Wednesday , August 12 2020
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / มารู้ข้อมูลเงินเยียวยาจากรัฐบาลสหรัฐฯกันเถอะ

มารู้ข้อมูลเงินเยียวยาจากรัฐบาลสหรัฐฯกันเถอะ

ผมคิดว่าขณะนี้คนไทยในสหรัฐอเมริกากำลังเดือดร้อนเกี่ยวกับความเป็นอยู่กันมิใช่น้อย และมีอีกไม่น้อยด้วยเช่นกันที่กำลังข้องใจและกังวลใจเกี่ยวกับเงินเยียวยาจากรัฐบาลสหรัฐฯที่ออกมาประกาศว่า จะช่วยเหลือแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19  คนละ 1,200 เหรียญ

ทั้งนี้ผมมีความห่วงใยในประเด็นที่พี่น้องชาวไทยอาจจะมีคำถามต่างๆ  ฉนั้นผมจึงใคร่ขอแบ่งปันคำตอบที่อาจจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อแฟนคลับท่านผู้อ่าน

มาดูกันว่าใครบ้างที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตราฐานที่จะได้รับการเยียวยาและเงินจะถึงมือพวกเราได้อย่างไร?

ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมมิได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้เลย แต่ใคร่จะแบ่งปันข้อมูลต่างๆ เท่าที่ผมเสาะแสวงหามาได้เท่านั้นครับ

สำหรับผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะได้รับความช่วยเหลือครอบคลุมในวงกว้าง โดยรัฐบาลต้องการช่วยเหลือทุกๆ คนที่ได้รับความเดือดร้อนแต่อย่างไรก็ตามจะต้องอยู่ในข่ายที่รัฐบาลกำหนดเอาไว้อันได้แก่

ผู้ที่เสียภาษีทุกคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 75,000 เหรียญต่อปีจะได้รับเงินเยียวยาคนละ 1,200 เหรียญ

และสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีรายได้รวมกันต่ำกว่า 150,000 เหรียญ/ปี ที่ทั้งคู่ทำการยื่นเสียภาษีร่วมกันก็จะได้รับเงินเยียวยา 2,400 เหรียญ

ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปีจะได้รับค่าเยียวยารายละ 500 เหรียญ

แล้ว “ไออาร์เอส”ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังจะส่งจ่ายเงินให้ถึงมือท่าน ได้อย่างไร?

กระทรวงการคลังโดย “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมร.สตีฟ มนูชิน”ได้ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมานี้ว่า “หากท่านเป็นผู้ที่ยื่นเสียภาษีอย่างสม่ำเสมอทุกๆ ปีแล้วละก็เงินเยียวยานี้จะถูกส่งเข้าบัญชีของท่านโดยอัตโนมัติภายในสามสัปดาห์”

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นหลักฐานการเสียภาษีของปี 2019  ไออาร์เอสจะยึดเอาหลักฐานการเสียภาษีของปี 2018 ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ยังไม่ยื่นเสียภาษีของปี 2019 ก็ควรจะยื่นเสียภาษีต่อไออาร์เอสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!!!

อย่างไรก็ตามปีนี้ไออาร์เอสได้ผ่อนผัน โดยเลื่อนระยะเวลาการยื่นภาษีออกไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2020

และหากท่านไม่ได้ยื่นเสียภาษีประจำปี แต่กระทรวงการคลังเคยมีข้อมูลของท่านอยู่ รัฐบาลก็จะส่งเงินเยียวยาเป็นเช็คให้แก่ท่านโดยตรง ภายในห้าสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

ส่วนผู้ที่ไม่มีรายได้ก็จะได้รับการเยียวยา 1,200 เหรียญเช่นกัน แต่เนื่องจากบางทีกระทรวงการคลังอาจจะไม่มีข้อมูลของท่านอยู่ในมือ ประเด็นนี้ยังอาจจะมีปัญหา ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุด ท่านควรจะต้องยื่นเสียภาษีต่อไออาร์เอสอย่างรีบด่วน!!!

ผู้ที่ได้รับเงิน Social Security ประจำเดือนอยู่แล้ว ทางไออาร์เอสจะยึดข้อมูลจากรายได้ที่ไออาร์เอสส่งให้ท่านทุกปีในแบบฟอร์ม SSA-1099 และหากท่านยังไม่ได้รับแบบฟอร์มแจ้งยอดเงินรายได้สุทธิประจำปี

ท่านสามารถเข้าไปดูทางออนไลน์ได้ที่  www.IRS.gov

หรืออาจจะยกหูโทรศัพท์ไปยังไออาร์เอสที่เบอร์โทร. 1-800-829-1040 แต่ข้อย้ำว่า ท่านอาจจะต้องถือสายรอนานมากทีเดียว

แท้จริงแล้วผู้ที่มีใบเขียวก็จะได้รับเงินเยียวยาครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับผู้ที่ไม่เคยยื่นเสียภาษีเงินได้ประจำปี

ก็ควรจะยื่นเสียภาษีผ่านทางออนไลน์ ทั้งนี้อาจจะสร้างความลำบากให้กับผู้ที่ไม่คล่องเรื่องภาษาอังกฤษ ทางออกที่ดีก็ควรจะขอความช่วยเหลือจากบุตรหลานของท่าน เพราะเยาวชนสมัยนี้เก่งมีความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี

อดีตที่ผ่านมากระทรวงการคลังสหรัฐฯเคยยกเว้นให้ผู้ที่มีรายได้น้อยไม่ต้องยื่นเสียภาษีประจำปี แต่ขณะนี้กระทรวงการคลังได้เปลี่ยนนโยบายใหม่ โดยบังคับให้ทุกคนต้องยื่นเสียภาษีไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีรายได้มากน้อยเพียงใดก็ตาม สืบเนื่องมาจากกระทรวงการคลังต้องการมีข้อมูลอย่างครบครัน เพื่อพร้อมที่จะช่วยเหลือในเหตุจำเป็น!!!

อนึ่งเงินเยียวยานี้ทางรัฐบาลจะจ่ายให้เพียงครั้งเดียว

กล่าวโดยสรุปก่อนที่เราจะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐพี่น้องชาวไทยทุกๆคน สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องช่วยเหลือตนเองไม่ว่าจะเป็นการกักตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกมาเพ่นพ่านหากไม่มีความจำเป็น เพื่อป้องกันมิให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดมากขึ้น อีกทั้งควรจะเชื่อฟังการประกาศข้อบังคับและข้อแนะนำต่างๆ ที่ทางภาครัฐเผยแพร่ออกมา ซึ่งเป็นการดีทั้งต่อพวกเราและต่อประเทศชาติ ระมัดระวังและดูแลสุขภาพกันด้วยละครับ.

โดย…ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

มารู้จักผู้บุกเบิกโรงเรียนนานาชาติ ชั้นนำสองสถาบันในไทย

อาจารย์พอล อัทเลย์มอบพระคัมภีร์ให้กับอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์มอบของที่ระลึกให้กับอาจารย์พอล อัทเลย์และอาจารย์แกรี่ วู้ด ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่าบนโลกใบนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งลี้ลับ ที่บางครั้งบางคราเราจะรู้สึกและสัมผัสได้ว่าอยู่รอบๆและคอยปกปักษ์รักษาช่วยเหลือเราอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่สำหรับผมเองนั้น ขอบอกว่าเชื่ออย่างเต็มร้อย ชีวิตส่วนใหญ่ของผมมักจะปฏิบัติไปตามครรลองครองธรรมที่ถูกต้อง และเมื่อใดก็ตามที่ผมเลือกจะประพฤติและปฏิบัติตามใจตัวเองหลายๆครั้งหลายๆครามักจะหลงทางพบกับความเดือดร้อน ...