Sunday , November 17 2019
Home / บทความ / ความรู้เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น / ถ้าคุณไม่จ่ายชำระหนี้สิน อะไรจะเกิดขึ้น?

ถ้าคุณไม่จ่ายชำระหนี้สิน อะไรจะเกิดขึ้น?

ถ้าคุณไม่จ่ายชำระหนี้สิน อะไรจะเกิดขึ้น?
จรินทร ทานัชฌาสัย

ถ้าคุณไม่จ่ายชำระหนี้สิน ผลที่อาจตามมามีดังนี้

1. การถูกให้ออกจากบ้านเช่า (Eviction)

ถ้าคุณไม่จ่ายค่าเช่า ผู้ให้เช่าสามารถให้คุณออกจากบ้านเช่าได้ โดยผู้ให้เช่าจะต้องยื่นเรื่องฟ้องต่อศาล คุณจะมีเวลา 5 วันที่จะตอบหมายศาลนั้น และหลังจากนั้นอีกประมาณสองอาทิตย์ศาลจะนัดวันให้คู่กรณีไปขึ้นศาล ซึ่งถ้าคุณไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมในการที่คุณไม่จ่ายชำระหนี้แล้ว โดยทั่วไปผู้ให้เช่าจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ

ถ้าคุณไม่ตอบหมายศาล ผู้ให้เช่าก็จะได้รับชัยชนะ (default judgment) ผู้ให้เช่าจะนำคำสั่งศาลนั้นไปให้เจ้าหน้าที่ (sherriff) ซึ่งทำหน้าที่ขับไล่คนออกจากสถานที่ นอกจากคุณจะต้องออกจากบ้านเช่านั้นแล้ว ผู้ให้เช่ายังสามารถเรียกเก็บเงินที่คุณค้างชำระค่าเช่าจากคุณได้อีก

2. การถูกนำบ้านออกขายทอดตลอด (Foreclosure)

ถ้าคุณขาดส่งค่าผ่อนบ้านเป็นเวลาหลายๆ เดือน ผู้ให้กู้มีสิทธินำบ้านของคุณออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชำระหนี้เงินกู้ที่คุณติดค้างเขาอยู่ ประมาณ 1% ของบ้านทั้งหมดจะถูกบังคับขายทอดตลาดเนื่องจากเจ้าของบ้านมิสามารถจ่ายชำระ ค่าผ่อนบ้านได้

เมื่อคุณขาดส่งค่าผ่อนบ้านสัก 2 เดือน ผู้ให้กู้จะส่งจดหมายแจ้งให้คุณทราบว่าคุณขาดการผ่อนชำระ และจะถูกเรียกเก็บค่าปรับ (late fee) ซึ่งจะประมาณ 5-6 % ของจำนวนที่ขาดส่งนั้น ถ้าหากคุณยังคงไม่จ่ายชำระอีก ผู้ให้กู้จะส่งจดหมายมาอีก พร้อมทั้งจะโทรศัพ์เพื่อทวงให้คุณจ่ายเงิน หลังจากนั้นผู้ให้กู้จะส่ง Notice of Default ซึ่งแจ้งให้คุณทราบว่าบ้านของคุณจะถูกนำออกขายทอดตลาดถ้าหากคุณไม่ชำระหนี้ ที่ขาดส่งอยู่ คุณมีเวลา 90 วันที่จะแก้ไข (cure the default) โดยการจ่ายชำระหนี้รวมทั้งค่าปรับและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ถ้าคุณไม่ได้จ่ายชำระตามจำนวนที่ได้ระบุไว้ บ้ายของคุณจะถูกนำออกขายทอดตลาด ผู้ให้กู้มักจะเป็นผู้ประมูลก่อนด้วยราคาเท่ากับจำนวนเงินกู้ทั้งหมดที่คุณ ค้างชำระอยู่ นักลงทุนที่ต้องการซื้อบ้านในราคาถูกสามารถเข้าร่วมประมูลราคาด้วยได้ ถ้าบ้านถูกขายในราคาที่มากกว่าจำนวนเงินเงินกู้ที่ค้างอยู่ หลังจากที่หักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว คุณมีสิทธิได้รับจำนวนที่เกินกว่านั้น

ในแคลิฟอร์เนียถ้าบ้านถูกขายทอดตลาด โดยผู้ให้กู้ ซึ่งคุณกู้เงินเพื่อนำมาซื้อบ้านหลังนั้น ผู้ให้กู้จะไม่มีสิทธิตามเรียกเก็บเงินจากคุณสำหรับจำนวนเงินที่ยังขาดอยู่ ในกรณีที่บ้านถูกขาดในราคาน้อยกว่าจำนวนเงินกู้ แต่ถ้าบ้านถูกขายทอดตลาด โดยเจ้าหนี้อื่น เช่นเจ้าหนี้จากการ refinance หรือเจ้าหนี้ที่ทำ lien ไว้ เจ้าหนี้เหล่านี้มีสิทธิตามเรียกเก็บเงินจากคุณสำหรับจำนวนเงินที่ยังขาด อยู่ถ้าบ้านถูกขาดในราคาน้อยกว่าจำนวนเงินที่คุณเป็นหนี้อยู่

3. การถูกยึดทรัพย์สิน (Repossessing)

เมื่อคุณไม่จ่ายชำระหนี้สินที่มีทรัพย์สินเป็นหลัก ประกัน เจ้าหนี้สามารถยึดทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันหนี้นั้นได้ ตัวอย่างทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน ซึ่งมักจะถูกยึดคืน ได้แก่ รถยนต์ เรือ และสินค้าที่ซื้อจากห้างด้วยบัตรเครดิตของห้างนั้น เช่น เฟอร์นิเจอร์, คอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

กฎหมายกำหนดให้สิทธิเจ้าหนี้เงินกู้ที่มีรถยนต์เป็น หลักประกันสามารถยึดรถยนต์คืนได้เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระเงิน โดยกำหนดเพียงว่าห้ามใช้กำลังหรือความรุนแรง โดยต้องไม่ก่อกวนความสงบสุข (Without any breach of the peace) ดังนั้นเจ้าหน้าที่ยึดรถ (Repo Person) สามารถมาเอารถของคุณไปได้ทุกเวลาที่คุณมิได้นั่งอยู่ในรถนั้น หรือเมื่อคุณมิได้ยืนเฝ้ารถอยู่

ถ้าคุณมีข้าวของติดอยู่ในรถที่ถูกยึดไป คุณมีสิทธิได้รับสิ่งของนั้นคืนได้ ถ้าสิ่งของนั้นมิได้ติดตั้งอยู่ในตัวรถ เช่น คุณสามารถเอาแว่นตาหรืออุปกรณ์กีฬาที่คุณทิ้งไว้ในรถคืนได้ แต่คุณจะไม่สามารถเอาเครื่องเสียง ซึ่งคุณได้ติดตั้งใส่เข้าไปในตัวรถคืนได้

รถยนต์ที่ถูกยึดคืนจะถูกนำออกขายทอดตลาด ซึ่งมักจะขายได้ในราคาที่น้อยกว่าจำนวนที่คุณเป็นหนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนที่แตกต่างกันนี้ คุณจะต้องเป็นคนรับผิดชอบจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณจะต้องทำล้มละลาย คุณก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เพราะส่วนขาดจากการถูกยึดรถคืนนั้น จะต้องตัดเป็นสูญไปหลังจากที่คุณทำล้มละลาย

4. การถูกฟ้องร้อง (lawsuit)

ถ้าคุณไม่จ่ายชำระหนี้ เจ้าหนี้มักจะยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อคุณ (ยกเว้นเฉพาะกรณีที่เจ้าหนี้มองเห็นว่าคุณไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะนำมา ชำระหนี้ได้แล้ว) หลังจากที่เจ้าหนี้ชนะคดี เจ้าหนี้สามารถนำคำสั่งศาล (judgment) มายึดทรัพย์สินของคุณได้ คำสั่งศาลนี้สามารถใช้บังคับได้นานถึง 10 ปี และสามารถต่ออายุได้เรื่อยๆ ครั้งละ 10 ปี

5. การถูก lien บ้าน

ถ้าคุณมีบ้านและคุณมีหนี้สินที่ค้างชำระ เจ้าหนี้สามารถทำ lien ติดไว้กับบ้านของคุณเพื่อเป็นการประกาศว่าคุณเป็นหนี้แก่เขา คุณจะไม่สามารถขายบ้านได้จนกว่าคุณจะได้จ่ายชำระหนี้อันนี้เสียก่อน ก่อนที่เจ้าหนี้จะ lien บ้านคุณได้นั้นเจ้าหนี้จะต้องฟ้องร้องคุณและได้รับชัยชนะหรือคำสั่งศาลเสีย ก่อน

แต่มีหนี้สินบางอย่างที่เจ้าหนี้ไม่จำเป็นต้องฟ้อง ร้องและขอคำสั่งศาลก่อนที่จะ lien บ้านของคุณ เจ้าหนี้ต่อไปนี้สามารถทำ lien ได้ทันที ได้แก่
1. หนี้สินค่าภาษีที่คุณค้างชำระต่อ IRS
2. หนี้สินค่าเลี้ยงดูบุตร หรือภรรยา (สามี)
3. หนี้สินค่าซ่อมแซมต่อเติมบ้านที่คุณค้างชำระแก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง

กฎหมายล้มละลายเปิดโอกาสให้คนที่ประสบความล้มเหลวทาง การเงินสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้โดยการปลดเปลื้องหนี้สินให้หมดไปได้ ถ้าผู้ใดมีปัญหาเกี่ยวกับหนี้สิน กรุณาติดต่อ จรินทร ทานัชฌาสัย (310) 515-2888

Check Also

การขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล (Public Charge)

ในอดีตคนที่ยื่นทำใบเขียวให้แก่ญาติพี่น้องของตน จะต้องเซ็นต์ค้ำประกัน (Affidavit of support) เพื่อรับรองต่อรัฐบาลว่าญาติของตนที่จะรับใบเขียวจะไม่เป็นภาระของรัฐบาล คนที่เป็นคนยื่นเรื่องจะต้องแสดงหลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินของตน ถ้าคนที่ยื่นเรื่องไม่มีรายได้พอเพียงและไม่มีทรัพย์สินก็นสามารถหาคนอื่นที่มีรายได้ หรือมีทรัพย์สินมาช่วยค้ำประกันให้ด้วยได้ รัฐบาลสามารถปฏิเสธมิให้ใบเขียวแก่คนต่างชาติ ถ้าเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าคนต่างชาตินั้นจะมาเป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต คือจะต้องมาขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล หรือต้องให้รัฐบาลและสังคมส่วนรวมออกค่ารักษาพยาบาลเป็นระยะยาวในอนาคต คนต่างชาติอาจหมดสิทธิรับใบเขียว ถ้าจะเข้ามาขอรับประโยชน์ตามโครงการต่อไปนี้ในอนาคต ...