Tuesday , November 19 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / สามปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ณ จังหวัดเชียงใหม่…โดย ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

สามปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ณ จังหวัดเชียงใหม่…โดย ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

ส่วนหนึ่งคนดีศรีเป็นนักษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่
ส่วนหนึ่งคนดีศรีเป็นนักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่
“ผู้ช่วยศาสตราจารย์บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา” หนึ่งคนดีศรีแผ่นดิน
“ผู้ช่วยศาสตราจารย์บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา” หนึ่งคนดีศรีแผ่นดิน

หนึ่งในสามสถาบันการศึกษาเอกชนที่ผมประจำอยู่กว่าสามปีที่จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากจะเป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้แล้ว แต่ยังเป็นศูนย์ของการบริการด้านจิตรอาสา ซึ่งตรงกับความตั้งใจของผมที่ใคร่จะได้มีส่วนอุทิศและตอบแทนให้กับคุณต่อแผ่นดินที่ผมเกิด โดยแต่ละวันจะมีกิจกรรมต่างๆมากมายที่ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์อธิการบดีและเจ้าของมหาวิทยาลัยที่มีวิสัยทัศน์และมีจิตอาสาเต็มเปี่ยม ให้เกียรติผมมอย่างเต็มให้เลือกเข้าร่วมกิจกรรมในสิ่งที่ผมอยากจะทำเพื่อส่วนรวมและสร้างความสุขให้กับตนเอง
เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มกราคมที่ผ่านมานี้มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ที่ผมประจำอยู่ มีงานยิ่งใหญ่ถึงสามงานด้วยกัน ทำให้ผมต้องวิ่งรอกไปมาทั้งสามงาน เพื่อจะได้ชมสิ่งยิ่งใหญ่ที่เจ้าของงานช้างทั้งสามแห่งมาใช้สถานที่อันกว้างขวางของมหาวิทยาลัยฯ ที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้อย่างเพียบพร้อมในทุกๆด้าน แถมที่จอดรถไร้ปัญหาเพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่เพียงพอเหลือเฟือ!!!
ในวันนั้นงานแรกเป็นงานประกวดการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา “เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
งานนี้เป็นการส่งเสริมให้โรงเรียนระดับมัธยมได้มีเวทีการแสดงความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คงสืบไป และยังสร้างความสามัคคีระหว่างโรงเรียน ชุมชน และ มหาวิทยาลัย ร่วมไปอีกด้วย
สถานที่จัดกิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นที่ศูนย์นานาชาติชั้นล่างที่มีเหล่าเยาวชนมีกิจกรรมมากมายเอามาแสดงให้สารณชนได้ชมทั้งวัน
ทั้งนี้มีโรงเรียนเข้าร่วมแข่งขันเจ็ดโรงเรียนด้วยกันคือโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนสารภีพิทยาคม โรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม โรงเรียนสันติสุขวิทยาลัย โรงเรียนแม่ออนวิทยาลัย โรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
ผมรู้สึกประทับใจในการแสดงของเยาวชนเหล่านี้มากทีเดียว แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า เยาวชนระดับมัธยมจะมีความสามารถขนาดนี้ ฟ้อนรำอ่อนช้อยสวยงามมีศักยภาพสูงมากทีเดียว นี่แหละคือ สัญลักษณ์อันดีเด่นด้านวัฒนธรรมของประเทศไทยเรา ที่ผมค่อนข้างแน่ใจว่า คนต่างชาติเห็นเข้าคงจะประทับใจไม่น้อยทีเดียว
การทำงานเป็นทีมเวิร์คของเยาวชนกลุ่มนี้ ทำให้ผมเล็งเห็นว่า หากสังคมให้โอกาสกับพวกเขา ไม่ว่างานจะยากสักเพียงใด เยาวชนของเราลุยแหลกทำได้หมด!!!
เมื่อมาถึงการแสดงของเยาวชนชาวเขาหลายเผ่า ทำให้ผมซาบซึ้งใจกับความเป็นไทยของพวกเขา ที่ได้แสดงออกถึงความรักชาติ รักสถาบันพระมหากษัตริย์ และรักวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศ
การแสดงแต่ละชุดเยาวชนนักแสดงทำได้อย่างสวยงามพร้อมเพียง และแค่การแสดงของเยาวชนชาวเขาเพียงชุดเดียวยังแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม และตอนสรุปได้ออกมาแสดงเป็นชุดรวม นับว่าเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมากทีเดียว

ทั้งนี้ในงานนี้ จัดให้มีการประกวด โดยมีสามรางวัลด้วยกัน ที่รวมทั้งรางวัลเงินสดพร้อมด้วยเกียรติบัตร ของ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม รองชนะเลิศอันดับหนึ่งคือโรงเรียนแม่ออนวิทยาลัย และรองชนะเลิศอันดับสองได้แก่ โรงเรียนประชานุเคราะห์
รายการที่สองเป็นพิธีรับเข็มพระราชทานคุณูปการราชประชาสมาสัย และเงินพระราชทานขวัญถุง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
“เข็มคุณูปการราชประชาสมาสัย” เป็นเข็มพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช องค์ราชูปถัมภ์ของมูลนิธิราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงพระราชดำริให้มูลนิธิราชประชาสมาสัยฯจัดทำขึ้น เพื่อเป็นเครื่องหมายและสัญลักษณ์ของการตอบแทนผู้ที่มีคุณูปการดำเนินงานในโครงการตามแนวพระราชดำริ และการสนองพระราชดำรัสที่มูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมสนองและสนับสนุนโครงการต่างๆ ดังกล่าว จนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สมดังพระราชดำริและพระราชปณิธานรวมทั้งเป็นความสำเร็จ ที่เป็นผลสืบเนื่องจากการน้อมนำพระราชทฤษฏี “ราชประชาสมาสัย” มาประยุกต์และปฏิบัติ อันสะท้อนถึงพระราชอุดมการณ์และพระราชปณิธานตามความหมายของกษัตริย์และประชาชนย่อมพึ่งพากันและกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม และประเทศชาติ
พิธีรับเข็มพระราชทานคุณูปการราชประชาสมาสัย และเงินพระราชทานขวัญถุงองค์กรละ 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) จำนวน 30 องค์กร รวมเป็นเงิน 150,000 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แก่ เครือข่ายชมรมจิตอาสาราชประชาสมาสัย เขต10 ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระ รามสูต ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธี
ทั้งนี้นายแพทย์ธีระ รามสูตได้เสียสละให้กับมูลนิธิราชประชาสมาสัยเกือบหกสิบปีที่ได้เสียสละกำจัดโรคเรื้อนให้หมดไปจากแผ่นดินไทยและใกล้ชิดกับในหลวงมาก ที่ผมเคารพนับถือท่านอย่างสูงและได้เคยร่วมกิจกรรมสำคัญระดับประเทศมาแล้วอีกด้วย
รศ. ดร.สมบูรณ์ สู่ประเสริฐ ประธานเครือข่ายชมรมจิตอาสาราชประชาสมาสัย เขต 10 เชียงใหม่เป็นแม่งาน
ส่วนรายการที่สามเป็นพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณต้นแบบคนดีศรีแผ่นดิน และ ต้นแบบคนดีศรีเชียงใหม่ ประจำปี 2558
ซึ่งพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณต้นแบบคนดีศรีแผ่นดินและต้นแบบคนดีศรีเชียงใหม่ดังกล่าวนี้ นับว่านำความตื่นเต้นให้แก่ผมมากทีเดียว โดยโครงการนี้ได้ดำเนินติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 11 ปี โดยได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2547 เพื่อมีวัตถุประสงค์ห้าอย่างด้วยกัน
1. พัฒนาเด็กและเยาวชน พระสงฆ์นักบวช ครูอาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนองค์กร ผู้สูงอายุ คนพิการ ให้เป็นคนดีมีความรอบรู้ มีลักษณะที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและการเมือง
2. ส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันครอบครัว ชุมชนและสังคม ให้มีความอบอุ่น เอื้ออาทร สมานฉันท์ น่า อยู่และเข้มแข็ง
3. ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานพัฒนาเด็กและเยาวชน ของประชาชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรภาครัฐ และองค์กรปกครองท้องถิ่น ให้มีบทบาทในการพัฒนามากยิ่งขึ้นในรูปของภาคีเครือข่ายพัฒนา
4. เพื่อพัฒนาเครื่องมือความเป็นคนดีในสังคม ซึ่งจะเป็นกลไกช่วยพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชน พระสงฆ์นักบวช ครูอาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนองค์กร ผู้สูงอายุ คนพิการ ให้เป็นคนดี
5. เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติเด็กและเยาวชน พระสงฆ์นักบวช ครูอาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนองค์กร ผู้สูงอายุ คนพิการ ให้เป็นต้นแบบคนดีศรีแผ่นดินและต้นแบบคนดีศรีเชียงใหม่

ทั้งนี้ผู้ที่เป็นประธานศูนย์ประสานงานคนดีศรีเชียงใหม่ก็คือ พระเพชร จนฺทวณฺโณ โดยมี นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี
อนึ่งผู้เข้ารับรางวัลเข็มเชิดชูเกียรติและใบประกาศเกียรติคุณต้นแบบคนดีศรีแผ่นดิน ซึ่งลงนามโดย ฯพณฯ มล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีถึง 53 คนด้วยกัน
หนึ่งในจำนวนนี้มีเพื่อนร่วมงานของผมคนหนึ่งด้วย ซึ่งท่านก็คือ “ผู้ช่วยศาสตราจารย์บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา”
และยังมีนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ผมประจำอยู่ได้รับเกียรติรับรางวัลคนดีแห่งจังหวัดเชียงใหม่ 15 คน!!!
ทั้งหมดทั้งมวลของงานช้างสามงานที่ผมวิ่งรอกเข้าร่วมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ เป็นงานต่อเนื่องถึงหกชั่วโมงเต็มๆ และถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ยาวนาน แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกสุขใจและน่าภาคภูมิใจที่ได้เห็นทั้งศักยภาพของเยาวชน ได้เห็นผู้ที่มีจิตอาสาต่อสังคม และยังได้พบเห็นคนเก่งคนดีของเมืองเชียงใหม่ ที่แม้ว่าผมจะเหนื่อยกลับบ้านหัวถึงหมอนนอนหลับเป็นตาย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าและผมขอขอบคุณทีมงานสองจิตอาสาสองคนคือ คุณอุมาพร เสียงสูงและคุณภคพร ปันใหม่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ที่ได้ช่วยเก็บข้อมูลและบันทึกภาพขณะที่ผมวิ่งรอกตลอดทั้งวันละครับ.

Check Also

วันประเดิมการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

บรรยากาศในการไต่สวนถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ ขบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอน “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”ออกจากตำแหน่งได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีการออกอากาศถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายนนี้ และถือเป็นเรื่องดราม่าที่เข้มข้นดุเดือดตั้งแต่วินาทีแรกเลยทีเดียว การไต่สวนวันแรกนำโดยประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรอง “ส.ส.อดัม ชิฟฟ์”  ซึ่งเขามุ่งเน้นชูประเด็นที่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจในทางที่ผิด (Abuse of ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *