Thursday , July 9 2020
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / หมอคนดีคนเก่งคนกล้าของไทย

หมอคนดีคนเก่งคนกล้าของไทย

คณะผู้ดำเนินการ ณ ห้องรัฐมนตรีแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์อุดม  คชินทรเป็นองปาฐกถาพิเศษทางออนไลน์จากกรุงเทพฯ

แทบจะไม่เกิดขึ้นบ่อยเท่าใดนักที่เราจะได้รับการแบ่งปันจากผู้ที่มีประสบการณ์และวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนประเทศไทย  โดยการนี้มีผู้ทรงคุณวุติสูงเข้ามาร่วมเป็นองค์ปาฐกถาทั้งนักบริหาร นักวิชาการ นักการเมือง ที่มากด้วยประสบการณ์อย่างหาตัวจับยาก ซึ่งมีท่านหนึ่งที่ผมเองเคยได้มีโอกาสพบกับท่านเมื่อห้าปีก่อน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล

บุคคลมันสมองระดับหัวกะทิท่านนี้ก็คือ “ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์อุดม  คชินทร”

ทั้งนี้ นพ.อุดม คชินทร ได้รับเชิญให้เป็นองปาฐกถาพิเศษทางออนไลน์ในหัวข้อเรื่องที่ถือว่าสำคัญอย่างมากกับทิศทางของประเทศไทยในขณะนี้ นั่นก็คือ “สถาบันอุดมศึกษา:  พลังขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

ในฐานะที่นายแพทย์อุดม คชินทรเป็นประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในการประชุมวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติ เบญจมิตรวิชาการครั้งที่ 10 เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคมนี้ ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

การประชุมทางออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ในการประชุมครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่ระดับชาติและนานาชาติ และนับเป็นการประชุมครั้งแรกขณะที่ประเทศกำลังอยู่สภาวะไม่ปกติจากโรคโควิด 19 ที่ทางรัฐบาลมีมาตรการอันแสนเข้มงวด!!!

การประชุมครั้งนี้ได้มีการเสนอผลงานของนักวิจัยกว่า 524 ชิ้นงาน

ดร.อุดม คชินทร นับเป็นบุคคลระดับมันสมองหัวกะทิคนหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว  โดยท่านจบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ปริญญาโทจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาเอก อายุรศาสตร์แพทย์สภา นอกจากนั้นแล้ว นพ.อุดม เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ และท่านยังร่วมเป็นสมาชิกวุฒิสภาชุดที่ 12 ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่แห่งชาติและตำแหน่งสำคัญต่างๆอีกมากมาย

ก่อนจะเปิดรายการปาฐกถาพิเศษผ่านทางออนไลน์ระบบ Zoom ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ อธิการบดี แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติเบญจมิตรวิชาการครั้งที่ 10 ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ โดย ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อโทรทัศน์ว่า “วันนี้ถือเป็นโอกาสที่พิเศษเนื่องในโอกาสสถาปนาสถาบันปีที่ 20  ซึ่งนับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นการปรับรูปโฉมการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและระดับชาติ”

ดร. ณรงค์ ชวสินธุ์ให้สัมภาษณ์นักข่าว

ทั้งนี้ “รองศาสตราจารย์ดร.พิธากรณ์   ธนิตเบญจสิทธิ์” กล่าวว่า “งานนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมเป็นเวลายาวนาน แต่เนื่องจากเกิดโรคระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 เสียก่อน จึงมองเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องปรับและเปลี่ยนแผนใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัดเสวนาทางออนไลน์นี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย”

รองศาสตร์จารย์ดร.พิธากรณ์   ธนิตเบญจสิทธิ์

ก่อนอื่นผมขอเกริ่นเริ่มแรกก่อนเลยว่า แนวความคิดและวิสัยทัศน์ของ นพ.อุดม คชินทร นับเป็นเรื่องที่ท้าทาย และผมมองว่า ไม่มีนักวิชาการมากคนนักที่จะยอมเปลืองตัวกล้าออกมาพูด แต่เนื่องจาก นพ.อุดมมีตำแหน่งหน้าที่การงานและมีประสบการณ์สูง ฉะนั้นคำพูดของท่านจึงมีน้ำหนัก และใครจะเอ่ยปากโต้แย้งกับท่านก็คงจะลำบาก เนื่องจากท่านพูดออกมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาด้วยความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดในเชิงลึกเลยทีเดียว!!!

ทั้งนี้ นพ.อุดมได้เริ่มต้นด้วยหัวข้อที่ว่า “ความท้าทายของอุดมศึกษา” ซึ่งท่านได้กล่าวอย่างค่อนข้างน่าวิตกกังวลเป็นห่วงลูกหลานของเราว่า ขณะนี้แวดวงอุดมศึกษาไทย ยังไม่มีใครสามารถออกมาตอบโจทย์ได้เลยว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด ในยุค Disruptive Technologies และ Post Covid-19

อนึ่ง นพ.อุดม ยังได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยท่านชี้ว่า มหาวิทยาลัยของไทยก็ไม่สามารถตอบโจทย์สำคัญๆได้เช่นกัน โดยท่านได้กล่าวแยกแยะถึงข้อแนะนำที่จะนำพาให้มหาวิทยาลัยไทยต้องทำการปรับตัวในสี่จุดด้วยกัน แต่ในบทความฉบับนี้ผมใคร่ขอโฟกัสเพียงหนึ่งจุด เนื่องจากเนื้อที่มีค่อนข้างจำกัด

โจทย์แรกนพ.อุดมได้กล่าวว่า ประเด็นที่มหาวิทยาลัยไทยยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ก็คือ ไม่สามารถสนองความต้องการของตลาดแรงงานได้ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ โดยดร.อุดมได้แยกแยะแนะแนวทางว่า ควรที่จะให้มหาวิทยาลัยของไทยเราปรับปรุงและปรับเปลี่ยนตัวบุคคลให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยี โดยมหาวิทยาลัยจะต้องเร่งสร้างคนให้มีงานทำ และต้องปรับตัวในขณะที่โรคโควิด19 กำลังระบาดอยู่ขณะนี้!!!

ในกรณีนี้เราค่อนข้างเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สถาบันการศึกษาของสหรัฐอเมริกา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย คือตัวจุดประกายบุกเบิกให้สถาบันการศึกษาอื่นๆเอาอย่าง

โดยผมใคร่ขอยกตัวอย่างในกรณีของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเสตท (California State University) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ มีสาขาทั้งหมดถึง 23 แห่ง มีจำนวนนักศึกษามากกว่าห้าแสนคน และสถาบันแห่งนี้จะเป็นสถาบันแห่งแรกที่เปิดสอนผ่านทางออนไลน์ทั้งหมดในปีการศึกษาใหม่นี้ สืบเนื่องมาจากโรคโควิด 19 กำลังระบาดอย่างรุนแรง จึงถือได้ว่าเป็นสถาบันที่บุกเบิกในระดับแนวหน้าเลยทีเดียว

หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยเคมบริตจ์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่มากว่า 800 ปี ก็จะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในอังกฤษที่จะเปิดการสอนทางออนไลน์ทุกๆวิชาในปีการศึกษาใหม่ ซึ่งจะเปิดสอนในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ไปจนถึงภาคฤดูซัมเมอร์ปี 2021

และในตอนท้าย ดร.อุดม คชินทร ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้นำที่ดีในโลกโลกาภิวัฒน์นี้ว่า จะต้องมีคุณลักษณะที่ดี 4 ประการด้วยกันกล่าวคือ หนึ่ง: การที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้จะต้องรู้จักใช้เทคโนโลยี่ให้เชี่ยวชาญ สอง: จะต้องเรียนรู้จากของจริง สาม: ผู้นำที่ดีจะต้องเข้าใจถึงบทบาทของภาคธุรกิจได้เป็นอย่างดี และสี่: ผู้นำที่ดีจะต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเทคโนโลยี่ที่ขณะนี้กำลังมาแรงและมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้นำจึงต้องเรียนรู้ของใหม่ๆต้องเรียนรู้ทักษะแปลกๆใหม่ๆ อีกทั้งผู้นำจะต้องตื่นตัวและต้องใฝ่เรียนรู้ไปตลอดทั้งชีวิต

อนึ่ง ดร.อุดม คชินทร ยังได้ยกตำนานของบริษัท Nokia ที่ในอดีตเคยบริษัทด้านการสื่อสารยักษ์ใหญ่ แต่ท้ายที่สุดกลับต้องพบกับความล้มเหลว ทั้งๆที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ก็มิได้ทำอะไรผิดเลย แต่ที่พบกับความพ่ายแพ้ เนื่องจากไม่ได้ปรับตัวให้ทันต่อยุคสมัย จึงไม่สามารถปรับตัวได้ โดยบริษัทคู่แข่งสามารถปรับตัวพลิกสถานการณ์ปรับเปลี่ยนทางด้านนวัตกรรมใหม่ได้ มีผลทำให้บริษัทโนเกียต้องล้าหลังไปไม่ทันต่อท้องตลาดได้เท่าทันกับบริษัทอื่นๆ !!!

สุดท้ายนี้ ดร.อุดม  คชินทร ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า หากเราจะริเริ่มลงมือทำเพียงคนเดียว ก็ไม่อาจจะประสบความสำเร็จ โดยเราควรจะร่วมกันจับมือสร้างพันธมิตรให้ก้าวไปข้างหน้าให้ทันต่อทั้งโลกและโรคที่กำลังระบาดด้วยกัน

อีกทั้งดร.อุดมยังได้สรุปในตอนท้ายของปาฐกถาครั้งนี้ด้วยว่า มหาวิทยาลัยของไทยจำต้องปฏิรูปปรับเปลี่ยนให้เป็นแหล่งรวมความรู้ เป็นแหล่งรวมจินตนาการ เป็นศูนย์พัฒนาไอที เป็นแหล่งสร้างผู้นำ และหากมหาวิทยาลัยทุกๆสถาบันของไทยสามารถทำเช่นนี้ได้ ก็จะกลายเป็นมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ได้ไม่ยาก

อนึ่งการแสดงปาฐกถาของ ดร.อุดม คชินทร ในครั้งนี้ได้มีการเผยแพร่ไปยังเครือข่ายทั่วทั้งประเทศ โดยผ่านทั้งทางด้านสื่อหนังสือพิมพ์ ผ่านทางรายงาน ผ่านทางโลกโซเชียล และผ่านทางสถานีโทรทัศน์หลายๆช่องอีกด้วย

สุดท้ายนี้ผมขอต้องขอกล่าวคำว่าขอบคุณต่อ “ ผู้ช่วยศาตราจารย์บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา”ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เขียงใหม่ ที่ได้ให้ความกรุณาแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับบทความนี้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ดร.นเรศ สุยะโรจน์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี และ“ผู้อำนวยการสำนักอธิการบดีสมเกียรติ คำสุข” แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ที่ต่างช่วยจัดหาเทปบันทึกเสียงของ ดร.อุดม คชินทร ในการแสดงปาฐกถาครั้งนี้มาด้วยครับ

กล่าวโดยสรุปความเป็นผู้นำและการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ “ดร.อุดม คชินทร” น่าจะได้รับการชื่นชมและเสียงปรบมืออย่างกึกก้องให้แก่ท่าน ที่ท่านได้เสียสละทั้งแรงกายแรงใจและแนวความคิดเพื่อประเทศชาติของเรา อีกทั้งผมยังขอเสนอแนะทั้งภาครัฐและเหล่าผู้บริหารของสถาบันอุดมศึกษาทุกๆสถาบันว่า ควรจะเก็บเอาแนวความคิดและวิสัยทัศน์ที่ทันต่อยุคสมัยและมองไปในอนาคตภายภาคหน้าของ ดร.อุดม คชินทร นำไปคิดและตริตรอง เพื่อเร่งปฏิบัติกันละครับ.

อาจารย์วสิฏฐ์ กาญจนเชษฐ์ และ อาจารย์นีรนาท  ตาจุมปา ทำหน้าที่พิธีกรภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

การประชุมออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom นับเป็นการปรับตัวสู่วิถีชีวิตปรกติใหม่ (New Normal)

โดย…ดร.วิวัฒน์  เศรษฐช่วย

Check Also

ผู้ได้รับรางวัลสูงสุดของโรตารีสากล: ดร.ศุภวัตร ภูวกุล

ดร.ศุภวัตร ภูวกุลได้รับรางวัลสูงสุดของโรตารีสากล มวลมิตรโรตาเรียนร่วมประชุมครั้งที่ 1/2563-64 ณ ห้องประชุม        โรงแรมดุสิต ปริ้นเซส เชียงใหม่ 9 กรกฏาคม 2563 ถึงแม้ว่าผมจะเคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติและผลงานของ “ดร.ศุภวัตร ภูวกุล” ...