Friday , August 14 2020
Home / บทความ / ความรู้เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น / การลำดับความสำคัญของหนี้สิน

การลำดับความสำคัญของหนี้สิน

ถ้าคุณมีปัญหาทางการเงิน และไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทุกรายที่คุณเป็นหนี้อยู่ คุณควรจะจัดลำดับความสำคัญของหนี้สินประเภทต่างๆ และเลือกจ่ายชำระเฉพาะหนี้สินที่มีความสำคัญมากที่สุดก่อน หนี้สินที่มีความสำคัญคือหนี้สินซึ่งหากคุณไม่จ่ายชำระแล้วจะเกิดผลเสียหายกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตของคุณ เช่น

1.ค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน ที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าคุณไม่จ่ายค่าเช่า ผู้ให้เช่าสามารถให้คุณออกจากบ้านพักได้ ถ้าคุณซื้อบ้านและต้องการเก็บบ้านไว้ คุณจะต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านเป็นอันดับแรกเพราะธนาคารอาจยึดบ้านคืนหากคุณไม่จ่ายค่าผ่อนบ้าน

2.ค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าโทรศัพท์ ถ้าคุณไม่จ่ายชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวคุณอาจถูกตัดขาดจากการบริการสาธารณูปโภคดังกล่าวได้

3.ค่าเลี้ยงดูบุตร ถ้าคุณไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรคุณอาจถูกจับเข้าคุกได้ ถ้ารายได้ของคุณลดน้อยลงอย่างมาก คุณอาจยื่นขอต่อศาลเพื่อขอลดค่าเลี้ยงดูบุตรลงได้

4.ค่าผ่อนรถ ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้รถเพื่อขับไปทำงาน คุณควรจะต้องจ่ายค่าผ่อนรถ เพราะมิฉะนั้นบริษัทเงินทุนสามารถมายึดรถของคุณได้ รถที่ถูกยึดจะถูกนำออกขายทอดตลาดในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าจริง และบริษัทเงินทุนมีสิทธิมาตามเก็บเงินจากคุณได้อีกสำหรับส่วนขาดของจำนวนเงินที่คุณค้างอยู่กับเงินที่ขายารถได้

5.เงินกู้ที่มีหลักประกัน นอกจากรถแล้ว ถ้าคุณมีเงินกู้ที่ใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรือตู้เย็ต ถ้าคุณไม่จ่ายชำระหนี้ดังกล่าว เจ้าหนี้สามารถมายึดทรัพย์สินดังกล่าวกลับคืนไปได้ ดังนั้นถ้าทรัพย์สินนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต่การดำรงชีวิตของคุณ คุณก็ควรจะต้องจ่ายชำระหนี้สินนั้น

6.ค่าภาษี IRS สามารถมาหักเงินเดือน, ยึดเงินฝากธนาคาร ยึดทรัพย์สินอื่นรวมทั้งบ้านของคุณได้ ดังนั้นถ้าคุณค้างค่าภาษีคุณควรติดต่อกับ IRS เพื่อต่อรองและกำหนดตารางการจ่ายชำระเงิน

7.ค่าประกันภัยรถยนต์ ในบางรัฐคุณอาจถูกยึดใบขับขี่ถ้าคุณไม่จ่ายค่าประกันภัยรถยนต์

8.คำสั่งศาล ถ้าคุณแพ้คดีและศาลสั่งให้คุณจ่ายชำระเงินให้แก่คู่กรณีของคุณ เขาสามารถมาหักเงินเดือน หรือยึดทรัพย์สินต่างๆ ของคุณได้

หนี้สินที่ไม่มีความสำคัญ ได้แก่หนี้สินซึ่งหากคุณไม่จ่ายชำระก็จะไม่มีผลเสียหายกระทบต่อคุณอย่างกระทันหัน เช่น

1.หนี้ค่าบัตรเครดิต ถ้าคุณไม่จ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิต ผลเสียคือ คุณจะเสียสิทธิในการใช้บัตรเครดิตนั้น นอกจากนั้นถ้าคุณเป็นหนี้จำนวนมาก บริษัทเครดิตอาจฟ้องร้องคุณได้

2.หนี้จากการซื้อของโดยใช้บัตรเครดิตของร้านค้านั้น

3.เงินกู้ยืมจากเพื่อนหรือญาติพี่น้อง

4.หนี้จากการใช้บริการของหมอ, ทนาย หรือนักบัญชี

5.หนี้สินที่ไม่มีหลักประกันอื่นๆ

ถ้าคุณไม่จ่ายหนี้สินดังกล่าวข้างต้น คุณก็ยังคงสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติไปได้ระยะเวลาหนึ่ง จนกว่าเจ้าหนี้ดังกล่าวจะฟ้องร้องคุณและศาลสั่งให้เขาชนะคดี เขาจึงสามารถทำเรื่องเพื่อหักเงินเดือน, ยึดเงินฝากธนาคาร, รถยนต์ หรือทรัพย์สินอื่นๆ ของคุณ ซึ่งขบวนการดังกล่าวจะต้องใช้เวลาหลายเดือน

คุณควรเรียงลำดับความสำคัญของหนี้สินทั้งหมดที่คุณเป็นหนี้อยู่ และควรจ่ายชำระหนี้ที่มีความสำคัญมากที่สุดก่อน แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณอาจจะต้องหาทางออกโดยการทำล้มละลายในที่สุดแล้ว คุณไม่ควรจ่ายชำระหนี้ ซึ่งจะถูกตัดเป็นศูนย์ได้หลังจากการทำล้มละลายคุณควรจ่ายชำระเฉพาะหนี้ที่ไม่สามารถตัดเป็นศูนย์หลังจากการทำล้มละลาย

วิธีหาเงินเพื่อนำมาจ่ายชำระหนี้

คุณควรพิจารณาถึงวิธีต่างๆ เพื่อหาเงินมาชำระหนี้ เช่น

1.ขายทรัพย์สินบางอย่างออกไป

2.เบิกเงินเกษียณก่อนครบกำหนด เช่น IRA หรือ 401 (K) แต่คุณจะต้องเสียค่าปรับให้แก่ IRS 10% จากจำนวนเงินที่คุณถอนออกมา

3.ขอเงินกู้แบบ Home Equity Loan ซึ่งอาจเรียกว่า Second Mortgages การของเงินกู้แบบนี้เป็นการกู้เงินโดยเอาบ้านเป็นหลักประกัน ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่คุณควรต้องพิจารณาดังนี้

ข้อดี  1.คุณสามารถขอเงินกู้แบบ closed-end loan ซึ่งคุณจะได้รับเงินก้อนหนึ่ง และคุณต้องจ่ายชำระคืนเป็นรายเดือนจนกว่าหนี้จะหมด หรือ คุณอาจขอกู้แบบ line of credit ซึ่งคุณสามารถเบิกเงินเฉพาะจำนวนที่คุณต้องการใช้ แต่ละครั้งจนดว่าจะครบตามจำนวนวงเงินที่ได้รับอนุมัติ

2.ดอกเบี้ยที่คุณจ่ายไปสามารถนำมาหักภาษีได้

ข้อเสีย  1.คุณจะต้องมีภาระในการจ่ายชำระหนี้รายเดือนมากขึ้น คุณควรจะต้องมั่นใจว่าคุณสามารถจ่ายชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ มิฉะนั้นเจ้าหนี้อาจบังคับขายบ้านของคุณได้

2.ดอกเบี้ยของเงินกู้ประเภทนี้มักจะสูง บางครั้งอาจจะถึง 19%ต่อปี

3.คุณจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการขอเงินกู้นี้ เช่น ค่าตีราคาบ้าน หรือค่ารายการเครดิต นอกจากนั้นเจ้าหนี้บางรายยังคิดค่าธรรมเนียมรายปีต่างหากอีกด้วย

โดย…จรินทร ทานัชฌาสัย

Check Also

โควิดทำให้ธุรกิจล้มละลาย

จากการระบาดของโรคโควิดทำให้ธุรกิจจำนวนมากถูกปิด ธุรกิจเหล่านี้ขาดรายได้ แต่มีรายจ่ายค่าเช่า และค่าโสหุ้ยต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องจ่ายอยู่คนที่ประกอบธุรกิจจำนวนมากต้องประสบปัญหาการเงิน คนที่ทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นกิจการเจ้าของคนเดียว (sole proprietorship) หรือจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบของบริษัท, ห้างหุ้นส่วน หรือ LLC ก็ตาม เมื่อธุรกิจต้องการเงินทุนและกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือใช้บัตรเครดิตของธุรกิจ เจ้าของธุรกิจมักจะต้องเซ็นต์เอกสารว่าตนจะต้องรับผิดโอนหนี้สินเป็นการส่วนตัวด้วยเสมอ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *