Wednesday , August 12 2020
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / มารู้จักกับนายอำเภอนักพัฒนากันเถอะ

มารู้จักกับนายอำเภอนักพัฒนากันเถอะ

นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอหางดงกล่าวต้อนรับผู้เข่าร่วมประชุม

ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์มอบของที่ระลึกแด่นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอหางดง

   ส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมฟังความคิดเห็นในงาน“สภากาแฟหางดงครั้งที่ 1”

โดยปกติแล้วเมื่อผมเดินทางไปประชุมที่ไหนก็ตาม ผมมักจะพยายามเสาะแสวงเมียงมองหาใครสักคนที่มีความสามารถพิเศษไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง หรือไม่ก็บุคคลที่มีความรอบรู้เฉพาะทางที่เป็นต้นแบบของสังคม เพื่อผมจะได้นำเอามาถ่ายทอดส่งต่อให้กับท่านผู้อ่านอีกทอดหนึ่ง

ทั้งนี้ผู้ที่มอบโอกาสเปิดเวทีให้ผมในวงกว้างตั้งแต่ผมเดินทางกลับไปปักหลักอยู่ที่เชียงใหม่เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว หลังจากที่ใช้เวลาในสหรัฐฯนานกว่าสี่สิบปี บุคคลท่านนั่นก็คือ “ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์” อธิการบดีและผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ นั่นเอง

โดยเมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ แนะนำให้ผมมีโอกาสได้รู้จักกับท่านนายอำเภอประจำอำเภอหางดงคนใหม่ ซึ่งท่านนายอำเภอบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยท่านนี้มากด้วยประสบการณ์มาอย่างยาวนานถึง 36 ปี และนับว่าท่านคือต้นแบบที่ดีให้พวกเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นผู้นำที่มีจิตสาธารณะของสังคมอย่างเต็มร้อย!!!

นายอำเภอผู้ที่ผมกล่าวมาข้างต้นนี้ก็คือ “นายสมศักดิ์ คณาคำ” โดยท่านเพิ่งเข้าไปรับตำแหน่งหมาดๆ ณ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ถึงแม้ว่าท่านจะรับหน้าที่นายอำเภอประจำอำเภอหางดงได้แค่เพียงสองเดือนก็ตาม แต่นับว่าท่านเป็นผู้มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล โดยได้เริ่มวางโครงการต่างๆเพื่อสังคมไปหลายชิ้นงานแล้วด้วย

อย่างไรก็ตามแนวความคิดของท่าน ที่ต้องการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในโครงการขับเคลื่อน นายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำได้เชิญผู้นำชุมชนจากหลากหลายสาขาอาชีพไปร่วมพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อช่วยและร่วมกันเร่งมือขับเคลื่อนพัฒนาอำเภอหางดง และผลักดันให้เศรษฐกิจหลังรัฐบาลปลดล็อกคลายข้อกำหนดในมาตรการต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด 19

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆจากแนวความคิดของท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ

อนึ่งรูปแบบของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เรียกว่า “สภากาแฟหางดงครั้งที่ 1” ณ Farm Food Project ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

อาจารย์เสวตร์ ตาจุมปาพิธีกรในงานฯ

โดยมี “อาจารย์เสวตร์ ตาจุมปา” ผู้ช่วยรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เขียงใหม่ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเป็นนักเรียนของท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ และวันนั้นอาจารย์เสวตร์ ซึ่งรับหน้าที่พิธีกรในงานได้กล่าวเกริ่นเริ่มแรกในการเปิดงานว่า “แรกเริ่มเดิมทีท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ มีความประสงค์เชื้อเชิญผู้ที่จะเข้าร่วมงานเพียงกลุ่มเล็กๆ เพื่อช่วยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยเป็นงานที่ทำตัวง่ายๆสบายๆ โดยท่านคาดว่าคงจะมีผู้เข้าร่วมในงานราวๆสักสามสิบคน”

แต่ท้ายที่สุดปรากฏว่า มีผู้เข้าไปร่วมในงานอย่างคราคร่ำกว่า 100 คน นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีอย่างยิ่งในจุดเริ่มต้นของการพูดคุยในสภากาแฟครั้งแรกนี้!!!

อีกส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมฟังสภากาแฟฯ

อนึ่งเป็นที่ยอมรับกันดีว่าอำเภอหางดงเป็นหนึ่งใน “เขตนครเชียงใหม่และปริมณฑล” ซึ่งเขตปริมณฑลของนครเชียงใหม่มีอาณาเขตตั้งอยู่ใกล้ๆกับตัวเมืองเชียงใหม่และมีความเจริญเติบโตมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อำเภอหางดงมีความพร้อมในทุกๆด้านทั้งทางด้าน อสังหาริมทรัพย์ หมู่บ้านจัดสรร กิจการด้านโรงแรม รีสอร์ท ธุรกิจค้าปลีก และห้างสรรพสินค้าที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดอีกมากมายหลายแห่ง

อำเภอหางดงในปัจจุบันมีสภาพบ้านเมืองที่กลมกลืนไปกับนครเชียงใหม่ จนเรียกได้ว่าคือเมืองเดียวกัน อำเภอหางดงมีสภาพทางเศรษฐกิจดีมาก มีการจราจรที่คับคั่งที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ อีกทั้งยังเป็นอำเภอที่รองรับความเจริญของนครเชียงใหม่ เพื่อขยายต่อไปยังศูนย์กลางทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย

สำหรับการจัดให้มีสภากาแฟหางดงครั้งที่ 1 นี้ปรากฏว่าบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างกันเอง ซึ่งนั่นเป็นความตั้งใจที่นายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ ปรารถนาให้งานออกมาในรูปแบบเช่นนี้ตั้งแต่เริ่มแรก

ทั้งนี้เป้าหมายหลักในการจัดงานก็เพื่อนำไปสู่การประสานความร่วมมือในการทำงานระหว่างภาครัฐและชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ด้านบริหารและพัฒนาอำเภอหางดงให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนและสถานการณ์บ้านเมือง โดยมีหัวข้อหลักสำคัญได้แก่

  1. ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงรุก ซึ่งมีตัวช่วยที่เป็นกลไกสำคัญก็คือ ภาคธุรกิจเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ธุรกิจการค้า การบริการ และการท่องเที่ยว โดยมีภาครัฐคอยให้การแนะนำและสนับสนุน
  2. การพัฒนาการกระจายสินค้าทางการเกษตร (ลำไย) สู่ท้องตลาดและนำสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง โดยใช้วิธีการส่งเสริมเทคนิคการขายเชิงออนไลน์ ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด19

คราวนี้ผมใคร่ขอเกริ่นถึงประวัติส่วนตัวและผลงานของ “ท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ” สักเล็กน้อย

ท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ จบการศึกษาจาก รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รัฐศาสตร์มหาบัณฑิตการเมืองและการปกครอง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ รับราชการติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 36 ปี โดยผ่านการทำงานในหน้าที่ต่างๆมาแล้วอย่างมากมาย แต่สำหรับตำแหน่งนายอำเภอแล้วนั้น ท่านเดินทางไปรับตำแหน่งประจำอยู่ถึง 5 แห่งด้วยกัน ถือได้ว่าท่านคือผู้ที่มีประสบการณ์จากใต้จรดเหนือเลยทีเดียว!!!

ในแต่ละอำเภอ ท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำได้สร้างผลงานต่างๆไว้อย่างมากมายโดยผมขอยกมาเพียงบางส่วน เนื่องจากเนื้อที่มีค่อนข้างจำกัด

ทั้งนี้ระหว่างปี 2548-2552 ท่านได้เข้าไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานกระทรวงมหาดไทยส่วนหน้า ในตำแหน่งหัวหน้าศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดชายแดนภาคใต้ และท่านยังรับหน้าที่เลขานุการให้กับผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้

โดยท่านเข้ารับตำแหน่งนายอำเภอแห่งแรกก็คือ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งท่านดำรงอยู่ในตำแหน่งเป็นเวลาสี่ปีเศษ

ทั้งนี้ท่านได้เล่าให้ผมฟังว่า ในระยะสีปีเศษที่ท่านดำรงอยู่ในตำแหน่งนั้น ท่านมีความภาคภูมิใจที่สามารถมีส่วนทำให้สถานการณ์ในพื้นที่มีความสงบและเกิดความสันติสุข

โดยท่านเพียรพยายามสร้างความศรัทธาและความไว้เนื้อเชื่อใจในเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ความหวาดระแวงของประชาชนที่ต่างศาสนิกและต่างชาติพันธุ์จากที่เคยมีความหวาดระแวง เปลี่ยนเป็นไว้ใจซึ่งกันและกัน

ไม่มีความเชื่อมั่นศรัทธาต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เกิดความสันติสุขและเกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งมีความรุนแรงมาอย่างยาวนาน

และท่านยังเข้าไปมีส่วนช่วยพัฒนาส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงแพะและสร้างกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น ริเริ่มจัดงานของดีเมืองจะแนะ การส่งเสริมการปฎิบัติตนภายใต้กรอบความเชื่อของแต่ละศาสนา อันจะทำให้ประชาชนที่มีความเชื่อต่างด้านศาสนาสามารถอยู่อาศัยร่วมกันและกันได้บน “แนวคิดพระราชทาน รู้รัก สามัคคี”

ระหว่างปี 2557-2558 ท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย  และถึงแม้ว่าท่านจะประจำอยู่ที่นั่นแค่เพียงหนึ่งปีก็ตาม แต่ท่านได้มุ่งสร้างโครงการบริหารการจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานแม่ลาว และการพัฒนาหนองหลวง

รวมทั้งแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างชาวบ้าน/เกษตรกรผู้ใช้น้ำระหว่างอำเภอเมืองเชียงราย และอำเภอเวียงชัย

จากนั้นท่านก็ได้ย้ายไปเข้ารับตำแหน่งนายอำเภอ ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ในปี 2558-2560 โดยท่านได้เร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว และพัฒนาอาชีพรวมทั้งมุ่งนำชุมชนให้มีแนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

รวมไปถึงได้ดำเนินโครงการจัดสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ชุมชนต้นน้ำ สาขาแม่น้ำแม่จัน

การแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองแม่จัน และการวางแผนพัฒนาเวียงหนองล่ม หรือ อาณาจักรโยนกนาคพันธุ์บุรีศรีช้างแสน รวมไปถึงการพัฒนาด้านอาชีพใน “โครงการเดินตามรอยพระบาท ศาสตร์พระราชา” และยังได้สร้าง “โครงการห้วยโจ้โมเดล” ซึ่งเป็นโครงการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง แก้ไขปัญหายาเสพติดของกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ และสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยดึงให้ชาวบ้านในพื้นที่รวมกันจัดเวรยามและรณรงค์ในการป้องกันยาเสพติดภายในหมู่บ้านร่วมกับทหารและตำรวจ  จนมีผลทำให้โครงการนี้ได้รับรางวัลต้นแบบของหมู่บ้านที่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดเชียงรายและในเขตภาคเหนือ

ต่อมาด้านการพัฒนาอาชีพได้มีการดำเนินการ อาทิ

“โครงการกบคืนนา ปลาคืนทุ่ง”  

 “โครงการเสริมสารโปรตีนให้ชุมชน”

 “โครงการปลูกกล้วยหอมทองในพื้นที่”

จนเป็นที่กล่าวขานและยอมรับในหมู่ประชาชนทั้งการเพิ่มแหล่งอาหารให้กับชุมชนและการพัฒนาเป็นอาชีพ รวมทั้งเป็นการลดการใช้สารเคมีในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม จนมีการกล่าวขานแบบปากต่อปากกันว่านี้คือ “นายอำเภอนักพัฒนา”

ลำดับถัดมาในระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม ปี 2550 ถึง 6 เมษายน 2563  นายอำเภอสมศักดิ์ได้เข้ารับตำแหน่งนายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยท่านได้สร้างผลงานเอาไว้มากมาย อาทิ

นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สายเข้าร่วมแถลงข่าวรวบของกลางยาเสพติดที่อำเภอแม่สาย

การปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เช่น การจัดงานมหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สาย และการสร้างหมู่บ้านการท่องเที่ยวบ้านผาฮี้ บ้านผาหมี และบ้านปางห้า

และสิ่งที่สร้างผลงานที่มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานในระดับโลกคือช่วงเกิดเหตุการณ์ที่เด็กๆทีมฟุตบอลหมูป่า 13 ชีวิต หายเข้าไปในถ้ำขุนน้ำนางนอนเป็นเวลาถึง 17 วันโดยนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ เป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การบริหารจัดการด้านอาหารและสนับสนุนให้กับทีมอาสาสมัครและสื่อมวลชนที่มาจากทั่วทุกภูมิภาคของโลก โดยท่านเล่าให้ผมฟังว่า ท่านและทีมงานต้องจัดเตรียมอาหารอย่างน้อยวันละ 15,000 ชุด และน้ำดื่มไม่น้อยกว่าวันละห้าหมื่นขวด และยังต้องช่วยเหลือให้บริการแก่บรรดานักข่าวภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งทีมกู้ภัยที่เข้าไปปฎิบัติงานในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 15,000 คน และท่านยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า ได้อนุมัติสัญชาติไทยให้แก่เด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่า 4 คนที่ติดอยู่ในถ้ำ โดยที่พวกเขาทั้งสี่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบข้อกฎหมายที่สมควรจะได้รับ!!!

ทำให้ผมมานั่งคิดว่า ในช่วงดังกล่าวท่านนายอำเภอคงวิ่งวุ่นจนแทบไม่ได้หลับได้นอนเลยทีเดียว   

ส่วนอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

คือตำแหน่งปัจจุบันที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ โดยเริ่มเข้าไปปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่เพิ่งผ่านไปไม่นานนี้  ท่านได้เล่าให้ผู้ที่เข้ารับฟังในรายการสภากาแฟครั้งที่ 1 ว่า หากสถานการณ์โรคโควิด 19 คลี่คลายลงแล้ว ท่านต้องการจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในพื้นที่ โดยเริ่มการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก และเตรียมการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของอำเภอหางดง

ทั้งนี้การท่องเที่ยวจะต้องมีปฏิทินด้านการท่องเที่ยวของเมืองขึ้นมารองรับ อาทิเช่น การจัดกิจกรรมถนนคนเดินที่บ้านถวาย ในทุกๆวันเสาร์ และวันอาทิตย์

การจัดกิจกรรมวิ่งการกุศลที่บ้านถวาย เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่อำเภอหางดง

การจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว/ร้านอาหาร โดยระบบแอพพลิเคชั่น

การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบ เนื่องจากอำเภอหางดงมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างมากมาย ที่จะต้องช่วยกันเร่งรัดพัฒนาให้คนภายนอกได้รับรู้

รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ ของพ่อค้า/แม่ค้าในการค้า การลงทุนและการบริการในพื้นที่ ซึ่งท่านนายอำเภอชี้ว่า “กาดฝรั่ง” ของอำเภอหางดงคือ หนึ่งในย่านเศรษฐกิจที่มีความสำคัญน่าสนใจไม่น้อยด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้นแล้วท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ ยังได้ชี้ต่อไปว่าท่านกำลังวางแผนที่จะฉลอง 120 ปีของอำเภอหางดง ในต้นปี 2564  เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยจะขอจับมือร่วมทำงานและใช้มหาวิทยาลัยนอร์ท – เชียงใหม่ เป็นสถานที่จัดงาน

สำหรับในเดือนธันวาคมปี 2563 นี้ ท่านนายอำเภอต้องการจะจัดงาน “ของดีบ้านถวาย หมู่บ้านหัตถกรรม”

ท้ายที่สุดท่านนายอำเภอสมศักดิ์ ได้กล่าวสรุปว่า ขณะนี้ท่านได้ทำเรื่องเสนอไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำเสนอไปยังรัฐบาลในการรองรับผลผลิตลำไย รวมทั้งการแก้ไขปัญหาราคาลำไยตกต่ำในฤดูกาลผลิตที่จะถึงนี้ใน 6 โครงการด้วยกันอันได้แก่

หนึ่ง: การเสนอราคาต้นทุนการผลิตลำไย เพื่อรัฐบาลจะได้เข้ามาแทรกแซงราคาลำไย เมื่อราคาลำไยตกต่ำ สอง:  เรื่องสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งลำไย เพื่อให้กลใกตลาดได้เดินหน้าและเป็นการเร่งระบายลำไยสดเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ สาม: สนับสนุนสร้างกลุ่มการค้าขายทางโลกโซเชียลออนไลน์ สี่: การจัดเตรีมห้องเย็น เพื่อใช้สำหรับเก็บรักษาลำไยสด หากผลผลิตยังไม่สามารถระบายจำหน่ายได้  ห้า: จัดตั้งกองทุนลำไยจากธนาคารของภาครัฐ อาทิ ธกส. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน เป็นต้น และหก: ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ช่วยรับซื้อผลผลิตลำไยในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไย

อย่างไรก็ตามหลังจาก“สภากาแฟหางดงครั้งที่ 1” เสร็จสิ้นลงแล้ว ท่านนายอำเภอได้ร่วมกับ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ แจกจ่ายอาหารใน “โครงการตู้ปันสุข” ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ซึ่งมีชาวบ้านเข้าร่วมในงานอย่างล้นหลามโดยท่านนายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ ได้บริจาคข้าวสารร่วมกับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ด้วยเช่นกัน

นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอหางดงและ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ร่วมกับคณะผู้ดำเนินการใน “โครงการตู้ปันสุข”

ข้าวสารบางส่วนที่นายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ นำมาร่วมบริจาค

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้น “นายอำเภอสมศักดิ์ คณาคำ”นับเป็นสิงห์น้ำดีแห่งกระทรวงมหาดไทย และถือเป็นต้นแบบที่ดีของสังคม เพราะท่านเป็นทั้ง นักริเริ่ม นักบุกเบิก นักพัฒนา ที่มีจิตอาสาเข้าไปร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชน โดยมุ่งเอาผลประโยชน์ของประชาชนและส่วนรวมเป็นที่ตั้ง อีกทั้งท่านยังเป็นคนจริงพูดจริงทำจริงที่เราควรส่งเสริมและชื่นชมยกย่อง

สุดท้ายนี้ผมต้องขอกล่าวขอบคุณ “นางสาว ขวัญชนก จิ่วปัญญา” ที่ช่วยเหลือจัดหาภาพประกอบและประสานงานอำนวยความสะดวกในทุกๆด้านให้ด้วยละครับ.

โดย…ดร.วิวัฒน์  เศรษฐช่วย

Check Also

มารู้จักผู้บุกเบิกโรงเรียนนานาชาติ ชั้นนำสองสถาบันในไทย

อาจารย์พอล อัทเลย์มอบพระคัมภีร์ให้กับอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์มอบของที่ระลึกให้กับอาจารย์พอล อัทเลย์และอาจารย์แกรี่ วู้ด ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่าบนโลกใบนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งลี้ลับ ที่บางครั้งบางคราเราจะรู้สึกและสัมผัสได้ว่าอยู่รอบๆและคอยปกปักษ์รักษาช่วยเหลือเราอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่สำหรับผมเองนั้น ขอบอกว่าเชื่ออย่างเต็มร้อย ชีวิตส่วนใหญ่ของผมมักจะปฏิบัติไปตามครรลองครองธรรมที่ถูกต้อง และเมื่อใดก็ตามที่ผมเลือกจะประพฤติและปฏิบัติตามใจตัวเองหลายๆครั้งหลายๆครามักจะหลงทางพบกับความเดือดร้อน ...