Monday , January 20 2020
Home / บทความ / บทความพิเศษ “เจตน์ณรงค์ คำเป็ง” / เยาวชนนักล่าฝัน เพื่อก้าวสู่นักฟุตบอลอาชีพสายพันธุ์ไทยแท้

เยาวชนนักล่าฝัน เพื่อก้าวสู่นักฟุตบอลอาชีพสายพันธุ์ไทยแท้

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2018 ที่ผ่านมาผมได้รับโอกาสที่ดีในการชมฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมเยาวชนจิ้งจอก สายพันธุ์สยามอย่าง FOX HUNT ของสโมสรเลสเตอร์ซิตี้(Leicester City) พบกัน ทีมเยาวชนระดับท็อปอย่าง เชียงใหม่ FC ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี ณ สนามราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ทำให้เห็นความสามารถของเยาวชนที่ถือเป็นอนาคตของทีมชาติไทย และพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้าสู่ระดับโลก

ผลการแข่งขันทีมเยาวชน FOX HUNT คว้าชัยเหนือ ทีมเยาวชนเชียงใหม่ FC ด้วยสกอร์ 2-1 ด้วยการแข่งขันที่สนุกและขับเขี้ยวกันทุกนาทีที่เคลื่อนไปของเวลาในสนาม โดยได้รับความสนใจของผู้ปกครองของทั้งสองทีมจนเรียกได้ว่า เต็มความจุของสนามราชพฤกษ์ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ถือเป็นอีกการแข่งขันที่ทำให้เห็นความเอาใจใส่ของผู้ปกครอง หลังจากที่มีปรากฏการณ์นี้ผ่านมาไม่นานคือการแข่งขันฟุตบอล 4 ทีมเยาวชนภาคเหนือของไทย ได้แก่ เชียงใหม่ FC, ลำปาง FC, น่าน FC และพิษณุโลก FC ผ่านรายการ U15 north tournament youth League 2018 ซึ่งเต็มความจุของสนามในทุกนัด

โครงการ FOX HUNT เกิดขึ้นโดยกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้จับมือร่วมกับ สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ประเทศอังกฤษในการคัดเลือกเยาวชนไทยเพื่อนำไปพัฒนาทักษะในมาตรฐานระดับโลก ณ ประเทศอังกฤษ ได้รับความสนใจจากเยาวชนไม่ต่ำว่า 1,000 คน และคัดกรองให้เหลือเพียง 10 คน (รุ่นที่3) สำหรับไปคัดฝีเท้ากับ
สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ประเทศอังกฤษ พร้อมทุนการศึกษาคนละ 15 ล้านบาทไทยในการเรียนไฮท์สคูลในประเทศอังกฤษ โดยกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้ทุ่มเงินกว่าปีละ 300 ล้าน สำหรับโครงการโดยมุ้งเน้นให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะและพัฒนาฟุตบอลไทยให้เทียบเท่านานาประเทศในอนาคต !!

สโมสรเชียงใหม่ FC เป็นทีมสโมสรคนคนเชียงใหม่ เพื่อคนเชียงใหม่ โดยได้ร่วมมือกับโรงเรียนวชิราลัย จังหวัดเชียงใหม่ ในการเป็นอคาเดมี่ฝึกซ้อมนักฟุตบอลของสโมสร โดยการนำของอาจารย์คนอง ตนเล็ก ผู้อำนวยการโรงเรียนวชิราลัย เป็นผู้ลูแลโครงการทั้งหมด และเป็นผู้ประสานงานนัดกระชับมิตรดังกล่าว ด้วยความร่วมมือของอาจารย์คนอง ตนเล็ก และอาจารย์ชินวร ชวสินธุ์ ผู้ประสานงานของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และสโมสรนอร์ท-วชิราลัย เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ได้เลือกสนามราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ในการเป็นสถานที่รับรองให้เยาวชน FOX HUNT ได้ฝึกซ้อมปรับความพร้อม และแข่งขันในนัดกระชับมิตร

ด้วยการเตรียมความพร้อมของสนามราชพฤกษ์ ท่านดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ อธิการบดี
มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ได้ทุ่มเงินกว่า 200,000 บาท ในการพัฒนาสนามให้มีความพร้อมในนัดกระชับมิตรของเยาวชนนี้ และสำหรับให้สโมสรนอร์ท-วชิราลัย เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ใช้เป็นรังเหย้าในการลุยศึกฟุตบอล Thailand Amateur League (T5) 2018 โซนทีมภาคเหนือตอนบน นับว่าเป็นการทุ่มเงินเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเยาวชนภาคเหนือให้ได้ก้าวสู่การเป็นนักเตะอาชีพ ร่วมกับโรงเรียนวชิราลัย เป็นการเรียนระดับอุดมศึกษาและเล่นฟุตบอลอาชีพ ผ่านหลักสูตรการเรียนที่ปรับให้เอื้อต่อการฝึกซ้อมของนักฟุตบอล ถือเป็นสถาบันแรกๆของเชียงใหม่ที่เปิดหลักสูตรนี้

อาจารย์คนอง ตนเล็ก ได้กล่าวถึงนัดแห่งศักดิ์ศรีนี้ว่า “ผมได้รับการประสานงานจากคุณเชน ขำวิสัย เนื่องด้วยทางโครงการ FOX HUNT มีความประสงค์จะมาขออุ่นเครื่องกับอคาเดมี่ของสโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ เอฟซี(โรงเรียนวชิราลัย ได้เป็นอคาเดมี่ของเชียงใหม่เอฟซี) กระผมจึงได้จัดเตรียม นักกีฬารุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี เพราะ FOX HUNT เป็นเด็กอายุรุ่น 16-17 ปี

FOX HUNT มีโครงการอุ่นเครื่องในไทย ช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน เนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคเรียนของโรงเรียนในอังกฤษ โดยทำการอุ่นเครื่องทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกอุ่นเครื่องกับอคาเดมี่ของสโมสรฟุตบอล บางกอกกล๊าส(โรงเรียนสตรีวิทยา 2) รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี (ผลการแข่งขัน FOX HUNT เป็นผ่ายเอาชนะไป 2-0 ) ครั้งที่2 อุ่นเครื่องกับอคาเดมี่ ทรู แบงค์คอก ยูไนเต็ดรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (ผลการแข่งขัน FOX HUNT  ชนะไป
3-0 ) และครั้งที่ 3 อุ่นเครื่องกับอคาเดมี่ เชียงใหม่ เอฟซี (ผลการแข่งขัน FOX HUNT เป็นฝ่ายเอาชนะไป 2-1 )

ส่วนนักเตะ fox hunt สายเลือดเชียงใหม่ประกอบด้วย นายสุวิจักร มูลแก้ว (แฟร้ง) โรงเรียนวชิราลัย (FOX HUNT 2), นายพบธรรม  วันดี (ภูพาน) ศิษย์เก่าโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่ (โครงการ Gold Thailand TVd), นายพัสกร  วงศ์คำ (ต้า) ศิษย์เก่าโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย (FOX HUNT 2) และ
นายบริบูรณ์ น้อยศรี(เบ็คแฮม)  โรงเรียนเทพศิรินทร์เชียงใหม่  (FOX HUNT 3) ถือเป็นโอกาสของเยาวชนเชียงใหม่ ในการพัฒนาสู่สากลโดยแท้จริง”

ด้านทีมงานผู้ฝึกสอน Mr.Patrick ได้กล่าวว่า “นักฟุตบอลสโมสรเชียงใหม่ FC ภายใต้โรงเรียนวชิราลัย แข่งแกร่งมาก มีเกมส์รับที่เหนียวแน่น และทักษะส่วนตัวของนักเตะดี หากให้คะแนนเต็ม 10 ผมให้ 8 จากนัดกระชับมิตรนี้” ตัวแทนนักฟุตบอลของโครงการ FOX HUNT ได้กล่าวว่า “นักฟุตบอลชุดนี้ของโรงเรียนวชิราลัยเก่งมากครับ หากไม่เก่งจะไม่สามารถตีเสมอทีมของเราได้ นับว่าเป็นทีมที่มีอนาคตไกลแน่นอนครับ”

ในความคิดเห็นส่วนตัว ได้เห็นว่าความสามารถของนักฟุตบอลของทั้งสองทีม ต้องบอกได้ว่าเป็นอนาคตของทีมชาติไทยอย่างแท้จริง ทั้งสองได้พัฒนาตนเองจากกีฬาฟุตบอลได้เป็นอย่างดี ต่างกันเพียงโอกาสที่ เยาวชน
FOX HUNT ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศอังกฤษและฝึกซ้อมกับทีมงานระดับโลก แต่ต้องชื่นชมทาง
โรงเรียนวชิราลัย และทีมงานของสโมสรเชียงใหม่ FC ที่ได้พัฒนาเยาวชนของเชียงใหม่ได้ไม่ได้ด้อยกับเยาวชน FOX HUNT แต่ประการใด และผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะกล่าวคำติดปากของผมว่า “นัดกระชับมิตรนี้ ความสนุกระดับ 5 ดาว อย่างแท้จริง” จากความสามารถของทั้งสองทีม ซึ่งเยาวชนเหล่านี้จะได้เล่นฟุตบอลอาชีพอย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นยังจะสามารถยกระดับคุณภาพฟุตบอลไทยให้มีนักเตะเก่งๆระดับโลกได้โดยไม่ต้องสงสัยแต่อย่างใด

ท้ายที่สุดนี้ ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่สนับสนุนเยาวชนในหลายด้าน ทำให้เยาวขนไทยได้รับการพัฒนาทักษะ พัฒนาความรู้ เพื่อก้าวสู่นักฟุตบอลอาชีพที่เพียบพร้อมในทุกด้าน ทำให้อนาคตฟุตบอลไทยต้องก้าวไกลเทียบเท่ากับชาติที่พัฒนามาอย่างยาวนาน ได้โลดแล่นในเวิลด์ คัพ ในรอบสุดท้ายอย่างประเทศญี่ปุ่น จีน หรือเกาหลี ที่ได้แสดงฝีเท้าให้ระดับนานาชาติได้เห็นแล้ว และผมขอเป็นกำลังใจให้สโมสรที่มีเยาวชนอย่าง FOX HUNT, สโมสรเชียงใหม่ FC และสโมสรที่กำลังก้าวเข้าสู่ฟุตบอลอาชีพอย่าง สโมสรนอร์ท-วชิราลัย เชียงใหม่ ยูไนเต็ด เพื่อพัฒนานักฟุตบอลพร้อมด้วยวิชาการ ให้ดำเนินต่อไปสู่พัฒนาเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

นักฟุตบอลผู้ล่าฝันกับเส้นทางเดินทางสู่เป้าหมาย อยากจะบอกว่าเป้าหมายไม่ใช่ที่สุด แต่บาดแผลที่ได้จากการเดินทาง การได้ล้มลุกคลุกคลาน การได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง สิ่งเหล่านั้นถือเป็นประสบการณ์ที่ดีไม่น้อยไปกว่าเป้าหมายเลย เพราะการพัฒนาไม่ใช่การเดินไปถึงเป้าหมายโดยไม่ผ่านอะไรเลย ต้องมีการเรียนรู้ ต้องมีการลงมือทำ เพราะผู้ที่สำเร็จไม่ได้เกิดมาพร้อมกว่าผู้อื่น แต่เป็นผู้ที่ลงมือทำมากกว่าผู้อื่น ขอเพียงอย่าหมดหวังและจงมั่นใจที่จะก้าวเดินต่อไป แล้วสักวันจะความสำเร็จจะมาถึงในไม่ช้า

โดย..นายเจตน์ณรงค์ คำเป็ง

 

Check Also

เยาวชนไทยกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

จากอดีตถึงปัจจุบันความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นมูลค่ามหาศาล มีสิ่งก่อสร้างที่อนุสาวรีย์ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง เช่นกับข่าวที่พึ่งออกไปไม่นานคือ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาคดีโฮปเวลล์รัฐต้องจ่ายค่าเสียหายให้เอกชนถึง 1.2 หมื่นล้านบาท นับเป็นหนึ่งในโครงการที่มูลค่ามหาศาล เป็นต้น และยังมีอีกหลายโครงการเล็กใหญ่ที่เป็นการทุจริต ทำให้ความสูญเสียดังกล่าว ควรกลับกลายมาเป็นโครงการที่พัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของไทยได้มากกว่านี้ ดังนั้นการทุจริตคอร์รัปชั่นจึงเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องร่วมกันต่อต้าน เป็นหูเป็นตาเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นอีก เมื่อวันที่ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *