Tuesday , October 16 2018
Home / บทความ / Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ / การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยหลัก 3 อ. 2 ส.

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยหลัก 3 อ. 2 ส.

CCT1

 

CCT2

 

“Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ”

“DHSS News” ฉบับวันที่ 15 กันยายน 2560

สวัสดีท่านผู้อ่านชาวไทยและชาวอเมริกันทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับ “Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ โรคไม่ติดต่อ แต่เรื้อรังอันตรายที่ประชาชนชาวไทยเป็นกันมากที่สุด ก็หนีไม่พ้นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นโรคที่มีสถิติผู้ป่วยมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยสถิติจากสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี 2559 ได้รายงานจำนวนผู้ป่วยเรื้อรังจากโรคทั้ง 4 ของปี 2558 ดังนี้ โรคเบาหวาน 802,017 ราย โรคความดันโลหิตสูง 1,231,910 ร าย โรคหัวใจ 325,873 ราย และโรคหลอดเลือดสมอง 276,523 ราย ทั้งนี้กรมสบส. ซึ่งมีการดำเนินโครงการหมู่บ้านจัดการสุขภาพ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร ไม่ว่าจะด้านการกิน การออกกำลังกาย และการจัดการทางด้านอารมณ์ รวมทั้งการเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เพื่อปลอดภัยจากโรคทั้ง 4 ดังกล่าว รวมไปถึงโรคมะเร็งด้วย

ล่าสุดกรมสบส. ได้ดำเนินการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์) และ 2 ส. (เหล้า บุหรี่) ในการควบคุม 5 โรคเรื้อรังอันตราย ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง กับกลุ่มเป้าหมายประชาชนวัยทำงานทั่วประเทศที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านของตำบลจัดการสุขภาพ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีการดำเนินงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเพื่อลด 5 โรคเรื้อรังครอบคลุม 76 จังหวัด จำนวนกว่า 76,000 หมู่บ้าน โดยผลการประเมินพบว่ากลุ่มวัยทำงานยังขาดความรอบรู้ด้านสุขภาพ และมีพฤติกรรมในการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และมีพฤติกรรมการจัดการความเครียดอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ส่วนพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราอยู่ในระดับพอใช้

ทั้งนี้ กรม สบส. ได้เร่งจัดทำแผนระยะยาวในการสร้างความรอบรู้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ 6 คุณลักษณะ คือ

1) ความรู้ความเข้าใจ

2) การเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ

3) ทักษะการสื่อสาร

4) ทักษะการตัดสินใจ

5) การจัดการตนเอง

6) การรู้เท่าทันสื่อ

ในการส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มวัยทำงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตามหลัก 3 อ. 2 ส. ในการลดการเกิดโรคเรื้อรัง

โดยหลัก 3 อ. 2 ส. ที่ควรยึดเป็นหลักปฏิบัติมีดังต่อไปนี้

CCT3

อ.ที่ 1 คือ อาหาร รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ ครบทั้ง 5 หมู่ ลดความหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารที่ใช้น้ำมันซ้ำหลายๆ ครั้ง กินอาหารหลากหลายไม่จำเจ

อ.ที่ 2 คือ ออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้แข็งแรง อายุยืน โดยออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที และทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน

อ.ที่ 3 คือ อารมณ์ เลือกวิธีที่ถนัด สนใจ ทำแล้วเพลิดเพลิน ลดความเครียด มีความสุข เช่น ฟังเพลง ร้องเพลง ดูโทรทัศน์ นอนหลับพักผ่อน ปลูกต้นไม้ พูดคุยพบปะกับเพื่อนฝูง

CCT4

ส.ที่ 1 คือ ลดการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นมะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง ปอดอุดตันเรื้อรัง และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ส.ที่ 2 คือ ลดการดื่มสุรา การดื่มสุราทำให้ความดันโลหิตสูง เกิดโรคหัวใจ เพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นตับอักเสบ ตับแข็ง ทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

การดูแลตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นกรมสบส. ขอให้ประชาชนชาวไทยทุกคนไม่ว่าจะที่ประเทศไทย หรือที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมิรกาดูแลใส่ใจการกิน การนอน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กลับมาพบกันใหม่อีกครั้งกับ“Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ” สวัสดีจาก “DHSS News”

“DHSS News”

Website :  http:// www.medicalhub.org

Facebook’s Fanpage : Medicalhub.TH

E-Mail : this.is.dhss@gmail.com

Check Also

กรม ส.บ.ส. แนะประชาชนกินเจตามแนวทางของสุขบัญญัติ

“Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ” “DHSS News” ฉบับวันที่ 12 ตุลาคม 2561 สวัสดีท่านผู้อ่านชาวไทยและชาวอเมริกันทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับ “Chit-Chat เล่า..ข่าว..สุขภาพ” ขณะนี้ที่ประเทศไทยมีเทศกาลกินเจ ซึ่งประชาชนจะกินเจด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *