Wednesday , August 12 2020
Home / บทความ / ความรู้เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น / ตอบคำถามอิมมิเกรชั่นโดยทนายความจรินทร

ตอบคำถามอิมมิเกรชั่นโดยทนายความจรินทร

โดย..จรินทร ทานัชฌาสัย..

       คำถาม   ดิฉับเข้ามาอยู่ในอเมริกาได้หลายปีแล้ว เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ดิฉันได้แต่งงานกับคนที่เป็นอเมริกันซิติเซนต์ และได้ยื่นขอใบเขียวไว้แล้ว ดิฉันอยากจะกลับไปเยี่ยมญาติที่เมืองไทย ดิฉันควรจะทำอย่างไร?

       คำตอบ  กฎหมายอิมมิเกรชั่นระบุว่า ผู้ใดที่กำลังยื่นขอรับใบเขียวอยู่ (adjust status) ถ้าเดินทางออกนอกประเทศ อเมริกา โดยไม่ได้ขออนุญาต (advance parole) จะถือว่าผู้นั้นได้ละทิ้งเรื่องที่ขอใบเขียวไว้ ดังนั้นเรื่องที่ยื่นไว้จะถูกยกเลิก

       ผู้เขียนไม่ทราบว่าคุณเข้ามา ในอเมริกาด้วยวีซ่าอะไร และคุณได้อยู่เกินกำหนดหรือไม่ ถ้าคุณเข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งสามารถอยู่ได้เพียง 6 เดือน เมื่อคุณได้ยื่นขอใบเขียว คุณก็คงได้อยู่เกินกำหนดไปแล้ว ถ้าคุณอยู่เกินกำหนด คุณจะไม่ สามารถเดินทางกลับเมืองไทยได้ มิฉะนั้นคุณจะถูกลงโทษมิให้กลับเข้ามาในอเมริกาเป็นเวลา 3 หรือ 10 ปี

       ถ้าสถานภาพของคุณยังไม่ขาด ณ วันที่คุณได้ยื่นขอรับใบเขียว คุณก็สามารถขอใบอนุญาตเพื่อเดินทางกลับเมืองไทย ได้

ข้อควรระวังเกี่ยวกับใบอนุญาตเดินทาง (advance parole)

       มีคนจำนวนมากเข้าใจผิดคิดว่า ถ้าคุณได้รับ advance parole แล้วคุณจะสามารถเดินทางกลับเมืองไทยได้ แล้วจะ สามารถกลับเข้ามาได้โดยไม่มีปัญหา แต่ในความเป็นจริงใบอนุญาตเดินทางให้สิทธิแก่คุณในการเดินทางออกจากอเมริกา ในขระที่กำลังรอเรื่องใบเขียว โดยที่คดีที่ขอใบเขียวไว้ไม่ถูกยกเลิกเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าคุณจะสามารถกลับ เข้ามาในอเมริกาได้อีก

       เป็นที่ทราบกันดีว่า อิมมิเกรชั่นได้กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่อยู่เกินกำหนด ถ้าคนต่างชาติอยู่เกินกำหนดเกินกว่า 180 แต่ไม่ถึง 1 ปี เขาจะถูกทำทษมิให้กลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นเวลา 3 ปี ส่วนผู้ที่อยู่เกินกำหนดเกินกว่า 1 ปี จะถูก ทำโทษมิให้กลับเข้ามาอเมริกาเป็นเวลาถึง 10 ปี

       โดยปกติอิมมิเกรชั่นจะไม่ออก ใบอนุญาตเดินทางให้แก่คนที่เคยอยู่เกินกำหนด แต่ในบางครั้งอิมมิเกรชั่นก็อาจจะออก ใบอนุญาตเดินทางให้แก่คนที่เคยอยู่เกินกำหนด ด้วยความพลั้งเผลอ หรือเนื่องจากไม่ทราบว่าบุคคลนั้นเคยอยู่เกินกำหนด มีคนหลายคนที่เดินทางกลับเข้ามาในอเมริกา โดยถือใบอนุญาตเดินทาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่สนามบินไม่ยอมให้ เข้าประเทศ

       เมื่อปี 1997 กฎหมายอิมมิเกรชั่นได้ประกาศให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่สนามบิน ในการตรวจสอบคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาในอเมริกา เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่สนามบินมีอำนาจเป็นทั้งอัยการและผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่เหล่านี้สามารถ เนรเทศคนต่างชาติที่เดินทางเข้ามา หลังจากที่พิจารณาว่าบุคคลนั้นทำเอกสารปลอม, ได้เอกสารมาโดยการให้การเท็จ หรือเคยอยู่เกินกำหนด เจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีอำนาจในการสั่งเนรเทศอย่างเร่งรัด (Expedited Removal) โดยการส่งตัวบุคคล นั้นกลับคืนออกไปทันที ผู้ที่ถูกเนรเทศอย่างเร่งรัดจะไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ไม่ว่าจะที่ศาลอิมมิเก รรชั่นหรือศาลอื่นใดทั้งสิ้น

       ถ้าคนต่างชาติสามารถพิสูจน์ ว่าตนได้อาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างต่อเนื่องกันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น จะไม่สามารถเนรเทศเขาอย่างเร่งรัด แต่จะต้องดำเนินการเนรเทศตามขั้นตอนปกติตามขั้นตอนของการเนรเทศตามปกติ คนต่างชาติมีสิทธิยื่นอุทธรณ์เพื่อหักล้างคำสั่งเนรเทศจากศาลอิมมิเกรชั่น ได้จนถึงศาลสูงสุด (U.S. Supreme Court) คนต่างชาติที่อ้างการขอลี้ภัยจะไม่สามารถถูกเนรเทศอย่างเร่งรัด แต่เขาจะต้องถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินการเนรเทศตามขั้น ตอนปกติ

       คนที่เคยอยู่เกินกำหนด และได้จ่ายค่าปรับ $1,000 ไปแล้วเมื่อตอนยื่นขอรับใบเขียว คนเหล่านี้มักจะเข้าใจผิด คิดว่า การที่เขาจ่ายค่าปรับไปแล้วหมายความว่าอิมมิเกรชั่นได้ให้อภัยการที่เขาเคย อยู่เกินกำหนด แต่ในความจริงแล้วค่าปรับนั้น จ่ายสำหรับสิทธิในการขอรับใบเขียวในอเมริกา โดยไม่ต้องกลับไปรับที่ประเทศบ้านเกิดของตน ถ้าคนเหล่านี้เดินทางออก จากอเมริกา แล้วกลับเข้ามาในอเมริกาอีก ถึงแม้เขาจะมีใบอนุญาตเดินทาง แต่เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นจะไม่ยอมให้บุคคล ดังกล่าวกลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นอันขาด

       นอกจากกรณีที่กล่าวมาข้างต้น อิมมิเกรชั่นยังได้อาศัยอำนาจของเจ้าหน้าที่ที่สนามบินนี้เป็นเครื่องมือใน การตัดปัญหา สำหรับคดีขอใบเขียวที่เป็นที่น่าสงสัย คดีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง คนต่างชาติได้เข้ามาในอเมริกาด้วยวีซ่า L-1 คือเป็นผู้บริหาร ระดับสูงของบริษัทระหว่างประเทศ บริษัทนายจ้างได้ยื่นขอใบเขียว (ฟอร์ม I-140) ให้แก่คนต่างชาติผู้นี้ หลังจากที่ อิมมิเกรชั่นได้อนุมัติฟอร์ม I-140 คนต่างชาติก็ได้ยื่นขอรับใบเขียว (adjust status) พร้อมกันนี้ก็ได้ขอใบอนุญาตทำงานและ ใบอนุญาตเดินทาง ในระหว่างที่รอใบเขียวซึ่งปกติต้องใช้เวลานานกว่า 2 ปี เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่พิจารณาคดีการขอ ใบเขียวได้มีความเห็นว่าคดีการขอใบเขียวของเขาเป็นที่น่าสงสัย จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่สนามบินทราบ เพื่อให้ ทำการสอบสวนบุคคลนี้เมื่อเขาได้เดินทางกลับเข้าประเทศ ดังนั้นเมื่อคนต่างชาติกลับเข้ามาในอเมริกาเขาจะถูกสอบสวน เกี่ยวกับคดีการขอใบเขียวของเขา เจ้าหน้าที่สนามบินสจะพิจารณาหลักฐานที่เขาอ้างว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท ระหว่งประเทศ ถ้าพบว่าไม่เป็นความจริง เขาจะถูกเนรเทศอย่างเร่งรัด

       เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่ สนามบินจะแจ้งให้คนต่างชาติผู้นั้นทราบว่าตนได้พิจารณาลงความเห็นว่า คนต่างชาติผู้นี้ได้ พยายามขอใบเขียวโดยการให้การเท็จ หรือปลอมแปลงเอกสารขึ้นมา อิมมิเกรชั่นจะเสนอให้ทางเลือก 2 ทางแก่คนต่างชาติ ผู้นั้น 1. ให้คนต่างชาติยอมยกเลิกถอนคดีการขอใบเขียวของตน เขาจะไม่ถูกเนรเทศอย่างเร่งรัด หรือ 2. ถ้าคนต่างชาติยัง ยืนกรานที่จะขอรับใบเขียวต่อเขาจะถูกเนรเทศอย่างเร่งรัด ซึ่งเขาจะถูกจับตัวและถูกเนรเทศกลับออกไปทันที เมื่อถูกเนรเทศ แล้วเขาจะไม่สามารถกลับเข้ามาอีกเป็นเวลาถึง 5 ปี วิธีนี้เป็นการบังคับให้คนต่างชาติต้องยอมยกเลิกคดีใบเขียวของตน และ เป็นวิธีที่อิมมิเกรชั่นใช้เพื่อตัดปัญหาสำหรับคดีที่น่าสงสัย และตัดสิทธิของคนต่างชาติในการขออุทธรณ์ใดๆ ทั้งสิ้นอีกด้วย การถอนคดีใบเขียวถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีผลว่าห้ามกลับเข้ามาในอเมริกาอีก แต่ในทางปฏิบัติ สถานกงสุลจะไม่ยอมออกวีซ่าให้ แก่บุคคลที่เคยถอนคดีใบเขียวมาก่อน

       มีคนไทยหลายรายที่กลับเมือง ไทยไปแล้วไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก ผู้ที่กำลังยื่นขอใบเขียวอยู่ หรือผู้ที่เคยอยู่เกิน กำหนด ก่อนที่จะเดินทางควรจะต้องปรึกษาทนายความเสียก่อน

       ทนายความจรินทร ยินดีให้คำปรึกษาด้านอิมมิเกรชั่น, ล้มละลาย รับบุตรบุญธรรม และหย่าร้าง สามารถโทรคุยกับ ทนายจรินทร ได้ที่ 310-515-2888

Check Also

โควิดทำให้ธุรกิจล้มละลาย

จากการระบาดของโรคโควิดทำให้ธุรกิจจำนวนมากถูกปิด ธุรกิจเหล่านี้ขาดรายได้ แต่มีรายจ่ายค่าเช่า และค่าโสหุ้ยต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องจ่ายอยู่คนที่ประกอบธุรกิจจำนวนมากต้องประสบปัญหาการเงิน คนที่ทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นกิจการเจ้าของคนเดียว (sole proprietorship) หรือจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบของบริษัท, ห้างหุ้นส่วน หรือ LLC ก็ตาม เมื่อธุรกิจต้องการเงินทุนและกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือใช้บัตรเครดิตของธุรกิจ เจ้าของธุรกิจมักจะต้องเซ็นต์เอกสารว่าตนจะต้องรับผิดโอนหนี้สินเป็นการส่วนตัวด้วยเสมอ ...