Wednesday , August 12 2020

การหย่าร้าง

โดย..จรินทร ทานัชฌาสัย..

ในปัจจุบันอัตราของคู่สมรสที่ต้องการหย่าร้างจากกันมีจำนวนสูงมาก คนไทยที่อาศัยอยู่ในอเมริกาที่ต้องการทำ การหย่าร้างจากคู่สมรส จะต้องพิจารณาว่าควรจะทำการหย่าร้างได้อย่างไร ยื่นเรื่องหย่าที่ไหน และขั้นตอนของการหย่าร้าง เป็นอย่างไร

ในกรณีของคู่สมรสที่แต่งงานกันเพียงช่วงสั้นๆ ไม่มีลูกด้วยกัน และไม่มีทรัพย์สินร่วมกัน การหย่าร้างก็จะสามารถ กระทำได้ง่ายกว่ากรณีของคู่สมรสที่แต่งงานกันเป็นเวลานาน หรือมีลูกที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี หรือกรณีที่คู่สมรสมีทรัพย์สินร่วม กัน เนื่องจากจะมีประเด็นเรื่องค่าเลี้ยงดู และเรื่องของการแบ่งแยกทรัพย์สินเข้ามาเกี่ยวข้อง

ปัญหาที่เกี่ยวกับการหย่าร้างมีดังนี้

1. จะยื่นหย่าร้างที่ไหน

ถ้าคุณและคู่สมรสของคุณเป็นคนไทยและอาศัยอยู่เมืองไทยคุณก็สามารถยื่นขอใบ หย่าได้จากอำเภอที่คุณ อาศัยอยู่ แต่ถ้าคุณและคู่สมรสไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องลูก, ค่าเลี้ยงดู หรือเรื่องการแบ่งแยกทรัพย์สิน คุณก็จะต้องยื่น เรื่องต่อศาลเพื่อให้ ผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินความให้ เนื่องจากสำนักงานเขตหรืออำเภอมีอำนาจออกใบหย่าและจดบันทึก ข้อความตามที่คุณและคู่สมรส ตกลงความกัน แต่จะไม่มีอำนาจตัดสินความให้แก่คุณในกรณีที่คุณมีข้อขัดแย้งที่ตกลงกันไม่ ได้

ถ้าคุณอยู่ที่อเมริกา แต่สามีหรือภรรยาของคุณอยู่เมืองไทย คุณสามารถยื่นเรื่องฟ้องหย่าที่ศาลในรัฐที่คุณอาศัย อยู่ เช่น ถ้าคุณอาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส สามีของคุณอยู่ที่กรุงเทพ คุณก็สามารถยื่นหย่าได้ที่ศาลลอสแอนเจลิสได้ กฎหมาย ของแคลิฟอร์เนีย ระบุว่าคุณจะต้องอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน จึงจะมีสิทธิขอยื่นหย่าที่ศาลของรัฐ แคลิฟอร์เนียได้

กฎหมายการหย่าร้างในแต่ละรัฐจะแตกต่างกันไป คุณจะต้องยื่นหย่าในรัฐที่คุณอาศัยอยู่ ในแคลิฟอร์เนียได้ กำหนดช่วงเวลารอคอย (waiting period) 6 เดือน การหย่าร้างจึงจะมีผลเสร็จสมบูรณ ในบางรัฐ เช่น เนวาดาไม่มีช่วง เวลารอคอย ดังนั้น การหย่าร้างจะมีผลสำเร็จสิ้นทันที มีบางคนที่ต้องการรีบหย่าเพื่อไปจดทะเบียนกับซิติเซนต์และทำใบ เขียว จึงไปยื่นหย่าที่รัฐเนวาดา ในขณะที่ตนและคู่สมรสอาศัยอยู่แคลิฟอร์เนีย ปรากฎว่าเมื่อยื่นเรื่องทำใบเขียวแล้วประสบ ปัญหาเพราะอิมมิเกรชั่นจะขอให้นำ หลักฐานว่าตนหรือคู่สมรสนั้นได้อาศัยอยู่ในรัฐเนวาดา เช่น เอกสารที่แสดงว่าเป็นเจ้าของ บ้านที่เนวาดา, สัญญาเช่าบ้านบิลค่าน้ำ-ไฟ หรือหลักฐานว่าได้ทำงานในเนวาดามาแสดงให้ดู ถ้าคุณหรือคู่สมรสของคุณมิได้ อาศัยหรือทำงานอยู่ในรัฐเนวาดา ใบหย่าจากรัฐ เนวาดาถือว่าได้มาไม่ถูกต้อง และไม่มีผลบังคับใช้ อิมมิเกรชั่นอาจจะปฏิเสธ ใบเขียวของคุณได้ ดังนั้นคุณควรจะทำเรื่องหย่าให้ถูกต้องถึงแม้ว่าจะเสียเวลารอคอยสักหน่อย ก็ยังดีกว่าที่จะถูกปฏิเสธ ใบเขียว

การยื่นหย่าร้างที่สถานกงสุลไทย ถือว่าผลการหย่าร้างสามารถนำไปใช้บังคับที่เมืองไทยได้ แต่ถ้าคุณอาศัยอยู่ ในอเมริกาคุณควรจะต้องยื่นขอหย่าร้างที่ศาลในรัฐที่คุณอาศัยอยู่ ไม่ควรจะยื่นหย่าร้างที่สถานกงสุลไทย โดยเฉพาะกรณีของ คุณที่ต้องการแต่งงานใหม่เพื่อทำใบเขียว เพราะปกติอิมมิเกรชั่นจะยอมรับใบหย่าจากศาลที่อเมริกา และอาจจะปฏิเสธไม่ ยอมรับใบหย่าจากสถานสุลไทยได้

2. การหย่าแบบรวบรัด

ในแคลิฟอร์เนียการหย่าร้างสามารถทำได้ 2 แบบ คือ แบบรวบรัดและแบบฟ้องร้องกันแบบปกติ

การหย่าแบบรวบรัด เป็นวิธีการหย่าที่ง่าย ใช้สำหรับกรณีที่แต่งงานไม่ถึง 5 ปี ไม่มีลูกด้วยกัน และไม่มี ทรัพย์สินเกิน $32,000 และไม่มีหนี้สินเกิน $4,000 และทั้งคู่สามารถตกลงกันได้

ขั้นตอนของการหย่าแบบรวบรัดคือทั้งคู่เซนต์ชื่อในคำร้องขอหย่าด้วยกัน หลังจากที่ยื่นคำร้องต่อศาลแล้ว ในระหว่าง 6 เดือนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถขอยุติหรือขอยกเลิกคดีหย่าได้ ถ้าหลังจาก 6 เดือนไปแล้ว และมิได้มีใครขอ ยกเลิกคดี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็สามารถยื่นขอให้ศาลอนุมัติการหย่าร้างได้ เนื่องจากได้ผ่านช่วงเวลารอคอย 6 เดือนไปแล้ว ดังนั้นใบหย่าที่ได้รับจะมีผลบังคับใช้ได้ทันที

3. การหย่าแบบปกติ

ในแคลิฟอร์เนียถ้าคุณแต่งงานเกินกว่า 5 ปี หรือมีลูกที่อายุไม่ถึง 18 ปี หรือมีทรัพย์สินเกินกว่า $32,000 คุณ จะต้องยื่นทำหย่าแบบปกติ คือ คุณจะต้องยื่นคำร้องขอหย่าต่อศาล แล้วส่งหมายศาลให้สามีหรือภรรยาของคุณทราบว่าคุณ ได้ยื่นฟ้องหย่า แล้วส่งหมายศาลให้สามีหรือภรรยาของคุณทราบว่าคุณได้ยื่นฟ้องหย่า สามีหรือภรรยาของคุณจะมีเวลา 30 วันที่จะยื่นเรื่องตอบหมายศาลการฟ้องหย่าของคุณ ถ้าเขาไม่ตอบหมายศาลภายในเวลาดังกล่าว ก็หมายความว่าเขาไม่มี ประเด็นโต้แย้งคุณก็สามารถขอให้ศาลอนุมัติใบหย่าได้ แต่ถ้าคู่สมรสของคุณไม่ตกลงในเรื่องของการดูแลลูก, ค่าเลี้ยงดู หรือ การแบ่งแยกทรัพย์สินเขาก็จะต้องยื่นตอบหมายศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาตัดสินประเด็นดังกล่าว

4. กรณีที่ตกลงกันได้ (Uncontest)

ถ้าคุณและคู่สมรสของคุณสามารถตกลงกันได้ว่าลูกจะอยู่กับใคร เมื่อไหร่, ใครจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเป็นจำนวน เงินเท่าไหร่ และจะแบ่งทรัพย์สินกันอย่างไร หลังจากที่คุณยื่นฟ้องหย่าแล้ว คุณและคู่สมรสก็สามารถยื่นข้อตกลงในประเด็น ดังกล่าว แล้วให้ศาลเซนต์อนุมัติได้ โดยไม่ต้องไปขึ้นศาล

5. กรณีที่ตกลงกันไม่ได้ (contest)

ประเด็นที่คู่สมรสมักจะตกลงกันไม่ได้คือ เรื่องลูก ว่าลูกจะอยู่กับใคร วันไหนบ้าง เช่น ในกรณีที่แม่จำเป็นต้อง ย้ายไปอยู่ต่างรัฐทำให้พ่อไม่ได้เจอลูก ในการพิจารณาว่าเด็กจะอยู่กับใครนั้น ศาลจะพิจารณาและตัดสินให้เป็นประโยชน์กับ เด็กมากที่สุด (best interst of the child)

ส่วนค่าเลี้ยงดูลูก ฝ่ายที่ได้เด็กไว้ในครอบครองจะได้รับค่าเลี้ยงดูลูกจากอีกฝ่ายหนึ่ง ค่าเลี้ยงดูลูกนี้จะคำนวน จากรายได้ของทั้ง 2 ฝ่าย และเปอร์เซนต์ของช่วงเวลาที่เด็กอยู่ในความดูแลของพ่อหรือแม่ เช่น เด็กอาจจะอยู่กับแม่ 90% และอยู่กับพ่อ 10%เป็นต้น

ส่วนค่าเลี้ยงดูคู่สมรส (spousal support) ศาลจะพิจารณาจากรายได้ของทั้ง 2 ฝ่าย ช่วงระยะเวลาที่แต่งงาน และอยู่ด้วยกัน

กรณีของการแบ่งทรัพย์สิน ในแคลิฟอร์เนียรายได้หรือทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากการแต่งงานนั้น จะต้องแบ่งกัน คนละครึ่ง เช่นสามีทำงานคนเดียว หลังจากแต่งงานทั้งคู่ได้ซื้อบ้านร่วมกัน ถ้าทั้งคู่หย่ากันและตกลงจะขายบ้าน ภรรยาจะมี สิทธิได้รับเงินที่ได้จากการขายบ้านคนละครึ่งกับสามี ถึงแม้ว่าสามีจะเป็นคนจ่ายค่าบ้านฝ่ายเดียวก็ตาม

กรณีของการหย่าร้างที่ตกลงกันไม่ได้ ทั้งคู่จะต้องสู้คดีกันในศาลเพื่อให้ผู้พิพากษาพิจารณาและตัดสินความให้

Check Also

โควิดทำให้ธุรกิจล้มละลาย

จากการระบาดของโรคโควิดทำให้ธุรกิจจำนวนมากถูกปิด ธุรกิจเหล่านี้ขาดรายได้ แต่มีรายจ่ายค่าเช่า และค่าโสหุ้ยต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องจ่ายอยู่คนที่ประกอบธุรกิจจำนวนมากต้องประสบปัญหาการเงิน คนที่ทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นกิจการเจ้าของคนเดียว (sole proprietorship) หรือจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบของบริษัท, ห้างหุ้นส่วน หรือ LLC ก็ตาม เมื่อธุรกิจต้องการเงินทุนและกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือใช้บัตรเครดิตของธุรกิจ เจ้าของธุรกิจมักจะต้องเซ็นต์เอกสารว่าตนจะต้องรับผิดโอนหนี้สินเป็นการส่วนตัวด้วยเสมอ ...