Monday , January 20 2020
Home / บทความ / บทความพิเศษ “เจตน์ณรงค์ คำเป็ง” / “Gen Z No Drugs Camp” โครงการเพื่อเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

“Gen Z No Drugs Camp” โครงการเพื่อเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

หากพูดถึงปัญหาของเยาวชนโดยทั่วไปหลายประเทศนั้น หนึ่งในปัญหาที่รัฐบาลพยายามเป็นอย่างมากที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวให้ได้ นั่นก็คือปัญหาด้านยาเสพติด ตลอดระยะเวลาที่ทำงานด้านเยาวชนเกือบทศวรรษนั้นทำให้แน่ใจว่าเยาวชนส่วนมากต้องการองค์ความรู้อีกมากเพื่อจะใช้เป็นภูมิต้านทาน สำหรับป้องกันตนเองจากปัญหาได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องเริ่มทำกันอย่างเร่งด่วน

ในวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสในการเป็นหนึ่งในทีมจัดกิจกรรมเยาวชนแกนนำต่อต้านยาเสพติด  (Gen Z No Drugs Camp 2018) โดยมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยที่ขัดเกลาและเป็นที่ทำงานปัจจุบันของผมได้รับมอบหมายจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ในการจัดกิจกรรมให้กับเยาวชนแกนนำรวม 60  คน จากโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 4 แห่งคือ 1.โรงเรียนบ้านศาลา อำเภอแม่ริม   2.โรงเรียนต้นแก้วผดุงวิทยาลัย อำเภอหางดง 3.โรงเรียนบ้านแม่งอนขี้เหล็ก อำเภอฝาง 4.โรงเรียนแม่อายวิทยาคม อำเภอแม่อาย

ทีมงานคุณภาพนำโดย ผศ.บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ อาจารย์มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่อีกสองท่าน คือ อาจารย์นีรนาท ตาจุมปา อาจารย์จารุณี ปัญควณิช และทีมงานอีกสามท่านนอกจากผม คือ นางสาวอรนุช ขีดดี นางสาวนฤภร ใจดี นางสาวธาริณี แสนสี ในกิจกรรมยังได้รับเกียรติจาก Maroon Group ทีมสันทนาการจากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ร่วมสร้างความสนุกสนานและดำเนินกิจกรรม และทีมงานจากครูเบลล่า หรือคุณนลี อินทรนันท์ ผู้มอบโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาสผ่านเสียงเพลง ผู้ก่อตั้งโรงเรียนดนตรีวรนันท์ นำคณะและผู้มีประสบการณ์ตรงมาเล่าเรื่องยาเสพติดให้เยาวชนฟัง

เยาวชนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมมีผลการตอบรับที่ดีมาก มีความประทับใจโดยตัวแทนของทั้ง 4 โรงเรียนได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาด้านยาเสพติด

ด.ญ.กัณฐชา หอมรับ โรงเรียนบ้านแม่งอนขี้เหล็ก กล่าวว่า “หนูอยากให้คนที่ทำผิดพลาดไปแล้วเพราะยาเสพติด ให้โอกาสเขาอีกครั้ง หนูคิดว่าดนตรี  กีฬา หรือกิจกรรมกับเพื่อนๆ น่าจะช่วยเปลี่ยนความคิดเขาได้ค่ะ”

ด.ช.สงกรานต์ เรือนชื่น โรงเรียนบ้านศาลา กล่าวว่า “เยาวชนส่วนใหญ่อาจมีสิ่งแวดล้อมที่ดึงดูดให้มีการใช้ยาเสพติด  อยากบอกเพื่อนๆว่าให้รู้จักปฏิเสธเพราะเป็นสิ่งไม่ดี”

ด.ญ.ดวงพร  ลุงเริญ โรงเรียนแม่อายวิทยาคม กล่าวว่า “ทุกวันนี้เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมากขึ้น เพราะมีสภาพแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยงมาก ขอบคุณ ค่ายนี้ที่สอนให้เยาวชนรู้จักป้องกันตัวเองให้หลีกเลี่ยงจากยาเสพติด”

ด.ญ.อภิสรา อินทะจักร โรงเรียนต้นแก้วผดุงวิทยาลัย กล่าวว่า “คนติดยาเสพติดก็เหมือนผู้ป่วย หนูในฐานะเยาวชนแกนนำ จะนำความรู้จากค่ายนี้ ไปบอกต่อเพื่อนๆที่โรงเรียน ให้รู้ถึงพิษภัยยาเสพติด”

สิ่งเหล่านี้เองถือเป็นกำลังใจอีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้รับจากการทำกิจกรรม ในส่วนตัวที่ได้สัมผัสเยาวชนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนั้นคิดว่า การที่อยากให้ปัญหาของเยาวชนนั้นให้ลดลงไป ต้องเริ่มจากการมุ่งไปแก้ตั้งแต่ต้นเหตุ แต่เราไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่าปัญหาเหล่านั้นมีต้นเหตุคืออะไร มีความซับซ้อนที่แตกต่างกัน สิ่งที่ดีที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีอีกวิธีหนึ่งคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนใช้ต่อสู้กับปัญหา เพราะหากเยาวชนมีองค์ความรู้แล้วนั้น จะเป็นดั่งโล่เหล็กกล้าของนักรบที่จะป้องกันตนเองได้

กิจกรรมนี้จะเป็นเหมือนกันสร้างนักรบที่สามารถปกป้องตนเองได้ โดยการมอบอาวุธเป็นการรู้เท่าทันพิษภัยเป็นดั่งโล่ มีความรู้และทักษะการปฏิเสธเป็นดั่งคมดาบสำหรับฟาดฟัน มีประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมเป็นดั่งชุดเกาะ ที่เยาวชนจะสามารถไม่นำตนเองเป็นส่วนหนี่งของปัญหาโดยเฉพาะยาเสพติด และสิ่งที่สำคัญคือเยาวชนเหล่านี้จะเอาไปต่อยอดเป็นกระบอกเสียงมอบองค์ความรู้เหล่านี้สู่ชุมชนของตนเอง สู่โรงเรียนของตนเอง โดยมีครูผู้ดูแลที่นำมาเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้สนับสนุน ทำให้ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่ประโยชน์เพียงแค่เยาวชนที่เข้าร่วม แต่เป็นการเริ่มต้นของการผลิดอกออกใบจนไปสู่การขยายพันธุ์พืชแห่งความรู้ตลอดไป

ท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะกล่าว เยาวชนจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เป็นผู้ดูแลอนาคตของทุกคน ดังนั้นการจะช่วยกันในการสร้างให้เยาวชนเติบโตได้อย่างมีคุณภาพนั้น ควรเป็นหน้าที่ของทุกท่านไม่ใช่แค่เพียงรอให้สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐในการทำหน้าที่ดูแล เพราะสถาบันที่มีคุณค่าและมีผลต่อตัวเยาวชนเองคือสถาบันครอบครัว เยาวชนที่มีคุณภาพเหล่านี้เองที่สร้างประโยชน์ในผู้ปกครอง ชุมชน สังคม รวมทั้งประเทศชาติได้อย่างแน่นอน เพียงมอบโอกาส ความรู้ และเฝ้ามองดูการเติบโตอย่างใจเอิบอิ่มได้เลย

บทความโดย นายเจตน์ณรงค์ คำเป็ง

 

 

 

Check Also

เยาวชนไทยกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

จากอดีตถึงปัจจุบันความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นมูลค่ามหาศาล มีสิ่งก่อสร้างที่อนุสาวรีย์ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง เช่นกับข่าวที่พึ่งออกไปไม่นานคือ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาคดีโฮปเวลล์รัฐต้องจ่ายค่าเสียหายให้เอกชนถึง 1.2 หมื่นล้านบาท นับเป็นหนึ่งในโครงการที่มูลค่ามหาศาล เป็นต้น และยังมีอีกหลายโครงการเล็กใหญ่ที่เป็นการทุจริต ทำให้ความสูญเสียดังกล่าว ควรกลับกลายมาเป็นโครงการที่พัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของไทยได้มากกว่านี้ ดังนั้นการทุจริตคอร์รัปชั่นจึงเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องร่วมกันต่อต้าน เป็นหูเป็นตาเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นอีก เมื่อวันที่ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *