Monday , July 13 2020
Home / บทความ / บทความพิเศษ “เจตน์ณรงค์ คำเป็ง” / เด็กและเยาวชนหมัดสำคัญต่อนานาประเทศ สู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

เด็กและเยาวชนหมัดสำคัญต่อนานาประเทศ สู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

 เด็กและเยาวชนในอดีตมักถูกกล่าวว่าเป็นอนาคตของชาติ เป็นพลังพัฒนาประเทศในอนาคต ซึ่งในอดีตในหลายประเทศเด็กและเยาวชนมีหน้าที่เรียน หาความรู้และทำกิจกรรมเพื่อเป็นการเสริมสร้างพัฒนาให้ตนเองมีภูมิต้านทานทั้งด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และด้านสังคม แต่ปัจจุบันโลกได้หมุนไปอย่างรวดเร็วจนได้เห็นความสามารถของเด็กและเยาวชนที่เรียกได้ว่าผู้ใหญ่หลายคนต้องทึ่ง จนนำไปสู่การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ และถูกยอมรับในความสามารถไปทั่วโลก!!

เมื่อปี พ.ศ.2553 (ค.ศ.2010) ได้มีข่าวที่โด่งดังและได้ความสนใจไปทั่วโลก เมื่อคุณ Wyatt Roy ที่ตอนนั้นอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น ชนะการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภาของประเทศออสเตรเลีย ถือเป็นนักการเมืองที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่มีมาของชาติออสเตรเลียในการเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เริ่มดำรงตำแหน่งตั้งเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 จนถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2010-2016) และล่าสุดประเทศแดนจิงโจ้ได้เป็นที่สนใจของนานาประเทศอีกครั้งเมื่อคุณ Sebastian Kurz ชนะการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศออสเตรเลีย โดยมีเพียงอายุแค่ 30 ปีต้นเท่านั้น ทำให้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับนักการเมืองของประเทศนี้ พบว่ามีเยาวชนจำนวนมากที่เข้าสู่เส้นทางการเมืองและคนส่วนใหญ่ของประเทศยอมรับเยาวชนเหล่านั้นเป็นอย่างมากอีกด้วย ทำให้ส่วนตัวที่เคยได้ทำงานในองค์กรเด็กและเยาวชนได้เกิดแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องราวของเด็กและเยาวชนในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาชาติตามประสบการณ์ที่ได้ทำงานด้านนี้มาครับ

ในประเทศแถบทวีปยุโรปรวมไปถึงประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาได้เกิดองค์กรด้านเด็กและเยาวชนที่ทำงานเพื่อแก้ปัญหาของเด็กและเยาวชน และสังคมตามบริบทของเด็กและเยาวชน และองค์กรที่ยิ่งใหญ่อีกองค์กรหนึ่งคือ UN. (United Nations) หรือ องค์กรสหประชาชาติที่ยอมรับในความสามารถของเด็กและเยาวชนและจัดการประชุมเยาวชนทั่วโลกที่นิวยอร์กทุกปี นอกจากนั้น UN. ยังได้ก่อตั้งองค์กรสำหรับเด็กและเยาวชน คือ United Nations Major Group for Children and Youth. ที่ทำงานด้านนี้โดยตรงอีกด้วย รวมไปถึงประเทศที่พัฒนาขึ้นเป็นอันดับแรกๆของโลกด้วยเวลาอันรวดเร็วอย่างประเทศจีนก็ยังให้ความสำคัญของเยาวชน จากประสบการณ์ที่เป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนกับเยาวชน 44 ประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2559 (ค.ศ.2016) ทำให้เห็นได้ว่าประเทศจีนได้ให้ความสำคัญของเยาวชนโดยเปิดพื้นสร้างสรรค์ให้เยาวชนของประเทศได้พบและแลกเปลี่ยนกับเยาวชนต่างชาติ ได้ฝึกเข้าสังคมและฝึกการใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้ยิ่งมั่นใจว่าประเทศที่มีการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและมีศักยภาพนั้นเกิดจากการให้ความสำคัญกับเยาวชนและดึงศักยภาพเหล่านั้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นรากฐาน รวมไปถึงเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศให้ไปข้างหน้าอย่างมีเสถียรภาพ ประเทศไทยในปัจจุบันได้เกิดองค์กรด้านเด็กและเยาวชนขึ้นเป็นจำนวนมาก และองค์กรเหล่านั้นได้รับการจัดการโดยเด็กและเยาวชนทั้งในด้านการบริหารองค์กร การดำเนินกิจกรรมและส่งต่อข้อมูลที่องค์กรเด็กและเยาวชนให้กับผู้ใหญ่ได้ขับเคลื่อนต่อไป ตัวอย่างองค์กรเยาวชนที่เป็นที่ยอมรับและถูกขับเคลื่อนมาเป็นเวลา 10 กว่าปีและเป็นองค์กรที่ผมได้ร่วมขับเคลื่อนมายาวนานกว่า 5 ปี นั่นก็คือ สภาเด็กและเยาวชน ทำให้ประสบการณ์ด้านการพัฒนาประเทศในมิติของเยาวชนมีพอสมควรครับ

สภาเด็กและเยาวชน คือ องค์กรของเด็กและเยาวชนที่ก่อตั้งภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนปีพุทธศักราช 2550 เกิดจากแนวความคิดในการประชุมสมัชชาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ปี พ.ศ.2547 ที่อยากก่อตั้งองค์ของเด็กและเยาวชน ที่ทำงานแก้ปัญหาของเด็กและเยาวชน เนื่องจากเด็กและเยาวชนจะเข้าใจปัญหาด้านเด็กและเยาวชนเป็นอย่างดี จนนำไปสู่การก่อตั้งสภาเด็กและเยาวชนโดยเริ่มจากจังหวัด 4จังหวัดนำร่อง ปัจจุบันได้เกิดสภาเด็กและเยาวชนทุกตำบล ทุกอำเภอของประเทศไทย มีสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดทั้งหมด 76 แห่งและ 1 สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครฯ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยที่ทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ระดับกระทรวงและกรมต่างๆ ถือได้ว่าองค์กรเหล่านี้ได้รับการผลักดันให้มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศ สภาเด็กและเยาวชนมีการจัดกิจกรรมมากมายเพื่อมุ่งหวังให้เป็นองค์กรศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม กีฬาและนันทนาการ วิชาการ การศึกษา การแก้ปัญหาทุกด้าน เป็นกระบอกเสียงของเยาวชนที่สะท้อนให้ผู้ใหญ่ได้รับฟังและนำไปสานต่อเป็นนโยบายสำหรับเด็กและเยาวชน มีการรวบรวมความคิดของเด็กและเยาวชนผ่านสมัชาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัดส่งต่อมาระดับภาค และส่งต่อมายังระดับประเทศโดยมีการตกผลึกข้อมูลและนำเสนอให้รัฐบาลผ่านบอร์ด กดยช. (คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ) มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำให้มั่นใจได้ว่าประเทศไทยได้ผลักดันเด็กและเยาวชนในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศแล้ว

แต่ตามมุมมองส่วนตัวและจากประสบการณ์นั้นมองว่า ในทางปฏิบัติยังไม่ถือว่าเป็นให้เด็กและเยาวชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ 100% เนื่องจากผู้ใหญ่ยังเห็นเด็กและเยาวชนเป็นบุคคลที่ต้องพัฒนาศักยภาพ ยังไร้ซึ่งประสบการณ์ในการทำงานไม่สามารถเทียบเท่าผู้ใหญ่ได้ ทำให้หลายครั้งการนำเสนอของเด็กและเยาวชนถูกปัดให้เป็นความสำคัญลำดับท้ายๆ กลายเป็นว่าเด็กและเยาวชนถูกทำให้ต้องทำกิจกรรมขับเคลื่อนพื้นสร้างสรรค์มากกว่าการนำเสนอข้อมูลและความคิดเห็นในการพัฒนาประเทศชาติ จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับสภาเด็กและเยาวชนจึงอยากบอกผู้ใหญ่ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะให้โอกาสเด็กและเยาวชนแสดงศักยภาพของพวกเขาอย่างไร้กรอบที่ผู้ใหญ่ตีให้ ถึงเวลาแล้วที่ควรให้เด็กและเยาวชนได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศอย่างไร้ข้อแม้ ผมเชื่อว่า การทำอะไรแบบเดิม ย่อมได้รับผลลัพธ์เช่นเดิม แต่จินตนาการของเด็กและเยาวชนรวมไปถึงความสามารถของพวกเขาสามารถสรรสร้างสิ่งใหม่ที่สร้างสรรค์ หากแต่ว่าควรได้รับแรงสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นได้แสดงมันออกมา เพราะเยาวชนคืออนาคตของชาติในระยะยาวแต่ลองจินตนาการว่าเด็กและเยาวชนที่ได้รับโอกาสให้มาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศในตอนนี้และมีเวลาอีกมากในการพัฒนาตนเองควบคู่ไป ประเทศจะพัฒนาจนขีดสุดไม่ใช่เรื่องในฝันอีกแน่นอน นับต่อจากนี้ไปเป็นโจทย์ของรัฐบาลทุกวาระว่าท่านจะอยากพัฒนาประเทศให้เหมือนนานาประเทศที่มีเยาวชนเป็นกลไกให้พัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ท่านจะทำงานบูรณาการกับเยาวชนที่มีความสามารถได้อย่างไร  ผมเชื่อครับว่าหากเราทำได้ประเทศไทยจะพ้นคำว่าประเทศกำลังพัฒนาเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในอีกไม่นาน

ประเทศที่เสถียรภาพไม่ใช่ประเทศที่พัฒนาได้ด้วยความมั่งคั่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นประเทศที่พัฒนาไปพร้อมกันในทุกด้่าน ประเทศที่ศักยภาพล้วนแต่เป็นประเทศที่มีการพัฒนาศักยภาพทุกด้านให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเด็กและเยาวชนถือเป็นกลไลสำคัญที่ควรพัฒนาและให้เวทีให้เยาวชนได้พัฒนาตนเองอย่างถูกต้อง เพื่อให้เป็นอีกส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์ บางทีประเทศอาจจะได้หนทางใหม่ในการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดกว่าที่เป็นมาก็เป็นได้

โดย… นายเจตน์ณรงค์   คำเป็ง

Check Also

เยาวชนไทยกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

จากอดีตถึงปัจจุบันความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นมูลค่ามหาศาล มีสิ่งก่อสร้างที่อนุสาวรีย์ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง เช่นกับข่าวที่พึ่งออกไปไม่นานคือ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาคดีโฮปเวลล์รัฐต้องจ่ายค่าเสียหายให้เอกชนถึง 1.2 หมื่นล้านบาท นับเป็นหนึ่งในโครงการที่มูลค่ามหาศาล เป็นต้น และยังมีอีกหลายโครงการเล็กใหญ่ที่เป็นการทุจริต ทำให้ความสูญเสียดังกล่าว ควรกลับกลายมาเป็นโครงการที่พัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของไทยได้มากกว่านี้ ดังนั้นการทุจริตคอร์รัปชั่นจึงเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องร่วมกันต่อต้าน เป็นหูเป็นตาเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นอีก เมื่อวันที่ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *