Friday , March 22 2019
Home / บทความ / Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ / กรม สบส.เผยผลสอบข้อเท็จจริงโรงพยาบาลเอกชนปฏิเสธการรักษาสาวถูกสาดน้ำกรด ผิด 3 ข้อหา

กรม สบส.เผยผลสอบข้อเท็จจริงโรงพยาบาลเอกชนปฏิเสธการรักษาสาวถูกสาดน้ำกรด ผิด 3 ข้อหา

“Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ”

“DHSS News” ฉบับวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561

สวัสดีท่านผู้อ่านชาวไทยและชาวอเมริกันทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับ “Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้นำเสนอข่าวที่กรม ส.บ.ส. สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลว่าโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษาสาวถูกสาดน้ำกรด จนผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผล ไม่ไหวและเสียชีวิต โดยในวันนี้เรามีความคืบหน้าในการดำเนินการมาฝากกัน

จากกรณีที่กรม ส.บ.ส. ได้รับเรื่องร้องเรียนว่าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งปฏิเสธการรักษาผู้บาดเจ็บจากการถูกสาดน้ำกรด จนทำให้หญิง อายุ 38 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกสาดน้ำกรดเสียชีวิต และได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่โรงพยาบาลเอกชนที่ดังกล่าวเ  พื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรม ส.บ.ส. ได้รวบรวมข้อมูลขณะเกิดเหตุ ทั้งจากเอกสารทางการแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และนำข้อมูลเสนอให้กับที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ และเอกชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานอัยการสูงสุด และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ฯลฯ ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยที่ประชุมมีมติให้ส่งเรื่องแก่คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีดำเนินการเปรียบเทียบปรับในความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และพนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาในความผิดที่มีอัตราโทษเกิน 1 ปีขึ้นไปในความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 จำนวน 3 ข้อหา ดังนี้

  1. ความผิดตามมาตรา 34 (1) ในขณะที่เกิดเหตุ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นที่มิใช่แพทย์ดำเนินการแทนแพทย์ (2) ไม่ควบคุม ดูแลให้แพทย์ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. ความผิดตามมาตรา 35 (3) ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ไม่จัดให้มีรายงานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ป่วย และ (4) ไม่ควบคุมและดูแลการประกอบกิจการสถานพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐาน อาทิ ไม่มีการจัดทำหนังสือส่งตัวผู้ป่วย มีการส่งต่อผู้ป่วยอย่างไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกายผู้ป่วย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. ความผิดตามมาตรา 36 ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลไม่ควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยจน  พ้นจากขีดอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาล ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ เพื่อความชัดเจนในการประเมินเกณฑ์ผู้ป่วย กรม ส.บ.ส. ขอให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งใช้ระบบบันทึกและประเมินผู้ป่วยในระบบ UCEP ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ในการประเมินเกณฑ์ผู้ป่วย หากประเมินแล้วพบว่าเข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ (สีแดง) สถานพยาบาลต้องให้การรักษาพยาบาลอย่างเต็มความสามารถ โดยห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรกแต่อย่างใด แต่หากประเมินแล้วพบว่ามิได้เข้าข่ายฉุกเฉินวิกฤติ (สีแดง) ก็ควรสื่อสาร ชี้แจงถึงสิทธิในการรักษาพยาบาลกับผู้ป่วยหรือญาติเพื่อมิให้เกิดการเข้าใจผิด ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการสภานพยาบาลสถานพยาบาลใดกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541

กรม ส.บ.ส. ก็ขอความร่วมมือสถานพยาบาลทุกแห่งปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ป้องกันการเกิดเหตุอันน่าเศร้า กลับมาพบกันใหม่อีกครั้งกับ “Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ” สวัสดีจาก“DHSS News”

“DHSS News”

Website : http:// www.medicalhub.org

Facebook’s Fanpage : Medicalhub.TH

E-Mail : this.is.dhss@gmail.com

Check Also

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพของศูนย์ประสานงานกลาง (Claim Center) ในการจัดเก็บค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติสำหรับสถานพยาบาลภาครัฐในจังหวัดท่องเที่ยว (ภาคตะวันออก)

“DHSS News” ฉบับวันที่ 22 มีนาคม 2562 สวัสดีท่านผู้อ่านชาวไทยและชาวอเมริกันทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับ “Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ” ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเราได้นำเสนอข่าว กรม ส.บ.ส. ลงพื้นที่ศึกษาดูงานโรงพยาบาลในจังหวัดและจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพของศูนย์ประสานงานกลาง (Claim ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *