Monday , August 10 2020
Home / บทความ / บทความพิเศษ / ฐานข้อมูล Manosroi III และตำรับยาที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ

ฐานข้อมูล Manosroi III และตำรับยาที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ

กัญชา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa Linn. อยู่ในวงศ์ CANNABIDACEAE เป็นพืชที่เชื่อกัน ว่าถือกำ เนิดในประเทศอินเดีย ต่อมาได้แพร่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก กัญชาอาจมีชื่อเรียก แตกต่างกัน เช่น Indian Hemp, Marijuana, Hashish, Hash, Bhang, Charas, Reefer, Cannabis และ Pot เป็นต้น สารสำคัญที่พบมีมากน้อยตามสายพันธ์และภูมิประเทศที่ปลูก เช่น Tetrahydrocannabinol (THC), และCannabidiol (CBD) ในเมล็ดกัญชามีน้ำมัน Fixed oil ประมาณ 20% ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า กัญชามีฤทธิ์ต่อจิตประสาทกระตุ้น ระบบประสาทส่วนกลาง ระบบการเคลื่อนไหว มีผลต่อพฤติกรรม ความจำ กดการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นไม่ปกติและเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ กระตุ้นหรือลดความ ต้องการทางเพศ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อปอด ลดภูมิคุ้มกันและเป็นพิษต่อตับอ่อน มีผลต่อการ มองเห็นและการได้ยิน เพิ่มความอยากอาหาร แก้ปวด ต้านการชัก ลดไข้ ต้านการแพ้ ต้านการอักเสบ ลด ความดันในลูกนัยน์ตา ต้านการเกิดต้อกระจก รักษาโรคเรื้อนกวาง กระตุ้นการงอกของผม เสริมฤทธิ์ยานอน หลับ เป็นต้น ประเทศไทยจัดกัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษโดยประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 หน้าที่ 339 ใน “พระราชบัญญัติกันชา” เมื่อพุทธศักราช 2477 และเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ได้มีประกาศกระทรวง สาธารณสุข เรื่อง กำหนดตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ที่ให้เสพเพื่อรักษาโรคหรือ การศึกษาวิจัยได้(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 136 ตอนพิเศษ 199 ง โดยกล่าวถึง ตำรับ ยาที่ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์และหมอพื้นบ้านตาม กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทยปรุงขึ้นจากองค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่ ชัดเจน และได้รับการรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ปัจจุบันเกิดกระแสเรียกร้อง ให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฏหมายแต่ยังคงมีข้อถกเถียงว่าแท้จริงแล้ว “กัญชา เป็นยารักษาโรคหรือพืชเสพติด” ทั้งนี้ ยังต้องการผลการวิจัยยืนยันอีกจำนวนมากเพื่อที่จะตอบได้ว่ากัญชาจะสามารถนำไปรักษาโรคใดได้บ้าง เพราะ “กัญชา มีทั้งคุณและโทษ” โดยมีผลข้างเคียงจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้น จึงได้มีการเสนอให้หยิบยกเรื่องกัญชา ที่ใช้ทางการแพทย์ขึ้นมาทำให้ถูกกฏหมายโดยมีการวิจัยเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดมีการออกกฎระเบียบในการขึ้น ทะเบียน การขออนุญาต กระบวนการถ่ายทอดความรู้โดยรัฐ และการควบคุมมาตรฐาน ตั้งแต่กระบวนการ เพาะปลูกไปถึงการสกัดสาร การศึกษาสายพันธุ์กัญชาที่เหมาะสมต่อการนำมาใช้ทางการแพทย์ การวิจัยเพื่อ ศึกษาและพิสูจน์ฤทธิ์ระดับพรีคลินิก (Preclinic) ในห้องปฏิบัติการในระดับหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง รวมทั้งระดับคลินิก โดยการทดลองในมนุษย์และการศึกษาวิจัยด้านอื่นๆ โดยมีการแสดงความคิดเห็นอย่าง กว้างขวางตั้งแต่ระดับประชาชนทั่วไปจนถึงสถาบันการศึกษาและหน่วยงานทางการแพทย์ จะช่วยให้ได้ข้อมูล ที่สามารถนำไปสู่การใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดจนสามารถนำออกสู่ธุรกิจ และจัดทำนโยบายและกฏหมายทางด้านกัญชาของประเทศ ในปี พ.ศ.2536 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ภก.จีรเดช มโนสร้อย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ภก. อรัญญา มโนสร้อย และคณะ ได้รวบรวมต ารับยาสมุนไพรในเขตล้านนาไทยใน 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และพะเยา ตำรับยาเหล่านี้บันทึกในใบลานและพับสาด้วย อักษรล้านนาซึ่งปัจจุบันเป็นอักษรที่ตายแล้ว คนทั่วไปไม่สามารถอ่านและปริวรรตหรือแปลและเข้าใจได้ นอกจากผู้ที่เคยบวชเป็นพระภิกษุและได้เรียนอักษรล้านนาในวัด นักนิรุกติศาสตร์และนักเอกสารโบราณ เท่านั้น ต่อมาศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ภก. จีรเดช มโนสร้อย และคณะ ได้พัฒนาโปรแกรมที่มี ความสามารถช่วยในการแปลอักษรล้านนาดังกล่าว และจัดทำเป็นฐานข้อมูลตำรับยาสมุนไพรของประเทศไทย ชื่อว่า Manosroi I ในระยะเริ่มต้นและพัฒนาต่อมาเป็น II และ III ในที่สุดโดยในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา เป็นฐานข้อมูล Manosroi IV เพื่อให้มีความทันสมัยและรองรับกับเทคโนโลยีและระบบปฏิบัติการในปัจจุบัน การจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิจัยและพัฒนา ยา เครื่องสำอางและ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และยังจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาตำรับยาสมุนไพรมิให้สูญหาย ตามกาลเวลา ทั้งนี้ตำรับยาที่มีบันทึกไว้ในฐานข้อมูลดังกล่าวเป็นตำรับยาที่ผ่านการทดสอบการใช้ในคนมาแล้ว หลายชั่วอายุคนและบันทึกเฉพาะตำรับที่ได้ผลแล้วเท่านั้น โดยตำรับส่วนใหญ่ล้วนระบุว่าหากรับประทาน ตำรับยาดังกล่าวแล้วจะ “หายแล” ไม่มีปรากฏว่า “ตายแล” แต่อย่างใด เปรียบเทียบได้กับการวิจัยและพัฒนา ยาในสมัยใหม่ที่ต้องผ่านการทดสอบในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองก่อน จึงจะสามารถทดลองในคนได้โดย ขั้นตอน การทดสอบในคนหรือ Clinical Trial เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการวิจัยและพัฒนายาสมัยใหม่นั่นเอง ดังนั้น การนำตำรับยาดังกล่าวมาวิจัยและพัฒนาเป็นยาเครื่องสำอางและเสริมอาหาร จึงมีโอกาสประสบ ความสำเร็จสูงและใช้เวลาน้อยกว่า เนื่องจากตำรับยาดังกล่าวไม่ได้ทดสอบในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองแต่ ทดสอบในคนโดยตรง โดยเป็นตำรับที่ใช้กันมานานหลายชั่วอายุคนแล้วและได้ผลการรักษาที่ดีจึงบันทึกไว้ จาก ฐานข้อมูล Manosroi ดังกล่าวได้ผลิตผลงานต่างๆ จำนวนมาก เช่น บทความวิจัย สิทธิบัตร สารใหม่ที่มีฤทธิ์ ทางชีวภาพและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ปัจจุบันฐานข้อมูลดังกล่าวได้รวบรวมตารับยาสมุนไพรจากทั่วทุกภาคของ ประเทศ มีตำรับยาที่ปริวรรตและตรวจสอบแล้วทั้งสิ้น 89,844 ตำรับ (ข้อมูลเมื่อเดือนสิงหาคม 2562) และ เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะมีจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 200,000 ตำรับฐานข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วยตำรับ ยา โรค อาการ และข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆ และจากการสืบค้นข้อมูลพบว่า ตำรับยาที่มี “กัญชา” เป็น ส่วนประกอบ รวบรวมจากฐานข้อมูลตำรับยาสมุนไพรประเทศไทย Manosroi III ในภาคเหนือล้านนา ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและภาคใต้ ยกเว้นภาคอีสาน จำนวนทั้งสิ้น 179 ตำรับ จากจำนวนตำรับยา สมุนไพร ทั้งหมด 89,844 ตำรับ คิดเป็น 0.199 % ดังรายละเอียดในตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ตำรับที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบแยกตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย

หมายเหตุ: ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่พบในตำรายาสมุนไพรไทยในฐานข้อมูลสมุนไพรไทย Manosroi III ยังไม่ผ่านขั้นตอน การวิจัยในห้องปฏิบัติการระดับพรีคลินิกและคลินิก ข้อมูลตำรับยาที่พบว่ามีการจดบันทึกจาร/เขียนในคัมภีร์ต ารายาแพทย์แผนไทยและคัมภีร์แพทย์แผน ไทยล้านนา ซึ่งในขณะนี้ศูนย์วิจัยฯ ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการค้นคว้าทางเอกสารก่อนการทดลองใน ห้องปฏิบัติการระดับพรีคลินิก และหาความเชื่อมโยงในการใช้กัญชาที่เป็นส่วนผสมร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นที่ สามารถเสริมฤทธิ์หรือต้านฤทธิ์กันเพื่อลดอาการข้างเคียงต่างๆ เมื่อใช้ยากับผู้ป่วย โดยจากข้อมูลในตำรับยาที่ ปรากฏพบว่า มีการใช้กัญชาเป็นส่วนผสมของตำรับยารักษาโรคและอาการจำนวนทั้งสิ้น 163 โรคและอาการ และมีการใช้กัญชาร่วมกับสมุนไพรอื่น 637 ชนิด และผลจากการสืบค้นข้อมูลในตำรับยาพบว่า ไม่ปรากฏการ ใช้“กัญชา” เพียงชนิดเดียวในตำรับยาแต่อย่างใด สมุนไพรที่มีการใช้ร่วมกันมากเป็นอันดับ 1 คือ “ดีปลี” (Piper retrofractum Vahl.) จ านวน 86 ตำรับ อันดับ 2 คือ “จันทน์” (Santalum album Linn.) จ านวน 85 ต ารับ อันดับ 3 คือ “กานพลู” (Syzygium aromaticum Linn) จ านวน 79 ตำรับ อันดับ 4 คือ “เทียนด า” (Nigella sativa Linn.) จำนวน 75 ต ารับ อันดับ 5 คือ “กระวาน” (Amomum testaceum Ridl. จ านวน 72 ต ารับ โดยสมุนไพรที่ใช้ร่วม น่าจะมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมฤทธิ์หรือต้านฤทธิ์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยพบความถี่สูงในตำรับยาที่ใช้ช่วยเจริญ อาหาร ยานอนหลับ และยาแก้ปวด จากผลการวิจัยด้านเอกสารที่พบในฐานข้อมูลสมุนไพรดังกล่าวและ การศึกษาในห้องทดลองเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ประสิทธิภาพตลอดจนความปลอดภัยของตำรับกัญชา เป็นส่วนประกอบ จะช่วยให้ได้ข้อมูลในการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนหาสารสำคัญเพื่อพัฒนาเป็นยาสมุนไพร แผนปัจจุบันที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ และยาแผนปัจจุบัน ฐานข้อมูล Manosroi III นี้ จะมีความสำคัญและ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการวิจัยและพัฒนายา เสริมอาหารและเครื่องสำอางและมีส่วนร่วมในการผลักดันให้มี การใช้กัญชาอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดจนการอนุรักษ์และจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาที่ ทันสมัยและเป็นสากลต่อไป อ้างอิง (1) กฏเสนาบดีเรื่องกันชา. 21 กุมภาพันธ์ 2468. ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 42 หน้าที่ 346. (2) จีรเดช มโนสร้อย (ศาตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ภก.) และคณะ. ฐานข้อมูลตำรับยาสมุนไพรไทย Manosroi III. เชียงใหม่ : ศูนย์วิจัยสุขภาพและความงาม มาโนเซ่. (3) นันทวัน บุณยะประภัศร และ อรนุช โชคชัยเจริญพร. (2543). สมุนไพรไม้พื้นบ้าน 1. คณะเภสัช ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (หน้า 169 – 201) (4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข. 8 สิงหาคม 2562. ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 136 ตอนพิเศษ 199 ง หน้าที่ 11. (5) พระราชบัญญัติกัญชา พุทธศักราช 2477. 5 พฤษภาคม 2478. ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 52 หน้าที่ 339. (6) วุฒิ วุฒิธรรมเวช. (2540). สารานุกรมสมุนไพรไทย รวมหลักเภสัชกรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์. (หน้า 93)

โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.จีรเดช มโนสร้อย และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อรัญญา มโนสร้อย

Check Also

ข้าวหอมมะลิไทยระบือไกลสู่ครัวโลก

Thai Select คือตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพที่ออกให้โดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ที่จะให้และสนับสนุนร้านอาหารไทยแท้ที่มีคุณภาพและได้มาตราฐาน อาจจะเปรียบเทียบคล้ายกับรางวัลมิชิลินของร้านอาหารไทยทั่วโลก  Thai Select Awards สำหรับร้านอาหารไทยจะ มี 2 ระดับคือ Thai Select ระดับปกติ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *