Tuesday , July 23 2019
Breaking News
Home / บทความ / ความรู้เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น / คนที่ขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอาจหมดสิทธิในการขอรับใบเขียว

คนที่ขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอาจหมดสิทธิในการขอรับใบเขียว

เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา DHS Department of Homeland Security ได้เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ออกระเบียบใหม่โดยจะให้ตัดสิทธิมิให้ใบเขียวแก่คนต่างชาติที่กำลังขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล และให้รวมถึงคนที่เคยขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลในอดีตอีกด้วย คนที่หมดสิทธิรับใบเขียวคือคนที่ขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เช่น ขอรับบัตรอาหาร (Food Stamps) ค่ารักษาพยาบาล (Medicaid) เงินช่วยค่าเช่าบ้าน (housing vouchers) หรือ section 8 และขอรับเงินช่วยเหลือกรณีของคนรายได้น้อยให้ซื้อยาได้ในราคาถูก (Medicare Part D)

ร่างกฎหมายใหม่นี้จะถูกนำเสนอต่อสภาคองเกรสเพื่อให้สภาอนุมัติก่อนออกบังคับใช้ รัฐบาลได้ให้เหตุผลว่ากฎหมายอิมมิเกรชั่นควรจะต้องเน้นการส่งเสริมให้คนต่างชาติต้องสามารถเลี้ยงดูตนเองได้คนที่จะได้รับใบเขียวจะต้องไม่เป็นภาระต่อสังคม

นอกจากนั้นรัฐบาลทรัมป์ยังได้วางนโยบายของกฎหมายอิมมิเกรชั่นในอนาคตวว่า จะเสนอให้ยกเลิกใบเขียวล็อตโตลี่ และให้ยกเลิกการขอใบเขียวให้แก่ญาติพี่น้องบางประเภท เช่น มิให้ขอใบเขียวให้พ่อแม่, พี่น้อง และลูกที่อายุเกิน 21 ปี ถ้านโยบายนี้ถูกนำออกใช้ คนที่เป็นซิติเซนต์หรือถือใบเขียวจะสามารถยื่นทำใบเขียวให้ได้เฉพาะสามีหรือภรรยาของตน และลูกที่อายุไม่เกิน 21 ปี เท่านั้น ดังนั้นผู้ใดที่ต้องการยื่นคำร้องใบเขียวให้พ่อแม่, พี่น้อง และลูกที่อายุเกิน 21 ปี ควรจะรีบยื่นในขณะที่กฎหมายใหม่ยังมิได้ออกบังคับใช้

คนที่เข้าไปสัมภาษณ์ใบเขียวถูก ICE จับ

คดีที่เกิดขึ้น สามีภรรยาเข้าไปสัมภาษณ์ใบเขียว เขาทั้งสองได้แสดงหลักฐานการอยู่ร่วมกัน แสดงใบเกิดของลูกที่มีด้วยกัน มีรูปถ่ายร่วมกันในเฟสบุ๊ค และมีจดหมายยืนยันรับรองจากญาติและเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการสัมภาษณ์ได้เดินหายออกไปจากห้องสัมภาษณ์สักครู่หนึ่งก็กลับเข้ามาในห้องสัมภาษณ์ แล้วบอกกับคู่สามีภรรยาว่า “ผมมีทั้งข่าวดี และข่าวร้ายให้คุณ ข่าวดีคือ ผมจะอนุมัติคำร้องใบเขียของคุณ เพราะการแต่งงานของคุณชัดแจ้งว่าเป็นการแต่งงานแท้จริง แต่ข่าวร้ายคือ ICE กำลังรออยู่นอกห้องและต้องการพูดกับคุณ” เมื่อสามีเดินออกจากห้องสัมภาษณ์ เขาก็ถูกเจ้าหน้าที่ ICE จับใส่กุญแจมือ และนำตัวเข้าห้องขัง

รัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายจับคนต่างชาติและเนรเทศออกจากประเทศ โดยมิได้พิจารณาว่าคนเหล่านั้นมีประวัติอาชญากรหรือไม่ คนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย ถึงแม้จะไม่เคยทำความผิดในคดีอาญาใดก็อาจถูกเนรเทศได้

คนที่แต่งงานกับซิติเซนต์ อย่าเข้าใจผิดว่า ถ้าแต่งงานจริงแล้ว ตนจะต้องได้ใบเขียวอย่างแน่นอน ในสถานการณ์ปัจจุบันถ้าคุณไปสัมภาษณ์ใบเขียว มีคนหลายคนที่เดินเข้าไปได้ แต่เดินกลับออกมาไม่ได้

มีคนต่างชาติ หลายคนที่แต่งงานอย่างแท้จริง มีลูกเกิดในอเมริกา มีงานทำ และไม่เคยมีประวัติทำความผิดกฎหมายคดีอาญา แต่เมื่อเข้าไปสัมภาษณ์ใบเขียว ก็ถูก ICE จับเพื่อทำการเนรเทศคนเหล่านี้อาจจะเคยยื่นคำร้องกับอิมมิเกรชั่นมาก่อน เช่นเคยยื่นขอลี้ภัย หรือเคยยื่นขอใบเขียวจากการแต่งงานกับคู่สมรสคนก่อน แต่คำร้องถูกปฏิเสธ คนเหล่านี้อาจจะไม่รู้ว่าศาลได้สั่งเนรเทศพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่รู้ อาจเป็นเพราะพวกเขาย้ายบ้านจึงมิได้รับจดหมายจากศาล ดังนั้นคนที่ต้องการยื่นขอใบเขียวควรจะปรึกษาทนายความเพื่อให้ตรวจสอบประวัติให้แน่ชัดว่า ตนไม่เคยมีคดีเนรเทศติดอยู่โดยไม่รู้ตัว มิฉะนั้นถ้าเข้าไปสัมภาษณ์ใบเขียว อาจจะถูกจับตัวส่งกลับประเทศได้

ในยุคของโอบามา รัฐบาลมีนโยบายตรวจจับคนที่มีคดีอาญาร้ายแรง แต่ไม่มีนโยบายตรวจจับคนที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย ถ้าคนเหล่านั้นมิได้ทำความผิดในคดีอาญา

แต่ในยุคของทรัมป์ เขาถือว่าคนทุกคนที่อยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย ควรจะถูกเนรเทศออกไปให้หมด รัฐบาลชุดนี้ได้สั่งให้ ICE เร่งจับกุมคนต่างชาติ นับตั้งแต่ต้นปี 2017 มีคนต่างชาติถูกจับเพิ่มขึ้นถึง 40% ดังจะเห็นจากข่าวที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น ICE บุกโรงงานเพื่อจับคนต่างชาติในที่ทำงาน บุกจับคนต่างชาติแต่เช้ามืดที่นอนอยู่บ้าน จับคนในขณะที่พาลูกไปโรงเรียน และจับคนต่างชาติในขณะที่พาภรรยาไปคลอดลูก เป็นต้น

โดย…จรินทร ทานัชฌาสัย

Check Also

หนี้ภาษีกับการทำล้มละลาย

คนที่มีปัญหาหนี้สินจากการถูกฟ้องร้อง เป็นหนี้บัตรเครดิต หรือเป็นหนี้ภาษีรัฐบาล และไม่สามารถจ่ายชำระหนี้สิน ควรพิจารณาทำล้มละลายเพื่อลบล้างหนี้สินดังกล่าว การทำล้มละลายโดยทั่วไปมี 2 ประเภท คือชาพเตอร์ 7 และชาพเตอร์ 13 ชาพเตอร์ 7 เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีทรัพย์สินมากมายและไม่มีรายได้สูงมาก ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *