Friday , August 14 2020
Home / บทความ / ความรู้เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น / ปลดหนี้ด้วยการทำล้มละลาย

ปลดหนี้ด้วยการทำล้มละลาย

ในอดีตลูกหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้ จะถูกทำโทษโดยการถูกจับขังคุก ถึงแม้กฎหมายล้มละลายจะได้ถูกนำออกใช้ตั้งแต่ปี 1792 แต่รัฐบาลอเมริกันก็ยังขังคุกลูกหนี้จนกระทั่งถึงปี 1833 หลังจากปี 1833 เป็นต้นมาลูกหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายชำระหนี้จะไม่ถูกจับกุมกักขังอีกต่อไป เหตุผลก็เนื่องจากรัฐบาลได้ตระหนักว่าความล้มเหลวทางการเงินมิใช่การกระทำผิดกฎหมาย นอกจากนั้นการกักขังลูกหนี้ทำให้ลูกหนี้ไม่สามารถทำงานและไม่สามารถหาเงินมาจ่ายชำระหนี้ได้

สองร้อยกว่าปีนับจากกฎหมายล้มละลายเริ่มออกใช้ ในปัจจุบันลูกหนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับขังคุก ถ้าไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้ นอกจากนั้น กฎหมายยังอนุญาตให้ลูกหนี้สามารถปลดหนี้ด้วยการทำล้มละลายหมายความว่าลูกหนี้ไม่จำเป็นต้องจ่ายชำระหนี้เหล่านั้นอีกด้วย ในแต่ละปีลูกหนี้จำนวนกว่า 1.2 ล้านคน ยื่นเรื่องทำล้มละลายเพื่อปลดหนี้ของตน

คนบางคนมีความคิดว่าการทำล้มละลายเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ในบางกรณีสำหรับคนที่มีหนี้สินท่วมตัวจนไม่สามารถจ่ายชำระได้การทำล้มละลายอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนเหล่านี้ การทำล้มละลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้ผลรวดเร็วในการหยุดยั้งเจ้าหนี้ และมีประสิทธิภาพมากในการปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้

คนที่มีหนี้สินท่วมตัว จะเป็นคนที่มีทุกข์ และจะหาความสุขในชีวิตไม่ได้ คนเหล่านี้มักจะนอนไม่หลับ และเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา ไม่กล้าระบายความทุกข์กับคนอื่นเพราะอับอายทำให้ต้องเก็บกดไว้คนเดียว การทำล้มละลายจะช่วยสร้างคุณภาพของชีวิตให้แก่คนเหล่านี้ เนื่องจากการทำล้มละลายจะช่วยระงับการรังควาญทวงหนี้จากเจ้าหนี้ หลังจากการทำล้มละลาย ลูกหนี้จะไม่ได้รับโทรศัพท์ก้าวร้าวข่มขู่ จะไม่ได้รับจดหมายทวงหนี้ จะไม่ถูกฟ้องร้อง และจะไม่ถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์สิน

บุคคลทั่วไปสามารถเลือกทำล้มละลายได้ 2 ประเภท คือ ล้มละลายชาพเตอร์ 7 และชาพเตอร์ 13

ล้มละลายชาพเตอร์ 7 เป็นประเภทที่คนทั่วไปนิยมทำกันมากที่สุด เนื่องจากลูกหนี้สามารถปลดหนี้สินต่างๆ เช่น หนี้บัตรเครดิต, หนี้ค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าโทรศัพท์, หนี้ค่าเช่า, หนี้ค่าหมอ-ค่าโรงพยาบาลหนี้สินที่เกิดจากอุบัติเหตุรถชน หนี้สินที่เกิดจากซื้อรถเงินผ่อน แล้วถูกยึดรถคืน (Repossesed) แต่มีหนี้สินบางประเภทที่ไม่สามารถลบล้างให้หมดไปจากการทำล้มละลายชาพเตอร์ 7 ได้แก่ หนี้สินค่าภาษีเงินได้บางประเภท, หนี้สินค่าภาษีเงินเดือน และภาษีจากการขาย, หนี้สินค่าปรับจากศาล หนี้ค่าเลี้ยงดูบุตร หนี้สินที่เกิดจากการขับรถในขณะเมามาย หนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา และหนี้สินที่เกิดจากเจตนาทำร้ายร่างกายผู้อื่น

ล้มละลายชาพเตอร์ 7 เป็นที่นิยมเนื่องจากลูกหนี้สามารถปลดหนี้สินต่างๆ โดยไม่ต้องจ่ายชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้เลย ลูกหนี้สามารถเก็บทรัพย์สินของตนเองไว้ได้ตราบเท่าที่ทรัพย์สินเหล่านั้นมิได้มีจำนวนมากเกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดให้มีได้ เช่น ลูกหนี้สามารถเก็บบ้านไว้ได้ ถ้า equity (คือราคาบ้านหักด้วยเจ้าหนี้ค่าบ้าน) ไม่เกิน $75,000 สำหรับคนโสด หรือ $100,000 สำหรับสามีภรรยา ถ้า equity ของบ้านสูงมากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ ทรัสตีสามารถขายบ้านเพื่อนำเงินมาชำระเจ้าหนี้ ทรัสตีมักจะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้หาเงินมาจ่ายเพื่อซื้อส่วนที่เกินนั้นเสียก่อน การบังคับขายบ้านของลูกหนี้มักจะเป็นทางเลือกสุดท้าย

ในปัจจุบันราคาบ้านเพิ่มสูงขึ้นมาก จนบางครั้งลูกหนี้มิได้ตระหนักถึงราคาบ้านที่แท้จริง ตัวอย่างเช่น คุณมงคลกับภรรยาซื้อบ้านเมื่อหลายปี ในราคา $150,000 คุณมงคลกับภรรยาทำล้มละลายชาพเตอร์ 7 เมื่อเดือนมิถุนายน 2019 โดยประเมินราคาบ้านไว้ $500,000 คุณมงคลกับภรรยาเป็นหนี้ค่าบ้านบวกกับเงินกู้ที่เอาบ้านไปค้ำประกันมีจำนวนทั้งหมด $400,000 คุณมงคลคำนวนว่า equity อยู่ภายในจำนวนที่ได้รับยกเว้น คือ $100,000 (500,000-400,000) ปรากฎว่าทรัสตีได้ทำการประเมินราคาบ้านแล้วพบว่าบ้านของคุณมงคลนั้นมีราคาอย่างน้อย $560,000 ดังนั้น equity ของบ้านเกินไปอยู่ $60,000 ทรัสตีจะให้โอกาสแก่คุณมงคลที่จะหาเงินมาซื้อส่วนที่เกิน เช่นอาจจะเสนอว่าให้คุณมงคลจ่ายเงิน $20,000-$30,000 แก่ทรัสตี มิฉะนั้นทรัสตีสามารถนำบ้านออกขายได้

ตัวอย่างที่ผู้เขียนยกมาแสดงนี้ ก็เพื่อให้ลูกหนี้ที่มีบ้านได้ทราบว่า ในปัจจุบันราคาบ้านเพิ่มสูงขึ้นมาก จนบางครั้งลูกหนี้อาจจะไม่ได้ตระหนักถึงราคาบ้านที่แท้จริง การทำล้มละลายชาพเตอร์ 7 อาจจะเกิดปัญหาได้ถ้าทรัสตีพบว่า equity มีมากกว่าจำนวนที่ได้รับยกเว้น ในกรณีนี้ลูกหนี้ควรจะเลือกทำล้มละลายชาพเตอร์ 13 แทน

ล้มละลายชาพเตอร์ 13 นี้เหมาะสำหรับลูกหนี้ที่มีทรัพย์สินมากเกินกว่าที่กฎหมายระบุให้ โดยลูกหนี้จะต้องจ่ายชำระเงินเป็นรายเดือนให้แก่ทรัสตีเป็นเวลา 3-5 ปี เพื่อนำไปแจกจ่ายคืนให้แก่เจ้าหนี้ตามสัดส่วน เจ้าหนี้อาจจะได้รับเงินเพียงไม่ถึง 5% ของจำนวนหนี้ แต่เมื่อครบกำหนด 3-5 ปีดังกล่าว หนี้สินที่ไม่มีหลักประกัน (unsecured debts) ทั้งหมดก็จะถูกลบล้างหมดสิ้นไป ส่วนหนี้สินที่มีหลักประกัน เช่น เจ้าหนี้ค่าบ้านหรือรถยนต์ ถ้าลูกหนี้ต้องการเก็บทรัพย์สินเหล่านี้ไว้ก็จะต้องทำการผ่อนชำระไปตามปกติ

ล้มละลายชาพเตอร์ 13 นี้ดีกว่าการทำ debt consolidation เนื่องจากลูกหนี้ผ่อนชำระเงินเป็นเวลาเพียง 3-5 ปี เมื่อครบกำหนดถึงแม้หนี้สินยังคงเหลืออยู่ แต่กฎหมายก็จะลบล้างหนี้สินที่เหลือให้หมดสิ้นไป ส่วน Debt Consolidation ลูกหนี้จะต้องจ่ายชำระหนี้จนกว่าจะครบจำนวนหนี้

จำนวนเงินที่ลูกหนี้จะต้องจ่ายรายเดือนให้แก่ทรัสตีชาพเตอร์ 13 นี้ จะคำนวนจากรายได้ และรายจ่ายของลูกหนี้ โดยจะนำรายได้เฉลี่ยรายเดือนลูกหนี้หักด้วยรายจ่ายเฉลี่ยรายเดือนของลูกหนี้ผลลัพธ์ คือ เงินส่วนเกิน ซึ่งลูกหนี้จะต้องนำส่งให้แก่ทรัสตีลูกหนี้จะต้องจ่ายเงินจำนวนนี้เป็นเวลา 3-5 ปี ตัวอย่างเช่น ลูกหนี้มีรายได้เดือนละ $3,500 มีรายจ่ายทั้งหมดเดือนละ $3,000 ลูกหนี้มีเงินเหลือเดือนละ $500 ดังนั้นลูกหนี้จะต้องผ่อนชำระเงินให้แก่ทรัสตีเป็นจำนวน $500 ทุกเดือนจนกว่าจะครบ 3-5 ปี

บริษัทบัตรเครดิตได้ทุ่มเงินโฆษณาเพื่อชักจูงให้คนสร้างหนี้ โดยสร้างภาพพจน์ว่า คนที่มีบัตรเครดิตหลายๆ ใบ มีหนี้สินมาก คือคนที่มีเครดิตดี และประสบความสำเร็จ เป้าหมายก็เพื่อให้คนใช้บัตรเครดิตเพื่อจับจ่ายซื้อของมากขึ้น คนจำนวนไม่น้อยที่เพลิดเพลินกับการจับจ่ายโดยใช้บัตรพลาสติกจนลืมตัวขาดความยั้งคิด บริษัทบัตรเครดิตคิดดอกเบี้ยสูงถึง 21% คนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตเพียงไม่นานก็จะพบว่าตนเองตกอยู่ในสภาพหนี้สินท่วมตัว ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนกว่าล้านคนยื่นทำล้มละลายในแต่ละปี

วิธีหลีกเลี่ยงมิให้ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น คืออย่าจับจ่ายซื้อของอะไรที่เกินกำลังของตนเอง เมื่อคุณใช้บัตรเครดิตก็ควรจะจ่ายชำระยอดทั้งหมดในแต่ละเดือน

สำหรับผู้ที่มีปัญหาหนี้สิน สามารถขอคำแนะนำได้ฟรีจาก ทนายจรินทร ทานัชฌาสัย หมายเลขโทรศัพท์ (310) 515-2888

โดย….จรินทร ทานัชฌาสัย

Check Also

โควิดทำให้ธุรกิจล้มละลาย

จากการระบาดของโรคโควิดทำให้ธุรกิจจำนวนมากถูกปิด ธุรกิจเหล่านี้ขาดรายได้ แต่มีรายจ่ายค่าเช่า และค่าโสหุ้ยต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องจ่ายอยู่คนที่ประกอบธุรกิจจำนวนมากต้องประสบปัญหาการเงิน คนที่ทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นกิจการเจ้าของคนเดียว (sole proprietorship) หรือจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบของบริษัท, ห้างหุ้นส่วน หรือ LLC ก็ตาม เมื่อธุรกิจต้องการเงินทุนและกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือใช้บัตรเครดิตของธุรกิจ เจ้าของธุรกิจมักจะต้องเซ็นต์เอกสารว่าตนจะต้องรับผิดโอนหนี้สินเป็นการส่วนตัวด้วยเสมอ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *