Wednesday , August 12 2020
Home / บทความ / บทความพิเศษ โดย คิด ฉัตรประภาชัย / พร้อมที่จะดูแลสุขภาพจิตและใจ

พร้อมที่จะดูแลสุขภาพจิตและใจ

ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวศรีสะอาด ที่ต้องสูญเสียคุณแม่ ชุติมา ศรีสะอาด ด้วยอายุเพียง 59 ปี อาชีพพนักงานนวด ที่นครลอสแอนเจลิส มาอเมริกากว่าสิบแปดปี เปลี่ยนสัญชาติเป็นคนอเมริกันแล้ว ด้วยความเครียด คิดไม่ตก วิตกจริต (Neuroticism) มีโรคประจำตัวและเรื่องส่วนตัว ในยุคโรคระบาดโควิด-19 ตกงานมาหลายเดือน ขาดรายได้ เลยตัดสินใจทานยานอนหลับเกินขนาดจนจบชีวิตตัวเอง ทิ้งจดหมายบ่นน้อยใจ ให้กับลูกชายวัยสามสิบกว่าที่เพิ่งมาจากเมืองไทย จากข้อมูลต่างๆ พบว่า คุณชุติมามีอาการหวาดผวา กลัวคนมาทำร้ายร่างกายตลอดเวลา มีอาการซึมเศร้า มักจะคิดมาก อารมณ์อ่อนไหว

ด้วยความอุปการคุณ และความโอบอ้อมอารี มีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูล จากเพื่อนร่วมอาชีพที่ไม่ได้รู้จักเธอเป็นการส่วนตัว เหล่าสมาขิกสมาคมนวดไทยและสปาแห่งสหรัฐอเมริกา คณะกรรมการ ที่ปรึกษา และผู้ใจบุญอื่นๆ ร่วมบริจาคช่วยครอบครัวศรีสะอาด เป็นจำนวนเงิน $4,585.00 สมทบทุนจัดงานฌาปนกิจศพ ส่งดวงวิญญาณคุณชุติมา ศรีสะอาด ให้ไปสู่สุคติ ในภพภูมิที่ดี

ผมมีโอกาสเข้าอบรมตำรวจในหัวข้อ Mental Illness หรือการป่วยทางจิต จากความผิดปกติทางจิตใจนี้ ทำให้หูตาสว่างขึ้นเยอะ ทำไมคดีสะเทือนขวัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระยะหลังๆ นี้ ล้วนเป็นบุคคลที่มีปัญหาทางจิตทั้งสิ้น เพียงแต่จะอยู่ในระดับไหนเท่านั้นเอง และคนที่จิตใจแปรปรวน คุมสติไม่ได้ มีพฤติกรรมผิดแผกเหล่านี้ นับวันก็ยิ่งมีมากขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มาก ไม่เข้าใจว่าพฤติกรรมที่กระทำมาอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกถึงอะไร

ครูผู้สอนเป็น Doctor of Psychology หมอจิตแพทย์ที่มีความชำนาญกว่า 25 ปี คนไทยส่วนใหญ่ชอบเหมารวมว่า คนที่มีพฤติกรรมหรือบุคลิกที่ผิดแผกแตกต่างจากคนทั่วไป รวมถึงผู้ที่มีความเครียด วิตกกังวล และซึมเศร้าว่า เป็น “โรคจิต” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน อาจจะเรียกจากความเคยชินของปาก แต่มีผลอย่างมากกับคนเหล่านั้น เพราะถูกตีตราเป็นผู้ป่วยจิตเวช ให้ดูน่าเกลียดน่ากลัว ไม่เป็นที่ยอมรับ เป็นอุปสรรค เพราะความแตกต่างจากคนในสังคม ทำให้ลำบากในการบำบัดรักษา ซึ่ง “โรคจิต/วิกลจริต” หรือ Psychosis (ไซโคซิซ ) ป็นโรคชนิดหนึ่ง ไม่แตกต่างอะไรกับโรคเบาหวาน ความดัน ที่ต้องควบคุมด้วยยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการวินิจฉัยและการบำบัดต้องใช้เวลา บางครั้งต้องทานยาตลอดชีวิตเพื่อไม่ให้อาการกำเริบ

เราต้องถือว่า พวกเขาเหล่านั้นเป็น “ผู้ป่วย” ควรให้ความเมตตากับเขาเหมือนกับคนป่วยโรคอื่นๆ สถิติที่น่าสนใจที่อาจารย์เอามาบอกให้ฟัง ที่ไม่เคยทราบมาก่อน คือ 1 ใน 4 ของคนในสังคม มีปัญหาทางจิต/ประสาท รวมถึงชุมชนไทยที่อเมริกาด้วย และเนื่องจากโรงพยาบาลบำบัดรักษาโรคทางจิตถูกปิดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางรัฐฯ ปัดความรับผิดชอบของผู้ป่วยเหล่านี้รวมถึงผู้ต้องหา มาให้ทางเคาน์ตี้ดูแล จึงทำให้คุกแอลเอเคาน์ตี้ เป็นโรงพยาบาลผู้ป่วยโรคทางจิตที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

การที่ผู้ต้องหากระทำผิดร้ายแรงก็ดี หรือไม่ร้ายแรงก็ดี ทำให้เข้าออกคุกจากข้อหาต่างๆ ตามคำสั่งศาล แต่อาจถูกรอลงอาญาปล่อยตัวบ้าง หรือปล่อยตัวก่อนกำหนดเพราะคุกแออัดมาก และงบประมาณที่ได้นั้นไม่เพียงพอ ทำให้ประชากรเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องหรือต่อเนื่อง บางคนถูกปล่อยให้กลับเข้าสู่ชุมชนทั้งๆ ที่ยังอยู่ในสภาพที่แย่มาก มาก่อคดีสะเทือนขวัญครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ประชาชนและเด็กๆ ผู้บริสุทธิ์ ต้องมาตาย

สถิติ ที่ควรตระหนัก ณ ปัจจุบัน

  • 500,000 คน – 1.5 ล้านคน ที่มีปัญหาทางจิตในแคลิฟอร์เนีย ยังไม่ได้รับการรักษาและดูแลจากหน่วยงานของรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องเลย
  • 1/3 ของประชากรที่ติดคุก เป็นคนมีปัญหาทางจิต
  • 1/3 ของผู้ต้องสงสัย ถูกตำรวจใช้กำลังเกินเหตุ ในการควบคุมตัวโดยไม่จำเป็น เพราะต่างคนต่างไม่เข้าใจในการปฏิบัติซึ่งกันและกัน สื่อกันไม่รู้เรื่อง ตำรวจก็เรียนวิชาในการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยไว้ก่อน (Officer Safety)

ผู้ป่วยทางจิตนี้ จะถูกจำแนกออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

  1. เป็นเหยื่อของพวกอาชญากร (Victimization)
  2. เป็นผู้กระทำผิดเสียเอง (Criminalization)
  3. เป็นบุคคลที่ไม่มีงานทำ (Unemployment)
  4. เป็นบุคคลไร้ที่พักพิง (Homelessness)

พฤติกรรมที่เราควรสังเกตว่า ผู้ป่วยมีอาการทางจิตที่ไม่ปกติ คือ

1) ผู้ป่วยมีบุคลิกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่

2) ผู้ป่วยมีการรับรู้ที่ผิดปกติไปจากเดิมหรือไม่ เช่น ผู้ป่วยมักบ่นว่า ได้ยินเสียงแว่วๆ ในหู เพียงคนเดียว เห็นภาพหลอน หรือมีอาการพูดคนเดียวเพียงลำพัง หรือเป็นเรื่องเป็นราว หรือมีคนกำลังจะติดตามฆ่า หรือทำร้ายตน หรือมีพวกผีสาง/ ปีศาจ จะมาเอาตัวไป

3) ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้อาการป่วยของตนหรือไม่ ส่วนใหญ่อาการข้อ 1 และ 2 นั้น คนรอบข้างสามารถรับรู้ได้ แต่ผู้ป่วยเองไม่สามารถรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ยอมรับ ไม่รับการรักษา เป็นโรคจิตเภท สกิทโซฟรีเนีย (Schizophrenia) ซึ่งมีผลพวงที่อาจเกิดขึ้นตามมา หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยจะมีความคิด อาการต่างๆ เช่น

  1. คิดฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง (Suicidal/Self-Harming)
  2. มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรงขึ้น (Activated/Aggressive)
  3. พูดไม่รู้เรื่อง ไร้สาระ พูดเป็นเรื่องเป็นราวโดยมีเหตุผลหรือไม่มีก็ตาม (Making Sense/Not Making Sense)
  4. เครียดมาก กระวนกระวาย หดหู่ซึมเศร้า (Elevated/Anxious/Depressed)

อาจารย์ย้ำถึงการติดต่อสื่อสาร หรือการวางลักษณะท่าที ในการปฎิบัติกับผู้ป่วยเหล่านี้ในการปฏิสัมพันธ์เผชิญหน้าตอนแรกนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของการฝึกอบรมตำรวจทุกนายเพื่อให้

รับรู้และยอมรับว่าผู้ต้องหา/ผู้ป่วย อาจเป็นโรคทางจิต (Recognize)

– หาสถานที่ที่ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถรับการบำบัดรักษาได้ (Referral/Resources)

อย่างไรก็ดี แหล่งที่มาของปัญหาก็มีอยู่มากมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมการดำรงชีพของแต่ละคน แต่ละครอบครัว ที่จะรับกับปัญหาได้หรือไม่ อย่างไร แต่พอสรุปได้ คือ

1) จากการพึ่งพายาเสพติดจนติด (Drugs Addiction) เพื่อลดความเครียด หาทางออกในทางที่ผิด และมีผลข้างเคียงมากมายตามมา รวมถึงการติดเหล้า กัญชา ยาบ้า ยาไอซ์ โคเคน ยานอนหลับ เป็นต้น

2) ปัญหาจากความสัมพันธ์ต่างๆ สามีภรรยาเลิกกัน หรือแฟนเลิกรากัน เลยคิดสั้นจะประชดอีกฝ่ายหนึ่ง (Relationships)

3) ปัญหาการเงิน ตกงาน บิลเยอะ มีหนี้นอกระบบ ในระบบ ทำให้เครียดจัด (Money)

4)  ตกงาน หางานไม่ได้ (Unemployed) จะโทษทุกๆ คนว่าไม่ให้ความยุติธรรม หรือรังเกียจเขา หรือกำลังถูกเจ้านายดำเนินการสอบวินัย

5) ปัญหาจากเด็กหรือลูก หลังสามี-ภรรยาเลิกรากัน เด็กจะอยู่กับใคร เยี่ยมได้เมื่อไร เครียดเลย (Child Custody)

6) ปัญหาการอยู่คนเดียว โดดเดี่ยวเดียวดาย  ไม่มีใครคุยด้วย หาทางออกไม่ได้ มีความขัดแย้งในตัวเอง (Loner)

แหล่งให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม. คือ

  • Los Angeles County, Department of Mental Health ฉุกเฉิน หรือ ไม่ฉุกเฉินก็ได้
    • 24 hours/ 7 days 1-800-854-7771
  • Suicide 24 Hour Crisis Intervention Service 1-877-727-4747
  • สถานกงสุลใหญ่ นครลอสแอนเจลิส สายด่วนฉุกเฉิน 1-323-580-4222

ข้อควรปฏิบัติ เมื่อต้องเรียกตำรวจมาระงับเหตุที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกในครอบครัวหรือบุคคลที่รู้จัก ที่มีโรคทางจิต ในกรณีฉุกเฉิน

1)  โทร 911 โดยไม่ให้ผู้ป่วยรู้ว่า จะโทรเรียกตำรวจ เพราะเขาอาจจะกลัวและคิดประทุษร้ายต่อเรา บอกตำรวจว่าคนๆ นั้นเป็นโรคทางจิต (Mental Health Crisis) บอกตำรวจว่าเขาเป็นโรคอะไร เช่น โรคจิตเภท สกิทโซฟรีเนีย (Schizophrenia) เกิดภาพหลอน เก็บตัว ไม่ยุ่งกับใคร หรือโรค Bipolar (ไบโพลาร์) โรคสองบุคลิก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นต้น ปัจจุบันทานยาอะไรอยู่ หมอรักษาคือใคร ที่ไหน เบอร์โทรศัพท์ เพื่อแจ้งให้ตำรวจสายตรวจทราบก่อนที่จะไปถึงที่เกิดเหตุ เพื่อการปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง ตำรวจเชอริฟมีทีมผู้เชี่ยวชาญในการประเมินช่วยเหลือคนเหล่านี้โดยเฉพาะ ตลอด 24 ชม. เรียกว่า Crisis Intervention Team (CIT) บอกโอเปอเรเตอร์ผู้รับสายว่า ที่บ้านมีอาวุธอะไรไหม ปืนสั้น/ยาว อยู่ที่ไหน ผู้ป่วยรู้และถือไว้หรือเปล่า

2) อยู่ในความสงบ ตำรวจก็ไม่อยากที่จะใช้กำลังถ้าไม่จำเป็น ตำรวจต้องรักษาความปลอดภัยให้กับตนเองและสมาชิกในครอบครัวของท่าน

3) ตำรวจจะนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้รับการบำบัด หรืออาจใช้สิทธิ์บังคับ ควบคุมตัว ส่งโรงพยาบาล เพื่อดูอาการสัก 72 ชั่วโมงก็ได้ (Involuntary Evaluation, PC. 5150) หากประเมินว่าผู้ป่วยจะทำร้ายตัวเองและผู้อื่นได้ คนป่วยทางจิตมิใช่เป็นคนโง่ เพียงแต่เขาขาดการดูแลเอาใจใส่เยียวยาอย่างถูกต้อง แต่กลับมีความคิดวางแผนเตรียมการในการลงมือทำการอะไรได้เสมอ เพียงแต่ผู้ปกครอง หรือพ่อแม่ คนรอบข้าง ไม่สามารถดูแลพวกเขาเหล่านี้ได้อีกต่อไปเพราะไม่มีความรู้เฉพาะทาง และไม่มีความอดทน

4) บอกชื่อ วัน เดือน ปีเกิด ของผู้ป่วย

5) ทำตาม 911 โอเปอเรเตอร์สั่ง เขาจะให้คำแนะนำเบื้องต้นก่อนที่ตำรวจจะมาถึง

Find Help, Find Hope! หาหนทางช่วยเหลือ เพื่อความหวัง! ต้องเข้าใจว่า ตำรวจไม่ใช่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ (Social Workers) หรือเป็นจิตแพทย์/พยาบาล (Medical Responders) หน้าที่ตำรวจคือการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มิให้ผู้ป่วยทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ไม่ก็ส่งต่อให้โรงพยาบาลและแพทย์เป็นผู้บำบัด

พวกเราทุกคนข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่อเมริกาไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่ฟลุก แต่เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน มาแล้วก็ช่วยเหลือเกื้อกูล ดูแลซึ่งกันและกัน ทุกคนมีอดีตที่ดีและไม่ดี ไม่มีใครลืมอดีตที่ปวดร้าวได้ แต่ถ้าเราเข้าใจและปล่อยวาง และอยู่กับมันอย่างเข้าใจและยอมรับในปัจจุบัน ยึดหลักในโลกธรรมแปด ก็จะรู้สึกดีขึ้นนะครับ

มีลาภ ก็มีเสื่อมลาภ มียศ ก็มีเสื่อมยศ มีสรรเสริญ ก็มีนินทา มีสุขได้ ก็มีทุกข์ได้ เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอทั้งสิ้น เป็นธรรมดาของโลก

โชคดีครับ

           คิด ฉัตรประภาชัย

 

Check Also

มหารำลึก 29 ปีวัดพรหมคุณาราม9สิงหาคม 2563

ทุกๆปีหลังจากโศกนาฏกรรมที่วัดพรหมคุณารามเมืองวัดเดลWaddellรัฐอริโซน่าทางวัดจัดให้มีพิธีเพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของพระสงฆ์และทุกชีวิตที่ได้สูญเสียไปเพื่องานพระพุทธศาสนา ในปีนี้  จะเป็นวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563ในความระลึกและนับถือต่อผู้เสียชีวิต โดยไม่มีวันจางหายแต่อยู่ในความทรงจำของคนทั่วโลกตลอดไป โดยจัดพิธีร่วมบุญเป็นเจ้าภาพผ้าป่าสามัคคี เนื่องในวันมหารำลึกครบรอบ 29 ปี ระลึกถึงเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ...