Monday , November 18 2019

การรับบุตรบุญธรรม

การรับบุตรบุญธรรม
จรินทร ทานัชฌาสัย

ในอดีตการรับหลานเป็นลูกบุญธรรมและทำใบเขียวให้เด็ก สามารถกระทำได้โดยไม่ยาก ถ้าเด็กอยู่กับคุณเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี และอายุไม่ถึง 16 ปี คุณสามารถยื่นเรื่องขอรับบุตรบุญธรรมที่ศาล หลังจากนั้นก็สามารถยื่นทำใบเขียวให้แก่เด็กได้

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2008 กฎหมายอิมมิเกรชั่นที่เกี่ยวกับการรับบุตรบุญธรรมได้ถูกแก้ไขโดยระบุว่าหลัง จากวันที่ 1 เมษายน 2008 เป็นต้นไป การรับบุตรบุยธรรมจะต้องทำตามระเบียบใหม่เรียกว่า Hague Adoption Convention โดยมีข้อกำหนดว่า ผู้ยื่นขอรับเด็กเป็นลูกบุญธรรมจะต้องเป็นซิติเซนต์และต้องอาศัยอยู่ใน อเมริกา ผู้ยื่นจะต้องมีความพร้อมด้านการงาน การเงิน สุขภาพ มิได้ทำผิดคดีอาญาหนักซึ่งอาจเป็นภัยต่อเด็ก หลังจากที่เจ้าหน้าที่ดูแลเด็ก (Social Worker) พิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นมีความพร้อมที่จะรับเลี้ยงดูเด็กได้ เจ้าหน้าที่ก็จะออกใบรับรองเรียกว่า Home Study ซึ่งนำไปใช้ยื่นพร้อมกับแบบฟอร์ม I-800A ต่อ USCIS หลังจากที่ได้รรับการอนุมัติจาก USCIS คำร้องและเอกสารที่เกี่ยวข้อก็จะถูกส่งไปยังสถานสงเคราะห์เด็กที่เมืองไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยพิจารณาอนุมัติการรับเด็กไทยให้เป็นลูก บุญธรรมของคนอเมริกัน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหลักฐานและซักปากคำจากพ่อแม่เด็กและตัวเด็กเพื่อ พิจารณาว่าทุกคนยินยอมให้เด็กถูกรับเป็นบุตรบุญธรรม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ที่สถานสงเคราะห์เด็กก็จะทำรายงานการศึกษาประวัติ เด็ก (Child Study) พร้อมทั้งลงความเห็นว่าการรับบุตรบุญธรรมจะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของเด็ก หลังจากนั้นผู้ยื่นก็จะต้องยื่นแบบฟอร์ม I-800 ต่อ USCIS หลังจากที่ได้รับการอนุมัติจาก USCIS แล้ว ผู้ยื่นก็สามารถเดินทางไปเมืองไทยเพื่อจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมที่อำเภอ สถานทูตอเมริกันก็จะออกวีซ่าให้เด็กเข้ามาในอเมริกา ซึ่งเด็กก็จะได้เป็นซิติเซนต์โดยอัตโนมัติ

กรณีที่เด็กอยู่ในอเมริกาแล้ว
บางครั้งเด็กได้เดินทางเข้ามาในอเมริกาเพื่อท่องเที่ยว หรือมาเรียนหนังสือและได้อาศัยอยู่ในอเมริกาแล้ว ถ้าญาติต้องการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและยื่นทำใบเขียวให้เด็กอยู่ในอเมริกา ได้อย่างถาวร ก็อาจจะสามารถกระทำได้

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2008 USCIS ได้ออกร่างระเบียบว่าถ้าเด็กได้อาศัยอยู่ในอเมริกาแล้ว อาจจะสามารถขอรับใบเขียวจากการถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมได้ โดยมีเงื่อนไขว่าก่อนที่พ่อแม่บุญธรรมจะยื่นรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะต้อง ได้รับเอกสารรับรองจากสถานสงเคราะห์เด็กที่เมืองไทย ซึ่งระบุว่า
1. รัฐบาลไทยได้รับรู้ว่าอาศัยอยู่ในอเมริกา
2. รัฐบาลไทยได้รับรู้ผู้ยื่นต้องการรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม
3. รัฐบาลไทยได้พิจารณาแล้วว่าเด็กมิได้มีถิ่นฐานที่อยู่ในประเทศไทย

เอกสารรับรองจากสถานสงเคราะหืเด็กที่เมืองไทยนี้จะ ต้องใช้นื่นประกอบเป็นหลักฐาน เมื่อยื่นจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมที่ศาลในอเมริกา และจะต้องใช้แนบกับคำร้อง I-130 ซึ่งยื่นต่อ USCIS

กรณีที่เจ้าหน้าที่ไทยไม่ยอมออกหนังสือรับรองให้
ถ้าเจ้าหน้าที่ไทยไม่ยอมหรือไม่สามารถออกหนังสือรับรองข้างต้นให้ได้อิมมิเก รชั่นก็อาจจะอนุมัติใบเขียวให้แก่ลูกบุญธรรม ถ้าพ่อแม่บุญธรรมได้พยายามขอให้สถานสงเคราะห์เด็กที่เมืองไทยออกหนังสือ รับรองดังกล่าวมาเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในกรณีนี้ผู้ยื่นจะต้องแสดงหลักฐานดังต่อไปนี้

1. เด็กมิได้เดินทางเข้ามาในอเมริกาด้วยเจตนาที่จะให้ถูกรับเป็นลูกบุญธรรม

2. ก่อนที่มีการทำเรื่องรับบุตรบุญธรรม เด็กได้อาศัยอยู่ในอเมริกามาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี และมีหลักฐานว่าเด็กผูกพันกับเพื่อน, โรงเรียน และถิ่นที่อยู่ในอเมริกา

3. คำสั่งศาลที่อนุมัติการรับบุตรบุญธรรมจะต้องออกหลังจากวันที่ 3 กพ. 2014 และในคำสั่งศาลจะต้องระบุว่าสถานสงเคราะห์เด็กที่เมืองไทย ได้รับทราบถึงการรับบุตรบุญธรรม และหลังจากเวลา 120 วันที่รับทราบทางเมืองไทยมิได้คัดค้านการรรับบุตรบุญธรรมดังกล่าว

USCIS อาจจะอนุมัติคำร้องขอใบเขียว  I-130 สำหรับการรับบุตรบุญธรรมในอเมริกาในกรณีที่ไม่สามารถขอหนังสือรับรองจาก รัฐบาลไทย โดย USCIS จะพิจารณาจากหลักฐานที่แสดงว่าเด็กมิได้เดินทางเข้ามาในอเมริกาด้วยวัตถุประสงค์ที่จะให้ญาติรับเป็นลูกบุญธรรม ตัวอย่างหลักฐานประกอบได้แก่

1. คำให้การภายใต้คำสาบานของพ่อแม่บุญธรรม ที่อธิบายถึงเหตุการณ์ก่อนที่เด็กจะเดินทางเข้ามาในอเมริกา เช่น เด็กอาศัยอยู่กับใครที่ไหน เรียนอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนดูแลเด็ก สาเหตุที่เด็กเดินทางเข้ามาในอเมริกา หลังจากที่เด็กเข้ามาในอเมริกาแล้ว ใครเป็นคนดูแลเด็ก พ่อแม่บุญธรรมมีความเกี่ยวข้องกับเด็กอย่างไร เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็กอย่างไร พ่อแม่บุญธรรมจะต้องระบุให้ชัดเจนว่า ณ วันที่เด็กเดินทางเข้ามาในอเมริกาตนมิได้มีความคิดที่จะรับเด็กเป็นลูก บุญธรรม

2. หลักฐานอื่น เช่น เด็กถูกทอดทิ้งหรืออยู่ในความดูแลของรัฐ พ่อแม่ของเด็กไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้ หรือพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งคู่ได้เสียชีวิตลง เป็นต้น

Check Also

การขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล (Public Charge)

ในอดีตคนที่ยื่นทำใบเขียวให้แก่ญาติพี่น้องของตน จะต้องเซ็นต์ค้ำประกัน (Affidavit of support) เพื่อรับรองต่อรัฐบาลว่าญาติของตนที่จะรับใบเขียวจะไม่เป็นภาระของรัฐบาล คนที่เป็นคนยื่นเรื่องจะต้องแสดงหลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินของตน ถ้าคนที่ยื่นเรื่องไม่มีรายได้พอเพียงและไม่มีทรัพย์สินก็นสามารถหาคนอื่นที่มีรายได้ หรือมีทรัพย์สินมาช่วยค้ำประกันให้ด้วยได้ รัฐบาลสามารถปฏิเสธมิให้ใบเขียวแก่คนต่างชาติ ถ้าเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าคนต่างชาตินั้นจะมาเป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต คือจะต้องมาขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล หรือต้องให้รัฐบาลและสังคมส่วนรวมออกค่ารักษาพยาบาลเป็นระยะยาวในอนาคต คนต่างชาติอาจหมดสิทธิรับใบเขียว ถ้าจะเข้ามาขอรับประโยชน์ตามโครงการต่อไปนี้ในอนาคต ...