Tuesday , November 19 2019

การลงทะเบียนทหาร


การลงทะเบียนทหาร

จรินทร ทานัชฌาสัย

กฎหมาย Military Selective Service Act เป็นหน้าที่ของผู้ชายทุกคนที่เป็นอเมริกัน  และผู้ชายทุกคนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาที่มีใบเขียวที่มีอายุระหว่าง 18-26 ปี จะต้องลงทะเบียนทหารกับรัฐบาล

กฎหมายให้การยกเว้นสำหรับคนต่างชาติที่อยู่ในอเมริกา ด้วยวีซ่าชั่วคราว เช่น คนที่ถือวีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน หรือวีซ่านักลงทุน เป็นต้น คนเหล่านี้ไม่ต้องขึ้นทะเบียนทหาร

หน้าที่ในการลงทะเบียนทหารจะสิ้นสุดลงเมื่อบุคคลนั้นอายุเกิน 26 ปี

การโอนสัญชาติ

กฎหมายอิมมิเกรชั่นระบุว่าคนต่างชาติที่ต้องการขอโอน สัญชาติจะต้องเป็นคนดี ยึดมั่นในกฎหมายหลักของประเทศ และต้องสมัครใจที่จะจับอาวุธเพื่อปกป้องประเทศอเมริกา ดังนั้นบุคคลที่จงใจที่จะละเลยไม่ลงทะเบียนทหารในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ จะถือว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะโอนสัญชาติ อิมมิเกรชั่นจะปฏิเสธมิให้คนต่างชาติโอนสัญชาติเป็นคนอเมริกัน ถ้าพบว่าบุคคลนั้นจงใจปฏิเสธไม่ลงทะเบียนทหารในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ให้

ผู้สมัครที่อายุต่ำกว่า 26 ปี

ผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 26 ปี ที่ปฏิเสธไม่ยอมลงทะเบียนทหาร จะไม่มีสิทธิขอโอนสัญชาติ คนที่ขอโอนสัญชาติที่อายุต่ำกว่า 26 ปี จะต้องแสดงหลักฐานว่าตนได้ลงทะเบียนทหารไว้แล้ว ถ้าบุคคลนั้นยังมิได้ลงทะเบียนทหาร เจ้าหน้าที่ที่สอบการโอนสัญชาติจะเลื่อนเวลาการอนุมัติการโอนสัญชาติออกไปจน กว่าบุคคลนั้นจะได้ลงทะเบียนทหารให้เสร็จเสียก่อน แต่ถ้าบุคคลนั้นปฏิเสธไม่ยอมลงทะเบียนทหาร เจ้าหน้าที่ก็จะปฏิเสธไม่ยอมให้โอนสัญชาติเป็นคนอเมริกัน

ผู้สมัครที่มีอายุระหว่าง 26-31 ปี

ผู้ชายที่อายุระหว่าง 26-31 ปี ที่สมัครสอบเพื่อขอโอนสัญชาติแต่ไม่เคยลงทะเบียนทหารไว้ จะต้องแสดงหลักฐานที่แสดงว่าตนมิได้เจตนาจงใจที่จะปฏิเสธการลงทะเบียนทหาร การที่ตนมิได้ลงทะเบียนทหารนั้นเป็นเพราะตนไม่รู้ หรือแสดงหลักฐานว่าตนมิได้อยู่ในข่ายที่จะต้องลงทะเบียนทหาร มิฉะนั้นคำร้องขอโอนสัญชาติจะถูกปฏิเสธ

ผู้สมัครที่มีอายุเกิน 31 ปี

ผู้ชายที่อายุเกิน 31 ปี ที่โอนสัญชาติ แต่ไม่เคยลงทะเบียนทหารก็อาจจะได้รับการอนุุมัติให้โอนสัญชาติได้ เนื่องจากเวลาได้ล่วงเลยมาครบ 5 ปี นับจากช่วงเวลาที่เขาควรจะต้องลงทะเบียนทหาร อิมมิเกรชั่นได้ระบุว่า คนที่ขอโอนสัญชาติภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จะต้องเป็นคนดี ดังนั้นถ้าเกิน 5 ปีไปแล้วการที่ผู้ถือใบเขียวมิได้ลงทะเบียนทหาร ก็จะไม่ถือเป็นสาเหตุที่อิมมิเกรชั่นจะปฏิเสธการขอโอนสัญชาติ (ยกเว้นเฉพาะกรณีที่มีหลักฐานที่แสดงว่าบุคคลนั้นจงใจปฏิเสธการลงทะเบียน ทหาร)

หลักฐานที่แสดงการลงทะเบียนทหาร

ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนทหารสามารถขอบัตรลงทะเบียนได้ที่สำนักงานไปรษณีย์ หรือลงทะเบียนผ่านทางคอมพิวเตอร์ (on-line) ได้ที่ www.sss.gov หลังจากที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว บุคคลนั้นจะได้รับบัตรแสดงการลงทะเบียนที่จะส่งให้ทางไปรษณีย์

คนที่ต้องการตรวจสอบสถานภาพการลงทะเบียนทหารของตน สามารถโทรศัพท์ขอข้อมูลจากสำนักงาน Selective Service ได้ที่หมายเลข 847-688-6888 โดยจะต้องให้ข้อมูลวันเดือนปีเกิด และหมายเลขโซเชียล เพื่อใช้ในการดึงข้อมูลการลงทะเบียนทหาร

ผู้ที่สมัครขอโอนสัญชาติจะต้องแสดงบัตรการลงทะเบียน ทหาร หรือ จดหมายรับรองสถานภาพการลงทะเบียนทหารที่ออกโดยสำนักงาน Selective Service

ตัวอย่าง

นายธงชัย มาอยู่อเมริกาด้วยวีซ่านักเรียนตั้งแต่อายุ 21 ปี เมื่อเขาอายุ 24 ปี เขาได้แต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นคนอเมริกัน และได้รับใบเขียว เมื่อเขาอายุ 25 ปี หลังจากที่ถือใบเขียวเป็นเวลาครบ 2 ปี 9 เดือน เขาก็ได้ยื่นขอโอนสัญชาติเมื่อเขาอายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่ที่สอบการโอนสัญชาติได้ขอหลักฐานที่แสดงการลงทะเบียนทหาร ซึ่งนายธงชัยไม่มี แต่นายธงชัยสามารถขอจดหมายจาก Selective Service เพื่อแสดงว่าเขามิได้จงใจปฏิเสธการลงทะเ

Check Also

การขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล (Public Charge)

ในอดีตคนที่ยื่นทำใบเขียวให้แก่ญาติพี่น้องของตน จะต้องเซ็นต์ค้ำประกัน (Affidavit of support) เพื่อรับรองต่อรัฐบาลว่าญาติของตนที่จะรับใบเขียวจะไม่เป็นภาระของรัฐบาล คนที่เป็นคนยื่นเรื่องจะต้องแสดงหลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินของตน ถ้าคนที่ยื่นเรื่องไม่มีรายได้พอเพียงและไม่มีทรัพย์สินก็นสามารถหาคนอื่นที่มีรายได้ หรือมีทรัพย์สินมาช่วยค้ำประกันให้ด้วยได้ รัฐบาลสามารถปฏิเสธมิให้ใบเขียวแก่คนต่างชาติ ถ้าเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าคนต่างชาตินั้นจะมาเป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต คือจะต้องมาขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล หรือต้องให้รัฐบาลและสังคมส่วนรวมออกค่ารักษาพยาบาลเป็นระยะยาวในอนาคต คนต่างชาติอาจหมดสิทธิรับใบเขียว ถ้าจะเข้ามาขอรับประโยชน์ตามโครงการต่อไปนี้ในอนาคต ...