Sunday , November 17 2019

ปัญหาในการต่อสถานภาพ

อิมมิเกรชั่น

เมื่อคนต่างชาติเดินทางเข้ามาในอเมริกา เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นจะประทับวันที่ซึ่งกำหนดระยะเวลาที่คนต่างชาติมีสิทธิอยู่ในอเมริกาได้ลงในแบบฟอร์ม I-94 ถ้าคนต่างชาติอยู่ในอเมริกาเกินวันที่ที่ได้กำหนดไว้นี้ ถือว่าสถานภาพขาด ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายอิมมิเกรชั่น

การอยู่อย่างผิดกฎหมาย (unlawful presence) นี้ ถ้าเกินกว่า 180 วัน บุคคลนั้นจะถูกห้ามมิให้กลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นเวลา 3 ปี ถ้าอยู่เกินกำหนดเกินกว่า 1 ปี เขาจะไม่สามารถกลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นเวลาถึง 10 ปี  การห้ามมิให้เข้าประเทศอเมริกา 3-10 ปี ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ดีต่อเมื่อคนต่างชาติได้เดินทางออกจากอเมริกาไปแล้ว  มีคนต่างชาติจำนวนมากที่สถานภาพขาด และอาศัยอยู่ในอเมริกาโดยไม่ยอมเดินทางออกจากอเมริกาบุคคลเหล่านี้จะต้องพยายามขอรับใบเขียวในอเมริกา วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การแต่งงานกับอเมริกันซิติเซนต์  บางคนที่มีสิทธิ 245 (i) ก็จะสามารถขอรับใบเขียวในอเมริกาได้เช่นกัน

นอกจากการห้ามเข้าประเทศ 3-10 ปี ดังกล่าวแล้ว กฎหมายยังมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย เช่น การเนรเทศการตัดสิทธิมิให้ต่อหรือเปลี่ยนสถานภาพ, การยกเลิกวีซาที่มีอยู่และการห้ามรับใบเขียวในอเมริกา เป็นต้น

คนต่างชาติที่ถือวีซ่าประเภทต่างๆ ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ระบุไว้ เช่น คนที่เข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว จะต้องไม่ทำงาน และจะต้องไม่เข้าเรียนเต็มเวลา ส่วนคนที่ถือวีซ่าทำงาน (H-1B) ก็จะต้องทำงานกับนายจ้างที่ยื่นเรื่องให้ ลูกและภรรยา (หรือสามี) ของคนที่ถือวีซ่าทำงาน สามารถเข้าเรียนได้ แต่จะทำงานไม่ได้ ส่วนคนที่มีวีซ่านักเรียนก็จะต้องเข้าเรียนเต็มเวลา และไม่สามารถทำงาน (ยกเว้นการทำงานในโรงเรียนและการฝึกงานหลังจากจบการศึกษาแล้ว)

กฎหมายได้กำหนดว่า ถ้าคนต่างชาติมิได้รักษาสถานภาพของตนให้ถูกต้อง จะไม่มีสิทธิได้รับอนุมัติให้ต่อสถานภาพหรือเปลี่ยนสถานภาพอีกต่อไป

วันที่ใน I-94 เป็นสิ่งที่กำหนดว่าคนต่างชาติอยู่เกินกำหนดหรือไม่ ปัญหาในการขอต่ออายุหรือเปลี่ยนสถานภาพคืออิมมิเกรชั่นมักจะใช้เวลานานหลายเดือนในการพิจารณาอนุมัติ ดังนั้นกฎหมายจึงได้ระบุว่า ตราบเท่าที่การขอต่ออายุสถานภาพได้ยื่นก่อนวันที่ท่กำหนดไว้ใน I-94 สถานภาพของบุคคลนั้นจะถูกยืดต่อให้จนกว่าจะได้รับผลพิจารณาอนุมัติจากอิมมิเกรชั่น

ตัวอย่างเช่น  สมมุติว่าคุณเดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2018 เจ้าหน้าที่ได้ประทับวันที่ใน I-94 ให้คุณจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2018 ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องอยู่ในอเมริกาเกินกว่า 6 เดือน คุณสามารถยื่นขอต่อสถานภาพของคุณได้ โดยจะต้องยื่นคำร้องก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2018 หลังจากวันที่ 30 มิถุนายน 2018 ไปแล้ว  สถานภาพของคุณก็จะยังไม่ขาดเนื่องจากกฎหมายได้ยืดต่อสถานภาพให้จนกว่าคุณจะได้รับผลอนุมัติจากอิมมิเกรชั่น ถ้าอิมมิเกรชั่นอนุมัติการต่อสถานภาพของคุณ คุณก็มีสิทธิอยู่ต่อจนครบกำหนดที่ขอต่อไว้ แต่ถ้าอิมมิเกรชั่นปฏิเสธการขอต่อสถานภาพก็ถือว่าคุณได้เริ่มอยู่เกินกำหนดนับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2018

ในบางครั้งคนต่างชาติที่เข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ต้องการเปลี่ยนสถานภาพเป็นวีซ่าทำงาน (H-1B) เนื่องจากมีนายจ้างที่ต้องการรับตนเข้าทำงาน หรือต้องการเปลี่ยนวีซ่าเป็นนักลงทุน (E) การเตรียมเอกสารเพื่อขอเปลี่ยนวีซ่าบางครั้งต้องใช้เวลานานคนเหล่านี้มักจะยื่นขอต่อสถานภาพท่องเที่ยว เพื่อรักษาสถานภาพของตนไว้ก่อน แล้วจึงยื่นเรื่องขอเปลี่ยนวีซ่าในภายหลัง

หลักเกณฑ์ในการอนุมัติการขอต่อสถานภาพนักท่องเที่ยวคือ ผู้ยื่นเรื่องจะต้องแสดงเจตนาว่าตนต้องการอยู่ต่อในอเมริกาเพียง แค่ชั่วคราว แต่การขอเปลี่ยนสถานภาพไปเป็น H หรือ E นั้นแสดงว่าเขามีเจตนาต้องการอยู่ในอเมริกาเพื่อทำงานหรือทำธุรกิจเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นจึงเป็นการทำลายเจตนาของสถานภาพนักท่องเที่ยวในกรณีดังกล่าวอิมมิเกรชั่นจะปฏิเสธไม่อนุมัติการต่อสถานภาพนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมีผลให้บุคคลนั้นสถานภาพขาดลงนับตั้งแต่วันที่ใน I-94 และเนื่องจากคำร้องขอเปลี่ยนสถานภาพได้ยื่นหลังจากที่เขาได้สถานภาพขาดไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีสิทธิขอเปลี่ยนสถานภาพ

ในทางปฏิบัติอิมมิเกรชั่นมักจะอนุมัติการขอเปลี่ยนสถานภาพแต่จะปฏิเสธการขอต่อสถานภาพนักท่องเที่ยว  ซึ่งจะมีผลทำให้คนต่างชาติต้องกลับไปประเทศบ้านเกิดของตนเพื่อขอวีซ่า H หรือ E จากสถานกงสุลอเมริกัน

ตัวอย่างเช่น  สมมุติว่าคุณเดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2018 และได้รับอนุญาตให้อยู่ได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2018 สมมุติว่าในวันที่ 1 มิถุนายน 2018 คุณได้ยื่นขอต่อสถานภาพนักท่องเที่ยว และในวันที่ 1 กันยายน 2018 คุณก็ได้ยื่นขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นนักลงทุน (E วีซ่า) สมมุติว่าในวันที่ 1 ตุลาคม 2018 อิมมิเกรชั่นได้ปฏิเสธการขอต่อสถานภาพนักท่องเที่ยว แต่ได้อนุมัติคำร้องขอสถานภาพนักลงทุน  เนื่องจากคุณได้สถานภาพขาดไปตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2018 ดังนั้นคุณจะไม่สามารถขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นนักลงทุนได้  คุณสามารถเดินทางกลับไปขอรับวีซ่านักลงทุนจากสถานกงสุลอเมริกันในเมืองไทยได้ เนื่องจากคุณอยู่เกินกำหนดเพียง 92 วัน (30 มิถุนายน – 1 ตุลาคม) ดังนั้นคุณอยู่เกินกำหนดไม่เกิน 180 วัน จึงไม่ถูกทำโทษ- ห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 3 ปี แต่ข้อควรระวังก็คือ ถ้าสถานกงสุลปฏิเสธไม่ยอมออกวีซ่าให้แก่คุณ คุณก็จะไม่สามารถกลับเข้ามาในอเมริกาได้อีก  เนื่องจากวีซ่านักท่องเที่ยวที่คุณมีอยู่ก็จะถูกยกเลิกไปด้วย

ทนายความจรินทร ทานัชฌาสัย  เป็นสมาชิกสมาคมทนายความแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่ปี 1992 มีประสบการณ์ด้านอิมมิเกรชั่น การล้มละลาย, การรับบุตรบุญธรรม, ทรัสตี-พินัยกรรม, การเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และการหย่าร้าง ผู้ใดมีคำถาม สามารถโทรปรึกษาทนายจรินทร ได้ที่ (310) 515-2888

จรินทร ทานัชสัย

Check Also

การขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล (Public Charge)

ในอดีตคนที่ยื่นทำใบเขียวให้แก่ญาติพี่น้องของตน จะต้องเซ็นต์ค้ำประกัน (Affidavit of support) เพื่อรับรองต่อรัฐบาลว่าญาติของตนที่จะรับใบเขียวจะไม่เป็นภาระของรัฐบาล คนที่เป็นคนยื่นเรื่องจะต้องแสดงหลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินของตน ถ้าคนที่ยื่นเรื่องไม่มีรายได้พอเพียงและไม่มีทรัพย์สินก็นสามารถหาคนอื่นที่มีรายได้ หรือมีทรัพย์สินมาช่วยค้ำประกันให้ด้วยได้ รัฐบาลสามารถปฏิเสธมิให้ใบเขียวแก่คนต่างชาติ ถ้าเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าคนต่างชาตินั้นจะมาเป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต คือจะต้องมาขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล หรือต้องให้รัฐบาลและสังคมส่วนรวมออกค่ารักษาพยาบาลเป็นระยะยาวในอนาคต คนต่างชาติอาจหมดสิทธิรับใบเขียว ถ้าจะเข้ามาขอรับประโยชน์ตามโครงการต่อไปนี้ในอนาคต ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *