Monday , August 10 2020
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / จากเด็กขายกระเทียมสู่การเป็นนักธุรกิจชั้นนำของเชียงใหม่ ตามมาด้วยตำแหน่งอันทรงเกียรติกงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศเบลเยี่ยม

จากเด็กขายกระเทียมสู่การเป็นนักธุรกิจชั้นนำของเชียงใหม่ ตามมาด้วยตำแหน่งอันทรงเกียรติกงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศเบลเยี่ยม

 

ดร.ณรงค์  ตนานุวัฒน์

การเขียนบทความที่จะยกย่องและชื่นชมใครสักคน ผมจะยึดทัศนคติเดิมๆ ของผมว่า จะต้องศึกษาและเรียนรู้ถึง คุณธรรม ความซื่อสัตย์ การถ่อมตัวไม่เหย่อหยิ่ง การเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น  และเหนือสิ่งอื่นใดจะต้องดูถึงคาแรคเตอร์ของบุคคลผู้นั้นว่า คุณสมบัติที่ผมกล่าวมาทั้งหมดทั้งมวลนี้เพียบพร้อมเพียงใด!!!

สำหรับบทความฉบับนี้ผมใคร่ขอแนะนำให้แฟนคลับท่านผู้อ่านได้รู้จักกับบุคคลจิตสาธารณะที่มีความสำคัญท่านหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งท่านเพิ่งได้รับแต่งตั้งตำแหน่งอันทรงเกียรติมาหมาดๆนั่นก็คือ “กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยม

บุคคลที่ผมกล่าวถึงท่านนี้ก็คือ “ดร.ณรงค์  ตนานุวัฒน์” นักธุรกิจ นักลงทุน นักคิด นักปฏิบัติ นักประวัติศาสตร์ นักสร้างสรรค์ นักบุกเบิก ผู้ที่มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล

ทั้งนี้บุคคลผู้มีจิตสาธารณะในเมืองเชียงใหม่ที่ชื่อ “ณรงค์” นั้น มีหลายท่านด้วยกันอาทิเช่น “ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์” ผู้ก่อตั้งและอธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ “ดร.ณรงค์ คองประเสริฐ” กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำจังหวัดเชียงใหม่ และ “ดร.ณรงค์  ตนานุวัฒน์” ที่ผมจะกล่าวถึงในบทความฉบับนี้

อนึ่งผมได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ โดยท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ปี 2013 หรือเมื่อเจ็ดปีก่อน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสก้าวเข้าไปสู่รั้วของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ซึ่งผมได้รับเชิญจากเพื่อนศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ท่านหนึ่งให้ไปร่วมฟังการบรรยายโดยเพื่อนของท่านที่เดินทางจากสหรัฐอเมริกา

ในวันนั้นหลังจากที่การบรรยายเสร็จสิ้นลงแล้ว ผมก็ถือโอกาสเข้าไปกล่าวลาท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์   ชวสินธุ์ แล้วก็หันหลังเดินกลับบ้าน  และเมื่อผมเดินทางกลับถึงบ้านราวๆ สองชั่วโมงต่อมาปรากฏว่าผมได้รับสายจาก เลขานุการของท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ บอกให้ผมกลับไปยังมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากท่านอธิการฯ ต้องการจะแนะนำให้ผมรู้จักกับ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ !!!

ทันทีที่ผมได้สัมผัสกับ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ผมรู้สึกประทับใจตั้งแต่วินาทีแรก สืบเนื่องมาจากในวันนั้นผมสังเกตเห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่ท่านเอ่ยปากกล่าวคำพูดอะไรก็ตามในที่ประชุมของนักบริหารกลุ่มหนึ่งที่มาร่วมประชุม ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจฟังอย่างใจจรดจ่อ อาจจะเป็นเพราะว่า ดร.ณรงค์ ผู้นี้พูดจาชัดถ้อยชัดคำ และพูดอย่างมีเหตุและผลยิ่งนัก

ต่อมาในวันที่ 19 กันยายน 2556 “อาจารย์นีรนาท ตาจุมปา” แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ก็ได้เชิญให้ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ และผม ร่วมกันบรรยายให้นักศึกษาฟัง เพื่อเปรียบเทียบกันในหัวข้อที่ว่า “ชีวิต…ที่เลือกได้”  โดยเราทั้งสองต่างผลัดกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปมาร่วมสองชั่วโมงครึ่ง โดยผมคิดอยู่ในใจว่า ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์   ผู้นี้มิใช่บุคคลธรรมดาๆ

คราวนี้เราลองหันมาดูการเริ่มต้นทำธุรกิจของ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ กันบ้าง

หลังจากที่ท่านเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว ท่านก็ต้องเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับคุณแม่ของท่าน ที่ลงทุนผิดพลาดในการเก็งกำไรซื้อกระเทียมแต่กลับต้องขาดทุน เนื่องจากราคากระเทียมตกต่ำ โดยท่านแก้ปัญหาให้คุณแม่ ด้วยการขนกระเทียมไปขายยังกรุงเทพฯ จนสามารถผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยดี หลังจากนั้นท่านก็ได้เริ่มงานด้านการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว (ร้านตนานุวัฒน์)  โดยท่านเริ่มต้นทำงานในหน้าที่เด็กช่วยงานขาย และพัฒนาระบบการจัดการ โดยได้นำวิชาบัญชี และนำเอาระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียนจากมหาวิทยาลัยเข้ามาบริหารจัดการภายในร้าน เพื่อต้องการที่จะพัฒนาธุรกิจ ซึ่งในยุคนั้นถือได้ว่าคอมพิวเตอร์ยังเป็นสิ่งที่แสนจะห่างไกลจากตัว!!!

แต่เนื่องจากท่านมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล โดยสามารถเห็นได้จากการที่ ดร.ณรงค์  คือบุคคลคนแรกๆ ในเชียงใหม่ที่นำเอาระบบไอทีเข้าไปใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจจนประสบความสำเร็จจนต่อยอดขยายไลน์ธุรกิจด้วยการนำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เจ้าดังอย่าง อินเด็กซ์ Index” และโมเดอร์นฟอร์ม Modern form” มาบริการให้แก่คนเชียงใหม่

อีกทั้งท่านยังเป็นบุคคลแรกๆ ที่นำเอาคอนเซ็ปต์ศูนย์การค้าชุมชนแบบครบวงจรมาให้คนเชียงใหม่รู้จักจนดังเปรี้ยงปร้างนั่นก็คือ “มีโชคพลาซ่า” พร้อมๆ ไปกับการร่วมทำธุรกิจกับเพื่อนๆ ของท่านที่ประเทศลาวด้านแวดวงศูนย์การค้าและภัตตาคาร!!!

พูดถึงความสำเร็จทางด้านธุรกิจที่มีมากมายหลากหลายของ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ นั้น ท่านได้เล่าว่าหลักการบริหารธุรกิจของท่านได้มรดกความรอบรู้มาจากคุณแม่ ซึ่งท่านเล่าด้วยนัยต์ตาเปี่ยมประกายว่า คุณแม่ของท่านเป็นนักบริหารที่มีความฉลาด ขยันขันแข็ง เรียนรู้และพัฒนาความรู้ด้วยตนเอง เก่งด้านการตลาดเน้นตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ส่วนหลักของการบัญชีท่านกล่าวด้วยความถ่อมตนว่า ได้มาจากการเรียนรู้จากคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และได้รับความเมตตาจาก “ดร.ประวิตร อัครชิโนเรศ” อดีตประธานหอการค้าเชียงใหม่ที่ชักชวนให้มาสมัครเป็นสมาชิกและรับการคัดเลือกเป็นกรรมการเลขาธิการหอการค้า 6 ปี หลังจากนั้นท่านยังได้รับเลือกให้เข้าดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าเชียงใหม่อีกสองสมัย (4 ปี) และดร.ประวิตรยังแนะนำให้ท่านสมัครเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันป้องกันประเทศอีกด้วย

คราวนี้ผมขอวกมาพูดถึงการได้มาของตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์แห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยมที่ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ได้รับเกียรติ์อันสูงส่งนี้

โดยวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563 ท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์  รองศาสตราจารย์ ดร.พิธากรณ์ ธนิตเบญจสิทธิ์ นางสาวปิ่นทอง เศรษฐวรากร นักวิชาการสำนักวิชาการ และผมเดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับ   ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์

ทั้งนี้ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ได้เล่าขั้นตอนที่ท่านได้รับเลือกให้เข้าไปรับตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ ซึ่งท่านเล่าว่า กว่าที่จะผ่านการคัดเลือกได้นั้นจะต้องผ่านขั้นตอนมากมายร่วมห้าปี โดยท่านเล่าเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ท่านเอกอัครราชทูตเบลเยี่ยมเดินทางไปสัมภาษณ์ท่านที่เชียงใหม่แล้ว ดร.ณรงค์ก็ได้ส่งเอกสารทั้งหมดไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการตรวจสอบและรับรอง และได้นำส่งไปยังสถานทูตเบลเยี่ยมทำการยื่นให้กับกระทรวงต่างประเทศไทยนำยื่นต่อให้กับคณะรัฐมนตรีเพื่อทำการอนุมัติ  แต่ครั้งครานั้นไม่สามารถดำเนินการต่อได้เนื่องจากติดกรณีสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงต้องรอพิธีส่งเสด็จ        สู่สวรรคาลัย และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ จนกระทั่งวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2562 ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้รับตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม ณ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 5 มกราคม ค.ศ.2020 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าแต่งตั้ง โดยทำสัญญาบัตร (Exequatur) และลงพระราชกฤษฎีกา Royal decree จากกษัตริย์เบลเยี่ยม และได้รับหนังสือจากกระทรวงต่างประเทศเบลเยี่ยมให้ดำรงตำแหน่ง 5 ปี (ต่ออายุได้ไม่เกิน 80 ปี) ซึ่งสถานทูตเบลเยี่ยมก็ส่งให้กระทรวงต่างประเทศไทยได้รับทราบ

และเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2563 ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมอนุมัติแต่งตั้งให้เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเขตกงสุลครอบคลุม จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน  น่าน พะเยา แพร่ สุโขทัย ตาก และอุตรดิตถ์ โดยได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในอนุมัติบัตรเป็นใบประกาศ

ทั้งนี้แม้ว่า ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมแล้วก็ตาม แต่ท่านได้ตั้งปณิธานว่า “ผมจะอุทิศตัวโดยจะไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตให้สถาบันศึกษาถ้าได้รับการเชิญหรือการร้องขอโดยได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยาย และรับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งมากมายเกือบทุกสถาบันการศึกษาทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง จนได้รับสิ่งที่ไม่เคยคาดฝันซึ่งเป็นเกียรติกับตัวผม และครอบครัวโดยได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 และ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 ยังได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการประกอบการจากมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น ณ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และยังได้รับโปรดเกล้าให้เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้

ส่วนความมุ่งมั่นเพื่อรับใช้ประเทศนั้น ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ได้ชี้ว่า “ประเทศชาติต้องอาศัยคนที่มีใจสัตย์ซื่อ มือสะอาด และมีความกล้าปกป้องชาติยึดมั่นเป็นแบบอย่างของการทำดีต่อสู้กับสิ่งชั่วร้าย เปรียบเหมือนเท้าที่ไม่มีบาดแผลยอมกล้าลุยโคลน คนที่ไม่มีความทุจริตอยู่ในหัวใจ  ยอมกล้าต่อกรอิทธิพลความชั่วร้าย  ใจที่สะอาดยอมไม่หวั่นไหวต่อเครื่องล่ออามิส ไม่กอบโกยผลประโยชน์ เพื่อตนเอง  ทำดีสร้างแต่ประโยชน์สุขเพื่อประเทศชาติ  ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ตอนหนึ่งว่า “คนเรานั้นต้องหมั่นทำความดีบ่อยๆ เพื่อให้จิตคุ้นชินกับความดี  เพราะถ้าไม่ทำดี ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ความชั่วเข้ามาแทรกแซงได้ง่าย”   ใจดวงนี้ต้องเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงต้นกล้าแห่งคุณธรรมไม่ใช่ เรือนเพาะชำต้นกล้าแห่งกิเลสตัญหาต้องนำต้นกล้าแห่งคุณธรรมในจิตใจมาเพาะปลูกลงในผืนแผ่นดินไทยให้กิ่ง ใบแห่งคุณธรรมนั้นแผ่สาขา  ก่อให้เกิดร่มเงาแห่งความผาสุขตลอดไป

สำหรับความตั้งใจรับใช้สถาบันการศึกษาต่างๆ นั้น ดร.ณรงค์ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า “ผมจักต้องดำรงรักษาเกียรติยศที่ท่านได้มอบให้จะอุทิศตัวช่วยเหลือทุกมหาวิทยาลัยอย่างสุดความสามารถที่ผมสามารถทำได้”

และโดยขณะนี้ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ได้รับใช้สถาบันการศึกษามากมายโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ดังเช่น

-กรรมการผู้ทรงวุฒิสภามหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

-กรรมการผู้ทรงวุฒิสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่

-ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยพะเยา

-ประธานคณะกรรมการประจำวิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

-คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง กรรมการอำนวยการ 7 หน่วยงาน (คณะบริหารธุรกิจ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะสื่อสารมวลชน สำนักบริการวิชาการ สถาบันวิจัยสังคม สถาบันวิจัยวิทย์เทคโนฯ Talent Mobility) ที่ปรึกษา 2 หน่วยงาน (CMU Square คณะกรรมการส่งเสริมฯ) กรรมการกองทุนสวัสดิการฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

-กรรมการประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่

-กรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยพายัพเชียงใหม่

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้ และทั้งนั้นเมื่อได้อ่านชีวประวัติของ “ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์” แล้ว คงจะเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า เพราะเหตุใดท่านจึงสามารถประสบความสำเร็จในชีวิต และท่านยังเป็นผู้หนึ่งที่นำความภาคภูมิใจมาสู่พี่น้องชาวไทย โดยเรื่องราวชีวิตของท่านที่ผมได้บันทึกลงในบทความฉบับนี้ สามารถจะนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเราในยุคที่กำลังเกิดวิกฤติได้ไม่มากก็น้อย และเนื่องจาก ดร.ณรงค์ มุ่งพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ท่านจึงมีความรอบรู้ในศาสตร์ต่างๆ อย่างดีเลิศ และยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้เรานำไปเป็นหลักปฏิบัติกันละครับ.

กิจกรรมต่างๆ

 

กิจกรรมต่างๆ

 

โดย…ดร.วิวัฒน์  เศรษฐช่วย

Check Also

มารู้จักผู้บุกเบิกโรงเรียนนานาชาติ ชั้นนำสองสถาบันในไทย

อาจารย์พอล อัทเลย์มอบพระคัมภีร์ให้กับอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์มอบของที่ระลึกให้กับอาจารย์พอล อัทเลย์และอาจารย์แกรี่ วู้ด ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่าบนโลกใบนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งลี้ลับ ที่บางครั้งบางคราเราจะรู้สึกและสัมผัสได้ว่าอยู่รอบๆและคอยปกปักษ์รักษาช่วยเหลือเราอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่สำหรับผมเองนั้น ขอบอกว่าเชื่ออย่างเต็มร้อย ชีวิตส่วนใหญ่ของผมมักจะปฏิบัติไปตามครรลองครองธรรมที่ถูกต้อง และเมื่อใดก็ตามที่ผมเลือกจะประพฤติและปฏิบัติตามใจตัวเองหลายๆครั้งหลายๆครามักจะหลงทางพบกับความเดือดร้อน ...