Wednesday , June 19 2019
Home / บทความ / บทความพิเศษ โดย คิด ฉัตรประภาชัย / เมืองนางฟ้า ขอน้อมต้อนรับพระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

เมืองนางฟ้า ขอน้อมต้อนรับพระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

 

นครลอสแอนเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย – พุทธศาสนิกชนสุดปลื้มปิติ จะได้ถวายการต้อนรับ พระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก เป็นครั้งแรก และจุดหมายแรกของการเดินทางสู่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น คือเมืองนางฟ้า Los Angeles โดยท่านจะบินพร้อมคณะสงฆ์จากประเทศไทย โดยมีกำหนดการ บินสู่สนามบิน LAX – Los Angeles International Airport อาคาร Tom Bradleyในค่ำคืนพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ผู้เขียนมีความรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสเขียนคอลัมน์นี้ เพื่อเชิดชูเกียรติประวัติในด้านพระพุทธศาสนาของพระอาจารย์หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย จังหวัดอุดรธานี พระสายกัมมัฏฐานที่ชาวไทยเคารพเลื่อมใสศรัทธามาช้านาน พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็นศิษย์เอกขององค์ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ซึ่งเป็นพระอริยสงฆ์ที่สำนักพระราชวังไว้วางใจให้ดูแลก่อสร้างเจดีย์อนุสรณ์หลวงตามหาบัว

แท้จริงแล้วมีลูกศิษย์ที่ได้นิมนต์ท่านมาอเมริกาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องด้วยโอกาสไม่อำนวย ท้ายที่สุด ในปีนี้ พ.ศ.นี้ 2562 ฤกษ์งามยามดี เมื่อธรรมะจัดสรร คุณทิพย์วรรณ และสามี คือ พันเอกนาวิกโยธินสหรัฐฯ สตีเฟ่น มากิโอโร่ (Colonel Stephen Marchioro, Retired US Marine Corps.) ปัจจุบันเป็นผู้พิพากษา (Administrative Law Judge) ให้กับ Social Security Administration ที่เมือง Boise, Idaho (ซึ่งครั้งหนึ่งเคยบวชพระที่ประเทศไทยกับหลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป เป็นชาวพุทธ และขอเปลี่ยนเป็นศาสนาพุทธในเอกสารราชการ) ทั้งสองเป็นผู้ถวายความสะดวกในการเดินทางครั้งนี้

จึงขอเล่าประวัติความเป็นมาของ “พระสุปฏิปันโน” หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

 

ความอัศจรรย์ก่อนที่ท่านจะเกิด

เมื่อคุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ ได้มีนิมิตเป็นอัศจรรย์ว่า มีเทพบุตรมาขอเป็นลูกของคุณแม่ชี โดยคุณแม่ชีแก้วได้นิมิตว่าตนเองได้เหาะขึ้นไปคลอดลูกบนอากาศ ไม่มีเลือดไม่มียาง ไม่สกปรก เป็นลูกผู้ชาย ผิวพรรณเหลืองดั่งทองคำ มีรัศมีออกโดยรอบ ขณะอยู่ในท้องแม่ก็ใสเหมือนกับมองเข้าไปในแก้ว คลอดออกมาแล้วก็ลุกกราบได้ทันที พร้อมกับบอกชื่อว่า “ท้าวธรรมกถึก”

คุณแม่ชีถามว่า “ทำไมจึงอยากเกิด” ได้รับคำตอบว่า “จะลงมาบำเพ็ญบารมี จึงมาขอเกิดกับคุณแม่ก่อน ไม่ประสงค์จะเกิดในครรภ์ของมนุษย์ ขอเป็นลูกของคุณแม่” ขณะพูดคุยกันอยู่นั้น พระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งก็มารับทารกทองคำนั้นไปเลี้ยงไว้ ต่อไปภายหน้าเด็กคนนี้คงต้องได้บวชและอยู่รับใช้ใกล้ชิดท่าน คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ พยากรณ์ไว้ โดยบอกถึงชื่อพ่อ-แม่ ของเด็กทารกคนนั้น และยังบอกอีกว่า เด็กจะอยู่ได้เพียง 3 วัน

เหตุการณ์ตามนิมิตก็เป็นจริงทุกอย่าง คือเมื่อเด็กทารกคลอดแล้ว ก็ร้องอุแว้เกือบตลอดทั้ง 3 วัน จนเย็นวันที่ 3 ก็สลบไป พ่อ-แม่ และญาติของทารกก็ว่าวันนี้เย็นค่ำมืดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเอาไปฝัง จากนั้นได้เอาผ้าหุ้มห่อเด็กเอาไว้ พอรุ่งอรุณวันใหม่ ซึ่งเป็นความหวังครั้งสุดท้ายของผู้เป็นพ่อ-แม่ ผู้เป็นแม่ก็บีบน้ำนมจากเต้านมใส่ช้อน แล้วใช้สำลีชุบน้ำนมค่อยๆ แตะที่ริมฝีปากของทารก และน้ำนมได้ซึมไหลเข้าสู่ปากลงสู่ลำคอ จนที่สุด ทารกก็ขยับปากขยับคอได้ จึงรู้ว่ายังไม่ตาย

เมื่อครบกำหนดวันออกไฟแล้ว พ่อ-แม่ ของเด็กรีบพาเด็กไปกราบคุณแม่ชีทันที คุณแม่พูดว่า “ไม่ต้องเอามาให้แม่หรอก เขามาหาก่อนที่จะไปอยู่กับพวกเธอแล้ว เลี้ยงเขาให้ดี เขามาอาศัยร่างที่ได้จากโยม จึงนับว่าเป็นลูกของโยม ต่อไปภายหน้าเขาจะได้บวชค้ำชูพระพุทธศาสนา

นิมิตที่เป็นจริงของคุณแม่ชีแก้ว อีกเรื่องหนึ่ง…

เทพบุตรตนหนึ่งจะจุติมาเกิดเพื่อสร้างบุญบารมีในบวรพระพุทธศาสนาสืบธรรมไว้ โดยคุณแม่ชีเล่าว่า “ก่อนที่จะมาเกิด เทพบุตรตนนั้นได้ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อมาเสาะหาที่เกิด คือเสาะหาผู้จะได้เป็นพ่อเป็นแม่ ชาติตระกูลและลำดับการเป็นลูก แต่เป็นเพราะบุญเก่าส่งผลให้ จึงได้มาพบปะกันตอนที่อยู่ภูเก้า

จนที่สุดผู้เป็นแม่ตั้งท้องได้ 6 เดือน พระอินทราธิราชผู้เป็นหัวหน้าเทวดาอยู่บนสวรรค์พร้อมเทวดาหมู่มาก พากันนำเทพบุตรตนนั้นมาถวาย วันที่หมู่เทวดาเอามาส่งนั้น มีแสงสว่างไสวทั่วไปหมดในแถบถิ่นนั้น แต่รู้ได้เฉพาะคุณแม่ชีแก้ว กับคุณแม่แดง (แม่ชีมะแง้ ผิวขำ หรือแม่ชีย่า)

วันนั้นเทพบุตรลงมาแล้วก็บอกว่า “จะมาขอเป็นลูกของคุณแม่ชี” คุณแม่ก็บอกว่า แม่บวชแล้วไม่อาจที่จะให้ใครมาเกิดด้วยได้ หากจะเกิดก็ให้ไปเกิดเข้าครรภ์ของนาง ชื่อ… ภรรยาของนาย ชื่อ… ให้เฝ้าครรภ์เอาไว้ เกิดกับสามีภรรยาคู่นี้แหละ ต่อไปภายหน้าก็จะได้บวชในพระพุทธศาสนาตามประสงค์

ผู้เป็นพ่อเป็นแม่ก็เป็นชาวไร่ชาวนา ก็พอที่จะส่งเสียให้เรียนหนังสือพออ่านออกเขียนได้ ถ้าหากถือเอาพ่อ-แม่คู่นี้เป็นที่เกิด เกิดมาในตอนนี้ก็จะดีมาก เพราะเป็นลูกที่เกิดกลางๆ เกิดมาแล้วพ่อแม่จะไม่ห่วงหาอาลัยนัก เพราะคนแถบถิ่นนี้เขารักและห่วงอาลัยลูกคนแรกและคนสุดท้ายเท่านั้น  หากจะเกิดกับสามีภรรยาคู่นี้ ก็จะได้เป็นลูกคนกลาง กอปรกับต้นตระกูลของเขาก็ฝักใฝ่สนใจใส่ใจในพระพุทธศาสนา จัดเป็นตระกูลสัมมาทิฐิ

เทพบุตรตนนั้นก็ว่า “จะรับรองได้อย่างไรว่า เมื่อเติบโตพอที่จะบรรพชาอุปสมบทแล้ว จะได้บรรพชาอุปสมบทตามประสงค์” คุณแม่ก็ว่า “แล้วแต่บุพกรรมของท่านเอง” เมื่อได้สนทนาตกลงตัดสินใจกันแล้ว พระอินทราธิราช ผู้เป็นหัวหน้าเทวดาทั้งหลายก็กลับสวรรค์ไป เหลือแต่เทพบุตรผู้จะถือกำเนิดในครรภ์มนุษย์ต่อไป…

หลายวันต่อมา คุณแม่จึงเรียกสามีภรรยามาพูดคุยให้ฟังตามเรื่องราวที่ปรากฏในนิมิต และออกปากขอทารก สามีภรรยาคู่นั้นก็ตกลงถวายให้เป็นลูกของคุณแม่ชีตั้งแต่บัดนั้น เมื่อครบกำหนดคลอด ได้คลอดออกมาเป็นเด็กผู้ชาย รูปร่างหน้าตาอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์

พ่อของเด็กได้มากราบเรียนคุณแม่ทราบ คุณแม่บอกว่าให้ตั้งชื่อว่า “อินทร์ถวาย” ปัจจุบันได้อุปสมบทในบวรพระพุทธศาสนา สมความประสงค์และต่อมาได้เป็นลูกศิษย์องค์สำคัญมากรูปหนึ่งขององค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

ประวัติโดยสังเขปของพระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

 

พระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก เกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2488 ตรงกับปีระกา ที่บ้านหนองแวง ตำบลหนองสูงใต้ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร (จังหวัดนครพนมในขณะนั้น) บิดาชื่อ คุณพ่อแดง มารดาชื่อ คุณแม่จอมแก้ว ผิวขำ ท่านเป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 7 คน เป็นหญิง 3 คน เป็นชาย 4 คน รวมสิริอายุวัฒนมงคล 74 ปี (53 พรรษา)

ท่านบรรพชาขณะมีอายุ 11 ปี ในปี พ.ศ. 2500 ณ วัดกลางสนาม อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร โดยมี หลวงปู่กงแก้ว ขันติโก เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบรรพชาแล้ว ได้อยู่ศึกษาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่หล้า เขมปัตโต ที่ย้ายจากภูเก้ามาอยู่ภูจ้อก้อ คือวัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) ตำบลหนองตูมใต้ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เป็นระยะเวลา 9 ปี และเมื่อปี พ.ศ. 2508 ได้รับการญัตติเป็นพระภิกษุที่วัดศิลาวิเวก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยมีหลวงปู่คำ คัมภีรญาโณ เป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่ออุปสมบทแล้ว ในพรรษาแรกได้อยู่จำพรรษากับหลวงปู่หล้า เขมปัตโต ที่วัดภูจ้อก้อ อีกหนึ่งพรรษา หลังจากนั้น ได้ไปจำพรรษากับหลวงปู่จาม มหาปุญโญ ที่วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร หนึ่งพรรษา แล้วติดตามองค์หลวงปู่จาม ขึ้นไปจังหวัดเชียงใหม่ และไปจำพรรษากับหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ณ วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวลาหนึ่งพรรษา แล้วกลับลงมาจำพรรษาอีกครั้งหนึ่งกับหลวงปู่จาม มหาปุญโญ ที่วัดป่าห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

หลังจากนั้น ช่วงปี พ.ศ. 2512 ถึง พ.ศ. 2525 ได้อยู่จำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาด ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี กับองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ช่วงออกพรรษาได้ลาองค์หลวงตามาวิเวกในแถบจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย

ราว พ.ศ. 2523 เห็นว่าสถานที่ตั้งวัดป่านาคำน้อยในปัจจุบัน เป็นสถานที่สัปปายะเหมาะสำหรับการภาวนา จึงได้รวมกับคณะศรัทธาญาติโยมพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า ร่วมกันจัดตั้งเป็นวัดปฏิบัติในพระพุทธศาสนา พระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก เป็นเจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี เป็นศิษย์องค์สำคัญ องค์พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งองค์หลวงตาท่านชื่นชมปฏิปทาของท่านและความสัปปายะของวัดป่านาคำน้อยอย่างยิ่ง

จุดประสงค์ในการเดินทางครั้งนี้

  1. เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจพระธรรมทูตในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะศิษยานุศิษย์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
  2. เพื่อโปรดญาติโยมทั้งหลายในสหรัฐอเมริกา
  3. เพื่อเยี่ยมชมภูมิประเทศ และสถาปัตยกรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา

ท่านปรารภว่า ท่านอายุมากแล้ว พรรษาก็สูงแล้ว มาครั้งนี้แล้วไม่ทราบว่าจะได้มาอีกเมื่อไหร่… ผู้เขียนจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวแอลเอและเมืองใกล้เคียง ร่วมฟังธรรม เจริญสมาธิภาวนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตที่จะได้พบ กราบไหว้ สนทนาธรรม กับท่าน ได้ที่

1) วัดป่าธรรมชาติ เมืองลา พวนเต้ ณ อุโบสถในวันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม เวลา 17.00 น. เลขที่ 14036 Don Julian Road, La Puente, CA 91746

2) University of the West (UWest) ณ ออดิทอเรี่ยม Auditorium ในวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม เวลา 12.30 น. เลขที่ 1409 Walnut Grove Avenue, Rosemead, CA 91770

หากท่านใดประสงค์จะใส่บาตร ถวายภัตตาหารเพล ขอเชิญที่ลานธรรม กุฏิ 1 วัดป่าธรรมชาติ ในวันศุกร์ที่ 24 และเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม เวลา 9.00 น.

พระราชญาณโกศล (เหรียญ ธนลาโภ) เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ ถวายการต้อนรับในขณะจำวัดที่วัดป่าธรรมชาติ เมืองลา พวนเต้

คณะร่วมเดินทาง

1.พระอธิการอินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก 53 พรรษา

2.พระสามดง จันทโชโต 37 พรรษา

3.พระอธิการรัตนะ เขมรตโน 30 พรรษา

4.พระสงบ กุสลจิตโต 21 พรรษา

5.พระวิทยา ชยวุฒโฒ 16 พรรษา

6.พระพงศ์สรรค์ ขันติวโร 3 พรรษา

พร้อมด้วยแม่ชี 1 ท่าน และผู้ติดตาม 8 ท่าน

ในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม แต่เช้าตรู่ ท่านและคณะจะออกเดินทางด้วยเครื่องบิน สู่

เมืองบอยซี่ รัฐไอดาโฮ Boise, Idaho เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาแก่ชาวต่างชาติ ณ ห้องสมุด ดาวทาวน์ บอยซี่ Downtown Boise Library จากนั้นเดินทางไปวัดลาวไอดาโฮโพธิศัยาราม เมืองแนมป้า รัฐไอดาโฮ Nampa, Idaho

ต่อด้วยการเดินทางไปแสดงพระธรรมเทศนาแก่ชาวต่างชาติที่ Light on the Mountain Center (Spritual Living) เมืองเค็ทชุ่ม รัฐไอดาโฮ Ketchum, Idaho และเดินทางผ่านป่าเขา ลำธาร แอ่งน้ำพุร้อน ที่ Stanley Lake and Red Fish Lake

หลังจากนั้น จะบินต่อไปยังเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด้ Denver, Colorado สู่วัดป่าโคโลราโด้ ที่เมืองปาร์คเกอร์ Parker และเดินทางต่อโดยเครื่องบิน ถึงสนามบินโรอะโนค รัฐเวอร์จิเนีย Roanoke Airport, Virginia เพื่อไปวัดอรัญญธรรมมาราม ที่เมืองเล็กซิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย Lexington, Virginia

ต่อด้วยการเดินทางไปวัดญาณรังษี วัดสายหลวงปู่มั่น ที่เมืองสเตอร์ลิงก์ รัฐเวอร์จิเนีย Sterling, Virginia จากนั้นทัศนศึกษาสถาปัตยกรรมของเมืองหลวงประเทศสหรัฐอเมริกา คือกรุงวอชิงตัน ดีซี Washington, DC เยี่ยมชมอนุสาวรีย์วอชิงตัน Washington Monument สร้างเพื่อเป็นเกียรติแก่นายจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา และเยี่ยมชมอาคารรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา US Capitol Hill

จากนั้นบินเข้าสนามบิน บัฟฟาโล่ รัฐนิวยอร์ก Buffalo, New York เพื่อเดินทางมาชมทิวทัศน์ของน้ำตกไนแอการ่า Niagara Falls มีโอกาสล่องเรือ Maid of the Mist ชมความอลังการของนำ้ตกไนแอการ่า ฝั่งอเมริกา

หลังจากนั้น คณะเดินทางบินเข้าสนามบิน จอห์น เอฟ เคนเนดี้ John F. Kennedy International Airport รวมการเดินทางต่างรัฐ 13 วัน และเตรียมพร้อมในคืนวันศุกร์ เพื่อบินเช้าวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน กลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ โดยสายการบิน EVA Airline เปลี่ยนเครื่องที่ประเทศไต้หวัน ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

รวมการเดินทางไปกลับจากประเทศไทยเป็นเวลา 18 วัน สำเร็จลุล่วงภารกิจแสดงธรรมเทศนา เผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติที่เลื่อมใสศรัทธาในหลักธรรมคำสอน ธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยความเมตตาจาก พระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

ขอพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมอนุโมทนา สาธุ!

โดยลีนา ดีสมเลิศ

 

Check Also

ภูมิใจในความเป็นไทย ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

ภูมิใจในความเป็นไทย ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ณ วัดป่าธรรมชาติ เมืองลา พวนเต้ วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2562  “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” ฉันใด… ประเพณีวัฒนธรรม ก็สามารถจะสื่อสานส่อถึงชาติและถิ่นกำเนิดได้ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *