Thursday , April 18 2019

บัตรเครดิต

บัตรเครดิตเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของคนปัจจุบัน เราต้องใช้บัตรเครดิตในการสั่งจองโรงแรม, ซื้อตั๋วเครื่องบิน, เช่ารถ หรือเพื่อใช้ซื้อบริการต่างๆ

หน่วยงานธุรกิจในปัจจุบันจะระบุว่า เมื่อคุณสั่งจองสินค้าหรือบริการ คุณจะต้องมีบัตรเครดิตให้ไว้เป็นประกัน โรงแรมและการเช่ารถเป็นธุรกิจหลักที่ต้องมีบัตรเครดิตเมื่อคุณสั่งจอง เพราะบริษัทเหล่านี้ต้องการหลักประกันว่าตนจะต้องได้รับเงินจากการสั่งจองดังกล่าว บริษัทต้องกันห้องและรถเช่าไว้ให้แก่คุณ ดังนั้นบริษัทจะเก็บเงินจากบัตรเครดิตถึงแม้ว่าคุณจะไม่มาเข้าพักหรือไม่มาเอารถก็ตาม

การซื้อของทางออนไลน์เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะช่วยประหยัดเงินและเวลา คุณจะต้องมีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

บัตรเครดิตยังมีประโยชน์มากกว่าการใช้จ่ายด้วยเงิน บัตรเครดิตให้ความคุ้มครองแก่เจ้าของบัตร เช่น ถ้ากระเป๋าเงินของคุณตกหายหรือถูกขโมย คุณสามารถโทรให้บัตรเครดิตยกเลิกบัตรเครดิตของคุณ โดยคุณไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่คนอื่นนำบัตรของคุณไปใช้ แต่ถ้ากระเป๋าเงินซึ่งมีเงินสดของคุณตกหาย คุณจะสูญเงินสดทั้งหมดของคุณ นอกจากนั้นบัตรเครดิตยังเสนอให้รางวัลตอบแทนในการใช้บัตร (Reward) ซึ่งอาจจะเป็นเงินที่จ่ายให้หรือไมเลจเพื่อให้คุณบินฟรี เป็นต้น

หลักสำคัญในการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์มากที่สุด คือ คุณจะต้องจ่ายชำระเงินสำหรับบัตรเครดิตที่คุณใช้ทั้งหมดในแต่ละเดือนโดยอย่าให้มียอดติดค้าง ดังนั้นคุณควรจัดสรรเงินงบประมาณของคุณเพื่อให้มีเงินจ่ายชำระบัตรเครดิตที่คุณใช้ในแต่ละเดือน วิธีนี้จะทำให้คุณไม่ต้องจ่ายค่าปรับและค่าดอกเบี้ยจำนวนสูงให้แก่บริษัทบัตรเครดิต

มีคนจำนวนมากที่ไม่ได้ตระหนักว่า การใช้บัตรเครดิตอาจจะทำให้คุณต้องเสียเงินค่าปรับและค่าดอกเบี้ยเป็นจำนวนมากให้แก่บริษัทบัตรเครดิตบัตรเครดิตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เพราะคนแทบทุกคนทั่วโลกจำเป็นต้องใช้บริษัทบัตรเครดิตเหล่านี้เก็บค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยในอัตราสูงมาก และทำกำไรจำนวนมหาศาลจากคนที่ขอยืมเงินจากบัตรเครดิต

สมมุติว่าคุณไม่มีเงินเก็บ แต่คุณอยากได้ทีวี คุณจึงขอยืมเงินจากบัตรเครดิตเพื่อซื้อทีวีราคา $2,000 บัตรเครดิตคิดดอกเบี้ย 19% ถ้าคุณจ่ายเงินคืนให้บัตรเครดิตจำนวน $100 ต่อเดือน คุณจะต้องจ่ายเงินเป็นเวลา 25 เดือน คุณต้องเสียดอกเบี้ยให้บริษัทบัตรเครดิตเป็นจำนวนทั้งหมด $424 ดังนั้นคุณต้องจ่ายเงินทั้งหมดสำหรับทีวีที่คุณซื้อ $2,424

ถ้าคุณซื้อทีวีราคา $2,000 แล้วคุณจ่ายชำระแค่จำนวนขั้นต่ำ (minimum payment) ซึ่งปกติคือ 3% ของยอดคงเหลือ คุณจะต้องจ่ายเงินให้แก่บริษัทบัตรเครดิตเป็นเวลามากกว่า 12 ปี จึงจะสามารถจ่ายชำระหนี้ได้หมด ดอกเบี้ยที่คุณต้องเสียให้แก่บริษัทบัตรเครดิตจะเป็นจำนวนทั้งหมด $1,893 ดังนั้นทีวีที่คุณซื้อจะมีราคาทั้งหมด $3,893

สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณมีปัญหาการเงิน

1.ไม่มีเงินเก็บสะสม เงินเก็บสะสมเป็นหัวใจสำคัญของการมีอิสรภาพด้านการเงิน ถ้าคุณไม่มีเงินเก็บสะสมอาจจะชี้ให้เห็นว่าคุณใช้เงินเกินตัว คุณควรจะพิจารณาเงินงบประมาณ รายได้และรายจ่าย และตั้งเป้าหมายว่าคุณจะต้องเก็บเงินให้ได้ก่อนที่จะใช้จ่ายเงิน

2.ยืมเงินจากบัตรเครดิตเพื่อใช้จ่ายประจำวัน และดึงเงินจากบัตรเครดิตใบหนึ่งเพื่อนำมาจ่ายชำระบัตรอีกใบหนึ่ง หมุนเวียนเป็นวงจร การทำแบบนี้จะทำให้คุณถลำลึกเป็นหนี้บัตรเครดิตมากขึ้นเรื่อยๆ

3.มียอดคงเหลือเป็นหนี้บัตรเครดิต ถ้าคุณใช้บัตรเครดิตแล้วไม่สามารถจ่ายยอดทั้งหมดในแต่ละเดือน คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยเป็นจำนวนมากให้แก่บริษัทบัตรเครดิต ซึ่งในระยะยาวจะทำให้คุณถลำลึกเป็นหนี้มากจนไม่สามารถจ่ายชำระไว้

ปัญหาด้านการเงิน นอกจากจะเกิดจากการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเกินตัวแล้วคนจำนวนมากประสบปัญหาด้านการเงินเนื่องจากการหย่าร้าง, การเสียชีวิตของคู่สมรส, การตกงาน หรือการเจ็บป่วย เหตุการณ์ดังกล่าวนอกจากจะมีผลกระทบทางจิตใจและร่างกายแล้ว ยังส่งผลให้คนเหล่านี้ประสบปัญหาการเงิน

บางคนมีหนี้สินมากมายจนไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ บางคนถูกยึดเงินในธนาคาร, ถูกหักเงินเดือน, ถูกลีนบ้าน แต่ก็ยังฝืนทนเพราะไม่อยากทำล้มละลาย บางคนกลัวว่าถ้าทำล้มละลายแล้ว ตนจะไม่มีบัตรเครดิตใช้ ซึ่งจะก่อความเดือนร้อนเพราะคนเหล่านี้ใช้ชีวิตประจำวันด้วยบัตรเครดิต

แต่ในความเป็นจริง บัตรเดบิตจากธนาคารจะมีเครื่องหมายวีซ่าหรือมาสเตอร์คาร์ด ซึ่งคุณสามารถใช้ได้เช่นเดียวกับบัตรเครดิต มีข้อแตกต่างเพียงว่าบัตรเดบิตจะไม่ได้รับความคุ้มครอง และไม่มีรางวัลให้เช่นเดียวกับบัตรเครดิต

กฎหมายในประเทศอเมริกาเปิดช่องให้คนที่ประสบปัญหาการเงินสามารถทำล้มละลายเพื่อลบล้างหนี้สินของตนให้หมดไป เพื่อต้องการเปิดโอกาสให้คนสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่

ดังนั้นผู้ใดที่ประสบปัญหาการเงินและมองไม่เห็นหนทางที่จะจ่ายชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้ ควรพิจารณาทางออกโดยการทำล้มละลาย ทนายจรินทร ยินดีให้คำปรึกษา

จรินทร ทานัชฌาสัย

Check Also

กฎหมายล้มละลายและคดีตัวอย่าง

1.การปิดบังข้อมูล ในการทำล้มละลาย ลูกหนี้จะต้องเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับทรัพย์สิน, หนี้สิน, รายได้ และรายจ่ายทุกอย่างของตน รวมทั้งข้อมูลการโอนทรัพย์สินของตนให้แก่ผู้อื่น ถ้าลูกหนี้ปิดบังข้อมูล อาจจะทำให้มิได้รับการลบล้างหนี้สิน ตัวอย่าง ลูกหนี้ได้ยื่นทำล้มละลาย เจ้าหนี้ได้สืบทราบมาว่าลูกหนี้ได้โอนทรัพย์สินของตนให้แก่คนอื่น เจ้าหนี้จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายเพื่อขอให้ศาลไม่อนุญาตการลบล้างหนี้สินของตน โดยกล่าวหาว่าลูกหนี้โกหก, ให้การเท็จ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *