Wednesday , August 12 2020
Home / บทความ / Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ / การประชุมคณะทำงานบริหารศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพ เพื่อยกระดับในการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service ของประเทศไทย ครั้งที่ 2/2563

การประชุมคณะทำงานบริหารศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพ เพื่อยกระดับในการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service ของประเทศไทย ครั้งที่ 2/2563

“Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

“DHSS News” ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน 2563

สวัสดีท่านผู้อ่านชาวไทยและชาวอเมริกันทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับ “Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ” อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระหว่างประเทศ หรือแม้กระทั่งการรักษาพยาบาล หน่วยงานต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลกต่างก็กำหนดแนวทางหรือมาตรการขึ้นมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ รวมถึงกรมสนับสนุนบริการสุขภาพด้วยเช่นกัน ซึ่งในวันนี้เราก็ได้นำสาระสำคัญของการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 มาฝากทุกท่านเช่นเคย

เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563 เวลา 13.30 – 16.30 น. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยกองสุขภาพระหว่างประเทศ จัดการประชุมคณะทำงานบริหารศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพ เพื่อยกระดับในการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service ของประเทศไทย ครั้งที่ 2/2563 ขึ้น ณ ห้องประชุม Conference ชั้น 4 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อหารือเกี่ยวกับภารกิจรองรับการเปิดประเทศ (Reopen) ภายใต้นโยบาย Medical Hub

ภารกิจสำคัญของศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเพื่อรองรับการเปิดประเทศหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 คลี่คลาย มีทั้งสิ้น 2 ภารกิจด้วยกัน ได้แก่

(1) ภารกิจการอำนวยความสะดวกสำหรับกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายใต้พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

(2) ภารกิจการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ป่วยและผู้ติดตามรวม 90 วัน สำหรับกลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และกลุ่มประเทศ CLMV และสาธารณรัฐประชาชนจีน

จากการประชุม คณะกรรมการได้ร่วมกันร่างข้อกำหนดเบื้องต้นโดยมีเงื่อนไขว่าผู้ป่วย รวมถึงญาติหรือผู้ติดตามจะต้องเดินทางเข้ามาในประเทศไทยพร้อมกัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพคอยดูแลและให้คำแนะนำตลอดเวลาที่ผู้ป่วยอยู่ในสนามบิน เมื่อผู้ป่วยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้วจะต้องเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลที่จัดให้มีการ Alternative Hospital Quarantine 14 วัน ควบคู่ไปกับการรักษาพยาบาล โดยจะมีการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 3-5 และวันที่ 14 ของการกักตัว และเมื่อผู้ป่วยต้องการจะเดินทางกลับประเทศหลังสิ้นสุดการรักษาพยาบาลตามแผนจะต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ออกให้ล่วงหน้า 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ของสายการบิน

ปัจจุบันแนวทางการรองรับผู้ป่วยตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้น กำลังอยู่ในขั้นตอนการร่างเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาและนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ต่อไป ซึ่งเมื่อหากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการนี้แล้วนั้น มาตรการนี้จะสามารถรองรับได้เฉพาะผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยสายการบินเท่านั้น เนื่องจากรัฐบาลไทยยังไม่อนุญาตให้ชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่เดินทางด้วยยานพาหนะโดยทางบกหรือทางน้ำเข้าสู่ประเทศไทยได้ ดังนั้น แนวทางเพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงจะต้องเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนดในอนาคต ซึ่งจะต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

ทุกท่านคงจะได้เห็นแล้วว่ากรมสนับสนุนบริการสุขภาพไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์นี้ และพร้อมที่จะดูแลชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการ
เดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยเสมอมา หากมีเรื่องราวดี ๆ น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านทุกท่าน เราจะนำมาฝากอีก สำหรับฉบับนี้ขอจบเพียงเท่านี้ กลับมาพบกันใหม่อีกครั้งกับ “Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ” สวัสดีจาก “DHSS News”

“DHSS News”

Website: http:// www.medicalhub.org

Facebook’s Fanpage: Medicalhub.TH

E-mail: this.is.dhss@gmail.com

Check Also

สบส. จัดประชุมประชุมชี้แจง การใช้งานแอปพลิเคชัน DDC-Care และ COSTE รองรับ AHQ

“Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ” “DHSS News” ฉบับวันที่ 14 สิงหาคม 2563 สวัสดีท่านผู้อ่านชาวไทยและชาวอเมริกันทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับ “Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ” ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ...