Monday , July 13 2020
Home / บทความ / ความรู้เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น / ตอบคำถามอิมมิเกรชั่นโดยทนายความจรินทร

ตอบคำถามอิมมิเกรชั่นโดยทนายความจรินทร

คำถาม:  ดิฉันมีวีซ่านักท่องเที่ยว 10 ปี ดิฉันเข้ามาในอเมริกาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ที่สนามบินประทับตราในพลาสปอร์ตให้ดิฉันอยู่ในอเมริกาได้แค่ 6 เดือน แต่ดิฉันอยู่มา 2 ปีแล้ว ตอนนี้ดิฉันมีความจำเป็นต้องกลับเมืองไทยชั่วคราว ดิฉันตั้งใจว่าจะกลับไปแล้วให้เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินกรุงเทพประทับวันที่ย้อนหลัง ดิฉันจะมีปัญหาเวลากลับเข้ามาในอเมริกาหรือไม่ค่ะ?

คำตอบ:  เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในอเมริกา เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นจะประทับตราในพาสปอร์ตและฟอร์มา I-94 (บัตรที่ควบคุมคนเดินทางเข้า-ออกประเทศ)  โดยระบุระยะเวลาที่บุคคลนั้นสามารถอยู่ในอเมริกาได้ โดยปกติจะเป็น 6 เดือน

คนที่อยู่เกินกำหนดจะไม่สามารถขอต่อหรือเปลี่ยนวีซ่า และจะไม่สามารถขอรับใบเขียวในอนาคต (ยกเว้นเฉพาะกรณีที่แต่งงานกับคนอเมริกัน หรือผู้ที่ได้รับสิทธิ 245 (i) เท่านั้นที่สามารถขอรับใบเขียวในอเมริกาได้)

กฎหมายอิมมิเกรชั่นได้ระบุว่าผู้ที่อยู่เกินกำหนด แม้เพียงแค่วันเดียววีซ่าของผู้นั้นจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ  ดังนั้นวีซ่า 10 ปีที่คุณมีอยู่ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ถ้าคุณต้องการเดินทางกลับเข้ามาในอเมริกาคุณจะต้องเข้าไปขอวีซ่าใหม่ที่สถานกงสุล และเป็นที่แน่นอนว่าสถานกงสุลคงจะปฏิเสธไม่ยอมออกวีซ่าใหม่ให้แก่คุณอีก

กฎหมายยังได้กำหนดว่าผู้ที่อยู่เกินกำหนดเป็นเวลานานตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี เมื่อเดินทางออกจากประเทศอเมริกาไปแล้ว จะถูกทำโทษโดยห้ามมิให้เข้าประเทศอเมริกาอีกเป็นเวลา 3 ปี ส่วนผู้ที่อยู่เกินกำหนดเป็นเวลามากกว่า 1 ปี จะถูกทำโทษมิให้กลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นเวลาถึง 10 ปี คุณได้อยู่เกินกำหนดเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี  ดังนั้นถ้าคุณกลับเมืองไทยไป คุณจะไม่สามารถกลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นเวลานานถึง 10 ปี

การประทับวันที่ย้อนหลังในพาสปอร์ต ถือเป็นการเจตนาปลอมแปลงเอกสารถ้าถูกจับได้ คุณจะถูกห้ามมิให้เข้ามาในอเมริกาอีกตลอดไป

ในปัจจุบันอิมมิเกรชั่นได้เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและติดตามคนที่เดินทางเข้า-ออกประเทศ  ดังนั้นอิมมิเกรชั่นอาจจะสามารถจับได้ว่าคุณเพิ่งเดินทางกลับไปและแสตมป์วันที่ที่สนามบินเมืองไทยนั้นเป็นการแสตมป์ย้อนหลัง  คุณจะถูกส่งกลับทันที  ดังนั้นถ้าคุณต้องการอาศัยอยู่ในอเมริกาอีกต่อไป  คุณก็ไม่ควรจะเดินทางกลับเมืองไทย

คำถาม:  ผมได้เข้ามาในอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  ผมได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ 6 เดือน ก่อนที่จะครบ 6 เดือนผมได้ยื่นเรื่องขอต่อวีซ่าไว้อีก 6 เดือน ตอนนี้ผมยังไม่ได้รับคำตอบจากอิมมิเกรชั่น ผมสามารถอยู่รอคำตอบไปเรื่อยๆ ใช่หรือไม่?

คำตอบ:  กฎหมายอิมมิเกรชั่นในปัจจุบันเข้มงวดมาก คุณควรจะรักษาสถานภาพของคุณให้ถูกต้อง ถ้าสถานภาพของคุณขาด คุณจะไม่สามารถขอต่อหรือเปลี่ยนวีซ่า คุณจะไม่สามารถขอใบเขียว ยกเว้นเฉพาะแต่งงานกับซิติเซนต์ หรือมีลูกอายุ 21 ปี ที่เป็นซิติเซนต์ ยื่นขอใบเขียวให้เท่านั้น

เนื่องจากมีคนยื่นเรื่องต่ออิมมิเกรชั่นเป็นจำนวนมาก การต่อสถานภาพของคุณอาจจะต้องรอนานมากกว่า 6 เดือนกว่าที่คุณจะได้รับใบรับรอง (Approval) จากอิมมิเกรชั่น

มีคนเป็นจำนวนมากเข้าใจผิดคิดว่าหลังจากที่ยื่นขอต่อสถานภาพไว้แล้ว ตนจะมีสิทธิและสถานภาพถูกต้องในระหว่างที่รอคำตอบจากอิมมิเกรชั่น  ในการต่อสถานภาพสามารถทำได้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน เมื่อครบ 6 เดือนแล้ว คุณจะต้องเดินทางกลับออกไป ถึงแม้ว่าคุณจะยังไม่ได้รับคำตอบจากอิมมิเกรชั่นก็ตาม คุณควรจะเก็บหลักฐานการยื่นขอต่อสถานภาพไว้ และนำติดตัวไว้ เมื่อต้องการเดินทางกลับเข้ามาในอเมริกาอีก

ถ้าคุณต้องการที่จะอยู่ในอเมริกาอย่างถูกต้อง ถ้าคุณมีเหตุผลสมควรคุณก็สามารถยื่นขอต่อสถานภาพอีก 6 เดือน มิฉะนั้นคุณก็ควรขอเปลี่ยนวีซ่าเป็นนักเรียน หรือนักลงทุน เป็นต้น

คำถาม:  เกือบ 10 ปีที่แล้ว  ผมได้ไปหาบริษัททัวร์แห่งหนึ่งของคนไทยที่โฆษณาว่าทำใบเขียวให้ได้  เขาจัดการเรื่องเอกสารและกรอกฟอร์มทั้งหมดให้ผม  ผมเพียงแค่เซ็นต์ชื่อเท่านั้น  เขาได้สร้างเรื่องว่าผมได้กระทำการต่อต้านรัฐบาลไทยและได้หลบหนีการจับกุมมาปรากฎว่าเรื่องการขอลี้ภัยของผมถูกปฏิเสธ เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันพอศาลเรียกตัว ผมก็ไม่กล้าไป ผมทราบภายหลังว่าศาลได้สั่งเนรเทศผม ปัจจุบันนี้ผมได้แต่งงานกับซิติเซนต์ ผมจะยื่นขอใบเขียวได้หรือไม่

คำตอบ:  คดีของคุณเป็นตัวอย่างที่ผู้เขียนอยากให้คนไทยในอเมริกาได้ทราบกัน การที่คุณให้คนที่ไม่ใช่ทนายความทำเรื่องให้ นอกจากจะเสียเงินเสียเวลา  แล้วยังทำให้สถานภาพของคุณแย่ลงไปกว่าเดิม

ถ้าคุณเพียงแค่อยู่เกินกำหนด เมื่อคุณแต่งงานกับซิติเซนต์ คุณก็สามารถได้รับใบเขียวได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ แต่ถ้าคุณถูกคำสั่งเนรเทศแล้ว คุณจะไม่สามารถขอรับใบเขียวได้

ในกรณีของคุณ เนื่องจากศาลสั่งเนรเทศคุณในขณะที่คุณมิได้ไปปรากฎตัวที่ศาล คุณมีสิทธิขอให้ศาลเปิดคดีใหม่เพื่อยกเลิกคำสั่งเนรเทศได้

ในปัจจุบันมีผู้ที่ถูกศาลสั่งเนรเทศแต่ยังคงอาศัยอยู่ในอเมริกาเป็นจำนวนทั้งหมด 314,000 คน อิมมิเกรชั่นได้เริ่มส่งรายชื่อของบุคคลดังกล่าวไปยังศูนย์ข้อมูลอาชญากรรม National Crime Information Center ซึ่งขึ้นตรงต่อ FBI  FBI จะขอความร่วมมือจากตำรวจประจำท้องถิ่นต่างๆ คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี หรือมากกว่านั้นในการบันทึกข้อมูลรายชื่อของผู้ถูกเนรเทศลงในศูนย์ข้อมูล  หลังจากที่ศูนย์ข้อมูลเสร็จแล้ว  อิมมิเกรชั่นได้ตั้งเป้าหมายว่า ตำรวจท้องถิ่นจะสามารถจับกุมผู้ถูกเนรเทศได้ประมาณปีละ 10% ของจำนวนผู้ถูกเนรเทศ

ดังนั้นถ้าคุณเคยถูกคำสั่งเนรเทศมาก่อน  วันหนึ่งเมื่อคุณถูกตำรวจหยุดรถเนื่องจากคุณได้ผ่าฝืนกฎจราจร  คุณก็อาจจะถูกจับใส่กุญแจมือ  ถูกส่งตัวให้อิมมิเกรชั่น และถูกส่งกลับประเทศอย่างรวดเร็ว

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว ให้ความเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองประชาชน  ถ้าตำรวจปฏิบัติงานให้แก่อิมมิเกรชั่น จะทำให้ประชาชนที่เดือดร้อนไม่กล้าเข้ามาพึ่งตำรวจ

ทนายความจรินทร ทานัชฌาสัย เป็นสมาชิกสมาคมทนายความแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่ปี 1992 มีประสบการณ์ด้านอิมมิเกรชั่น, ล้มละลาย, ทรัสตี-พินัยกรรม, การรับบุตรบุญธรรม และการหย่าร้าง

ถ้าผู้ใดมีปัญหาด้านกฎหมาย สามารถโทรขอคำปรึกษา

จากทนายความจรินทร ได้ที่ (310)515-2888

 

Check Also

ทรัมป์ออกคำสั่งมิให้วีซ่าและใบเขียวแก่คนต่างชาติ

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2020 ทรัมป์ได้ออกคำสั่งยับยั้งการออกใบเขียวให้แก่คนต่างชาติเพื่อมิให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในอเมริกา โดยมีกำหนดระยะเวลา 60 วัน หลังจาก 60 วันผ่านไป เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2020 ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *