้มมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดลสิ้น…รับสั่งอย่างนั้น

แม่ไม่เคยยิ้มมาหลายปีแล้ว พอกราบทูลว่าจะบวชเท่านั้นแหละ แม่เปลี่ยนไปเลย แม่ดีใจใหญ่ แม่เข้ามากอดแล้วหัวเราะใหญ่เลย และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…แม่ยิ้มได้ตลอด

นี่คือกุศลที่ 2 เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายครับ มีบุตรให้บวชเถอะครับ กุศลมีจริง

อ่านต่อฉบับหน้า

Check Also

บทที่ 11บทสรุป “พญาควาย”

โดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ถอดบรรยาย/เรียบเรียง..ศฬรรธร มงคลคุณ ต่อจากฉบับที่แล้ว บทที่ 11….บทสรุป “พญาควาย” ไม่มีใครรู้เลยว่าดินถล่ม น้ำหลาก เรื่องภัยพิบัติเหล่านี้เป็นงานหลักของมูลนิธิชัยพัฒนาด้วย พระองค์ท่านทรงพระราชทานความช่วยเหลือ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *