Saturday , May 30 2020
Home / บทความ / ขอพูดด้วยคน / ขอพูดด้วยคน ฉบับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020

ขอพูดด้วยคน ฉบับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020

นึกถึงบทสนทนาอันหนึ่งบนโต๊ะกินข้าวที่บ้านซึ่งเป็นครอบครัวนักกฎหมาย คุณพ่อเป็นทนายความ พี่สาวเพิ่งเริ่มทำงาน ส่วนดิฉันเรียนอยู่ปีสอง ดิฉันเปิดประเด็นว่า นักต้มตุ๋นโกงเงินวัดร้อยล้านกับ ฆาตกรฆ่าคนขี้เมา ศาลจะลงโทษใครมากกว่ากัน พี่สาวว่าให้ดูผลกระทบ ขับรถชนคนบาดเจ็บร้ายแรงกว่าขับรถชนร้านทอง

พ่ออธิบายว่า ความผิดต่อชีวิตนั้นร้ายแรงยิ่งนัก มากกว่าความผิดทางการเงินหลายเท่า ฆ่าคนตายผิดมากกว่าโกงเงิน ไม่ว่าคนตายจะเป็นใคร การคร่าชีวิตนั้นผิดมหันต์สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมและมีผลลูกโซ่ คนๆ หนึ่งกว่าจะโตมาได้ใช้สาธารณูปโภคและสวัสดิการที่รัฐจัดหามาจากเงินภาษี แถมยังกินใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ้นเปลืองหมดไปทำให้เสียเปล่า           การฆ่าคนยังก่อปัญหาสังคมและทำให้จริยธรรมเสื่อม   การโกงเป็นเป็นเรื่องทุจริตทางการเงินแม้จะเป็นเรื่องผิดไม่ถูกต้องแต่ดีกรีของความผิดและผลกระทบต่อสังคมยิ่งหย่อนกว่า  ศาลจึงควรลงโทษ ฆาตกร มากกว่า นักต้มตุ๋น

แต่เมื่อไม่นานมานี้เคยอ่านข่าวว่า ศาลประเทศ South Africa ในคดี Kwenda ลงโทษคดีฉ้อโกง แรงกว่า คดีฆ่าข่มขืน เพราะรัฐบาลมีนโยบายปราบทุจริตอย่างจริงจัง

ถ้าใครจำได้ สัก 5-6 ปีก่อน ศาลประเทศนี้เคยตัดสินคดีนักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิคที่ใช้ขาเทียม Oscar Pistorius ยิงแฟนนางแบบสาว Reeva Steenkamp ตายวัน Valentine ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษเบามากจำคุก 5 ปีแล้วลดโทษเป็นกักกันในบ้านแทน เพราะเห็นใจว่าเป็นคนพิการและเคยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ตอนนั้นเขากำลังเป็นที่ชื่นชอบว่าเป็นฮีโร่ แต่พอมีคำวิจารณ์จากสาธารณะประนามไม่เห็นด้วย คดีอุทาหรณ์ฎีกาต่อมา ภายหลังศาลฎีกาตัดสินใหม่ลงโทษแรงขึ้นเป็นจำคุก 15 ปี ตามกระแสความรู้สึกของสังคม ความดีกับความผิดไม่อาจล้างกันได้

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ตรงกับที่คุณพ่อเคยพูดให้ฟังว่า..สังคมจะอยู่ได้อย่างเป็นสุขถ้า ”กระบวนการยุติธรรม” ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

คนโกงกลัวผลก็อาจไม่กล้าโกง ถ้าคนถูกโกงเชื่อว่าฟ้องร้องแล้วเขาจะได้รับการเยียวยา การเข่นฆ่าล้างแค้นก็อาจไม่เกิดชึ้น หรือ อาจยั้งคิดไม่ทำอะไรที่เลวร้ายนักหากเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรมหากเข้ามอบตัว

ความศรัทธาและความศักดิ์สิทธิในกระบวนการยุติธรรม มีความสำคัญในการค้ำจุนสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ

พ่อว่า อย่าโยนภาระการรักษาความยุติธรรมให้กับองค์กรใด หรือ คนประกอบอาชีพใดอาชีพหนึ่ง ทุกคนในสังคมเป็นผู้ปฏิบัติตามกฎหมายก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมด้วย.. วันนั้นพ่อสรุปส่งท้ายว่า. “ทำหน้าที่ประชาชนให้ได้ก่อนแล้วค่อยทำหน้าที่นักกฎหมาย”. .. อาหารเย็นมื้อนั้นยังอิ่มจนถึงวันนี้

คัดลอกมาจากข้อเขียนของ คุณศิริพร ไชยสุต

Check Also

สนามรบใหม่ของสหรัฐฯ? “ฮ่องกง”

ประเด็นร้อนแรงเท่าข่าวไวรัสโควิด -19 คือข่าวการผ่านร่าง พรบ. Hong Kong Human Rights and Democracy Act โดยคองเกรสของสหรัฐฯ ทั้งสภาล่างและสภาบนด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ว่าสหรัฐฯ จะเข้ามาแทรกแซงการเมืองในเกาะฮ่องกงแล้วอย่างเปิดเผยและเต็มตัวโดยการอ้างคำว่า สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *