Wednesday , August 12 2020
Home / บทความ / ขอพูดด้วยคน / ขอพูดด้วยคน ฉบับวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2020

ขอพูดด้วยคน ฉบับวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2020

ช่วงนี้คนไทยในเมืองไทยคงโล่งอกมากขึ้นเมื่อไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใหม่มาเป็นเวลากว่า 14 วันแล้ว ส่วนผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใหม่เป็นผู้ที่เดิมที่ได้กักตัวไว้ก่อนหน้านี้ และมีผู้ป่วยคนไทยเพิ่มเติมซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ

การเคอร์ฟิวส์ในกรุงเทพฯและปริมณฑลก็ลดหย่อนลง จากที่ออกจากบ้านไม่ได้ระหว่างเวลา สี่ทุ่มจนถึงตีห้า และไม่ให้ร้านค้าเปิดทำการ

มาช่วงนี้เบาบางลง ร้านค้าทุกชนิดเปิดได้แต่ต้องมีข้อแม้เช่นร้านอาหารต้องมีการจำกัดจำนวนโต๊ะเพื่อให้เกิดการเว้นห่าง ร้านอาหารที่เคยมีโต๊ะ ๑๐​โต๊ะอาจจะต้องเอาออกเกือบครึ่งหนึ่งเพื่อให้เกิดการเว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะให้มากกว่า ๑​ เมตร รวมทั้งลูกค้าก็ต้องนั่งห่างจากกันไม่ต่ำกว่า ๑​เมตร

ส่วนในอเมริกาก็ยังครองตำแหน่งแชมป์มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเสียชีวิตมากเป็นที่ ๑ ของโลก

คงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าเพราะเหตุใดประเทศซูเปอร์เพาเวอร์ อย่างสหรัฐฯจึงถล่ำลึกลงไปด้อยกว่าในด้านสาธารณะสุขของประเทศที่กำลังพัฒนาเช่นประเทศไทย หรือเวียตนาม

ที่เห็นอย่างชัดเจนส่วนหนึ่งมาจากการที่ประชาชนสหรัฐฯไม่สามารถเข้าถึงการแพทย์ได้อย่างง่ายดายเช่นในประเทศไทย ที่มีระบบการแพทย์ที่ประชาชนทุกชนชั้น”เข้าถึง”

อย่างเช่นถ้าคุณมีอาการคล้ายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเมืองไทยเจ้าหน้าที่จะเดินทางมารับตัวคุณเข้ารับการรักษาทันที ไม่ได้ส่งตัวกลับบ้านไปรักษาเองเช่นในอเมริกา ซึ่งสาเหตุใหญ่คงมาจากการที่ผู้ติดเชื้อไม่มีประกันสุขภาพ แน่นอนว่ามีการรับรักษาแก่ผู้ป่วยฟรีในโรงพยาบาลชื่อดัง เช่น USC

แต่หากว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กว่าเขาจะได้รับการรักษา เขาคนนั้นคงแพร่เชื้อไปให้คนข้างเคียงอีกเป็นจำนวนมากในช่วงการรอคอยเพื่อรับการักษา

เราคงไม่ต้องมองไปทางอเมริกาฝั่งตะวันตก เช่นในนครนิวยอร์คที่มีผู้เสียชีวิตนับแสนคน แต่หันมามองในฝั่งตะวันออกทางฝั่งทะเลแปซิฟิคที่มีชายหาดยาวในรัฐแคลิฟอร์เนีย

มีประชาชนกรจำนวนมากที่ไร้ที่อยู่อาศัย(Home less) แค่ในนครลอสแอนเจลิสเท่าที่จำได้เมื่อปีที่ผ่านมามีคนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า ๖ หมื่นคน

โชคดีที่มีนายกเทศมนตรีเอริค การ์เซ็นตี้ ที่คิดไว ทำไว สั่งปิดเมืองทนให้ถูกนักธุรกิจและคนทำงานด่าเพื่อแลกกับการควบคุมโรคระบาดให้อยู่มือ

ดันทะลึ่งมาถูกผีซ้ำด้ามพลอย “คุณมืด”ออกมาเดินขบวนเผาบ้านเผาเมืองเหมือนกลุ่มเสื้อแดงยุคทักกี้ครองเมือง

คุณมืดออกมาประท้วงกรณีตำรวจทำเกินกว่าเหตุจนมีคนมืดที่เป็นผู้ต้องหาเสียชีวิตในช่วงตำรวจเข้าไปทำการจับกุมที่เมืองมินเนียอาโพลิส รัฐมินิโซต้า เมื่อมีผู้เดินประท้วงก็มีผู้ฉวยโอกาสเข้าไปปล้นสะดมร้านค้าสองข้างทางที่อยู่ในเขตของการเดินประท้วง

ความเห็นใจกลายเป็นเรื่องที่ผู้ดูรอบนอกเกิดความไม่แน่ใจว่าเรียกร้องอะไรหรือฉวยโอกาสเพื่อปล้นสะดม

มันต่างกันมากระหว่างคำว่า “เดินขบวนเรียกร้องอย่างสงบและการปล้นสะดม”

โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และฝ่ายผู้เดินขบวนส่วนทรัพย์สินที่เสียหายจากการเผาวางเพลิงหากเจ้าของธุรกิจไม่มีประกันก็คงหมดตัว แต่มีโปรแกรมให้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลหลายโครงการลองไปถามหอการค้าไทยในแคลิฟอร์เนียที่มี คุณรอสลิน ปัทมคันธิน เป็นประธานดู

ส่วนการที่ชักชวนให้ชุมชนไทยไปเข้าข้างหนึ่งข้างใดไม่ว่าจะเป็นฝ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายคุณมืด ชุมชนไทยควรถอยออกมาอย่าเอามือไปซุกหีบ

ชุมชนไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและไม่มีสาเหตุที่ต้องทะเลาะกับกลุ่มคนมืด ใยเราจะไปประกาศเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับเขาเพื่อชักศึกเข้าบ้านหรือ

           คนมืดจำเป็นต้องช่วยตัวเองก่อนด้วยการยกระดับความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ในกลุ่มให้ทัดเทียมกับกลุ่มคนขาวเพื่อให้ได้รับการยอมรับตรงนี้ไม่มีใครช่วยได้นอกจาก “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

Check Also

“โบราณว่า”

ข่าวที่ออกมางงจน “จับแพะชนแกะ” ไม่ถูกแล้ว จริงๆ แล้วมันมี ”แกะดำ” อยู่แค่ไม่กี่ตัว แต่เกรงว่าจะทำให้ ”ปลาตายทั้งข้อง”  แม้ ”วัวหายแล้วล้อมคอก” ก็ยังดีกว่าไม่ล้อมเลยวัวที่เหลือจะหายอีก  เรื่องแบบนี้ใครๆก็รู้ “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” ...