Monday , August 3 2020
Home / บทความ / บทความพิเศษ “เจตน์ณรงค์ คำเป็ง” / ประสบการณ์การทำงานเยาวชน เพื่อพัฒนาตนเองและชาติไทย

ประสบการณ์การทำงานเยาวชน เพื่อพัฒนาตนเองและชาติไทย

“เยาวชนชาติไทย ต้องหยิ่งในความเป็นไทย ชีวิตจิตใจอย่าให้ใครดูหมิ่น …” เพลงมาร์ชเยาวชนชาติไทย เป็นเพลงที่คุ้นชินสำหรับเยาวชนหลายคนในวันที่ 20 กันยายน ซึ่งเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ที่จัดขึ้นทุกปี สิ่งที่ยิ่งกว่าการจัดงานเพื่อเยาวชนแล้ว สำหรับผมคือวันที่ทำให้ระลึกเสมอว่าเราคือเยาวชนชาติไทย และทุกสิ่งที่ทำให้เยาวชนต้องพัฒนาตนเองอย่างมีคุณภาพ และการร่วมเป็นส่วนในการพัฒนาชาติไทยถือเป็นส่วนหนึ่งภารกิจของผมเช่นกัน และส่งผลในความสำเร็จที่ผมอย่างจะแบ่งปันเป็นอย่างมาก

สหประชาชาติได้กำหนดให้ปี พ.ศ.2528 เป็นปีเยาวชนสากล คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อ
วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2528 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีสองพระองค์ ซึ่งเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติในฐานะยุวกษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลรัชกาลที่ 8 ผ่านความขวัญที่ว่า “ร่วมแร็งแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ”

ในตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผมได้ทำงานให้กับเยาวชนโดยการเริ่มจากการทำงานในระดับตำบล จนทำให้ได้รู้จักกับองค์เด็กและเยาวชนอย่าง สภาเด็กและเยาวชน ทำให้ได้ทำงานในระดับที่ใหญ่ขึ้น ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการในหลายหน่วยงาน จากเด็กที่ไม่กล้าแม้แต่จะจับไมค์จนนำไปสู่การก้าวเข้าสู่วิทยากรกระบวนการเพื่อการเรียน การแสดงความคิดเห็นในเวทีระดับชาติ ได้รับโอกาสในการทำงานเป็นผู้บริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับระดับกระทรวง ทบวง กรม ผ่านการดำเนินงานเพื่อเด็กและเยาวชนทั้งประเทศ

โอกาสที่ได้รับถือเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับเด็กจากบ้านนอกคนหนึ่งในการได้ทำในสิ่งที่เด็กและเยาวชนหลายล้านคนที่ไม่ได้รับโอกาส ทำให้ผมคิดเสมอว่า “การไม่มีโอกาสไม่น่าเสียดายเท่า การเคยมีโอกาส ดังนั้นต้องพัฒนาตนเองอย่างเสมอเพื่อพร้อมในการมาของทุกโอกาสเสมอ และบริหารจัดการให้ทุกอย่างดีที่สุด” ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ผมเคยได้ลองทำหลายอย่าง ทั้งการได้ร่วมรับฟังปัญหาจากเยาวชน วิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไข ได้ลองออกนโยบายและแนวทางการช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ได้มีโอกาสเป็นวิทยากรให้ความรู้และทักษะด้านต่างๆ ทำให้รู้ว่าการทำงานเราไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่ต้องใช้การฝึกฝนและลองทำ และสภาเด็กและเยาวชนถือเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ รวมไปถึงการพัฒนาตนเองในหลายด้าน

ความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ!! เพราะการเดินทางตลอดหลายปีได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตนเองไปเยอะมาก รวมถึงการได้เห็นสิ่งดีๆที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้มีความสุขและภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก แต่ทว่าเมื่อรู้ตัวอีกทีหนึ่งวันที่ 20 กันยายน 2561 ที่ผ่านมากลับเป็นการเฉลิมฉลองวันเยาวชนปีสุดท้ายของผม ในนามเยาวชนไทย เนื่องจากพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนพุทธศักราช 2550 ได้กำหนดว่า เด็ก หมายถึง เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง อายุ 18 ปีบริบูรณ์, เยาวชน หมายถึง ตั้งแต่อายุ 18 ปีบริบูรณ์ ถึง 25 ปีบริบูรณ์ และวันที่ 21 กันยายน 2561 วันคล้ายวันเกิดผมในอายุ 25 ปีบริบูรณ์สิ้นสุดการเป็นเยาวชนอย่างสมบูรณ์

จากประสบการณ์ดังกล่าวผมได้แบ่งออกเด็กและเยาวชนออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ และ 4 กลุ่มย่อย 2 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย 1 เด็กและเยาวชนที่เติบโตอย่างคนทั่วไป เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างครบถ้วน และสามารถคิดวิเคราะห์ได้ในสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งเด็กเหล่านี้เป็นเด็กที่สามารถดำรงตนได้อย่างมีคุณภาพ แต่เด็กกลุ่มที่ 2 คือ เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสต่างๆ ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้ และยังไม่สามารถคิดวิเคราะห์สิ่งถูกต้องได้ เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่ต้องการให้มีความช่วยเหลือมากกว่า เป็นเด็กที่ขาดโอกาส ทำให้จำเป็นอย่างยยิ่งที่ต้องเข้าถึงและคิดถึงเป็นอันดับแรกๆในการแก้ไข เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่เกิดในพื้นที่ห่างไกล เป็นชาติพันธุ์หรือแม้กระทั่งไร้สัญชาติ หากไม่ได้รับการเหลียวแลยิ่งส่งผลให้เกิดความเลื่อมล้ำ และส่งผลกระทบอื่นๆตามมาอีกมากมาย

4 กลุ่มย่อย ได้แก่ 1 เด็กและเยาวชนแกนนำ คือ เด็กและเยาวชนที่ได้รับโอกาสในการเป็นแกนนำทั้งในสถาบันการศึกษาต่างๆ, องค์กร NGOs หรือแม้กระทั่งได้รับการแต่งตั้งจากหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่มีโอกาส ได้รับการพัฒนาและศักยภาพในการช่วยเหลือผู้อื่น ถือเป็นกำลังหลักในการพัฒนาชาติได้

กลุ่มที่ 2 คือ เด็กและเยาวชนทั่วไปที่ได้รับการศึกษาในระบบและนอกระบบ เด็กและเยาวชนเหล่านี้เป็นเด็กและเยาวชนที่ต้องการการพัฒนาตนเอง ได้รับเวทีในการทดลอง และสิ่งแวดล้อมที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของเยาวชน และนั่นเป็นหน้าที่ของเราในการต้องสร้างสรรค์สังคมแบบนั้นขึ้นมา เพื่อตอบสนองการเติบโตไปของเด็กและเยาวชนเหล่านี้

กลุ่มที่ 3 คือ เด็กและเยาวชนที่ยากจนมาก ขาดโอกาส และไม่ได้รับการศึกษาทั้งในและนอกระบบ เด็กเหล่านี้หลายครอบครัวเป็นคนไทยและเกิดในประเทศไทย เด็กเหล่านี้ต้องการการช่วยเหลือถึงขั้นที่สุด เพื่อให้สามารถลดความเหลื่อมล้ำของสังคม การพัฒนาตนเอง รวมถึงการให้โอกาสในการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นกลุ่มที่ต้องใช้สรรพกำลังในการช่วยเหลือ

กลุ่มที่ 4 คือ เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ได้รับการเหลียวแลและช่วยเหลือเท่าที่ควรจะเป็น อาทิเช่น เด็กและเยาวชนไร้สัญชาติ เด็กและเยาวชนจากการอพยพ เด็กและเยาวชนผู้ที่ติดตามผู้ปกครองในการเข้ามาทำงาน เป็นต้น เนื่องจากเด็กเหล่านี้เป็นเด็กที่ต้องผลักดันแนวทางแก้ปัญหา นโยบายที่เอื้อและช่วยเหลือ มอบความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และน่ายินดียิ่งที่รัฐบาลในหลายยุคหลายสมัยได้ออกนโยบายในการมอบสิทธิต่างๆให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ เช่น การให้โอกาสทางการศึกษา การให้โอกาสในการเข้าถึงการรักษา เป็นต้น และยังคงต้องทำการช่วยเหลือต่อไป

นอกจากประสบการณ์ทำงานจากภายนอกแล้วนั้น ในสถาบันการศึกษาของผมในระดับอุดมศึกษานั่นก็คือ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ที่ได้มอบโอกาสให้ทุนในการศึกษา ให้ความรู้และวิชาการ ทำให้มีความเชียวชาญในสาขาพร้อมจะทำอาชีพที่ต้องการ นอกเหนือจากนั้นยังมีการให้เวทีได้ลองทำสร้างเสริมประสบการณ์ดีๆเสมอมา คือการได้เป็นองค์การนักศึกษา และนายกสโมสรนักศึกษา ได้ทำกิจกรรมทั้งภายในและกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆอีกมากมาย ถือเป็นอีกผู้มีพระคุณที่มอบโอกาสดีให้สำเร็จได้ถึงทุกวันนนี้

สิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุดคือการได้เป็นตัวแทนเยาวชนที่ได้ทำงานเพื่อเด็กและเยาวชนอย่างเต็มกำลัง และต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่เล็งเห็นความสามารถและศักยภาพในการทำงานเสมอมา รวมไปถึงการมอบรางวัลอันทรงคุณค่าให้กับผม คือ การได้รับโล่รางวัลผู้ปฏิบัติงานประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ในวันที่ 4 สิงหาคม 2561 รวมไปถึงเมื่อ
วันที่ 20 กันยายน 2561 วันเยาวชนแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ ในการพระราชทานเกียรติบัตรให้กับเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ซึ่งผมได้รับในสาขาพัฒนาเยาวชน บำเพ็ญประโยชน์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน

ถือเป็นการปิดฉากการเป็นเยาวชนอย่างสมบูรณ์และสวยงามมากของผม ขอบคุณทุกโอกาสที่เข้ามาและขอบคุณทุกท่านทุกคนที่สนับสนุนให้เกิดความสำเร็จเหล่านี้ รางวัลไม่ใช่ทุกอย่างสำหรับการทำความดี แต่เป็นเหมือนกำลังใจในการทำความดี และเชื้อไฟแห่งการพัฒนาตนเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า เป็นคติที่พูดกันอย่างติดปากในอดีต แต่ปัจจุบันผมกล้าพูดอย่างเต็มปากว่า เด็กในวันนี้ไม่ต้องรอให้เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า เพราะเด็กและเยาวชนในวันนี้มีศักยภาพในการพัฒนาเยาวชน สร้างสรรค์สังคม และการเป็นกำลังพัฒนาชาติไทยได้เป็นอย่างดี อาจจะขาดเพียงโอกาสและช่วยเหลือของผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น หากมีสนับสนุนอย่างถูกต้องจะทำให้สามารถทำให้สิ่งที่ยิ่งได้อย่างแน่นอน ดั่งคำพูดติดปากของสภาเด็กและเยาวชนที่เปรียบเสมือนคำขวัญว่า “เด็กคิด เด็กนำ เด็กทำ ผู้ใหญ่หนุน”

โดย…นายเจตน์ณรงค์   คำเป็ง

Check Also

เยาวชนไทยกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

จากอดีตถึงปัจจุบันความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นมูลค่ามหาศาล มีสิ่งก่อสร้างที่อนุสาวรีย์ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง เช่นกับข่าวที่พึ่งออกไปไม่นานคือ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาคดีโฮปเวลล์รัฐต้องจ่ายค่าเสียหายให้เอกชนถึง 1.2 หมื่นล้านบาท นับเป็นหนึ่งในโครงการที่มูลค่ามหาศาล เป็นต้น และยังมีอีกหลายโครงการเล็กใหญ่ที่เป็นการทุจริต ทำให้ความสูญเสียดังกล่าว ควรกลับกลายมาเป็นโครงการที่พัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของไทยได้มากกว่านี้ ดังนั้นการทุจริตคอร์รัปชั่นจึงเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องร่วมกันต่อต้าน เป็นหูเป็นตาเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นอีก เมื่อวันที่ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *