Wednesday , September 18 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / มารู้จักมหาวิทยาลัยด้านเภสัชอันดับหนึ่งของจีนกันเถอะ

มารู้จักมหาวิทยาลัยด้านเภสัชอันดับหนึ่งของจีนกันเถอะ

ฉบับนี้ผมขอแบ่งปันเรื่องโดดเด่นของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ณ ประเทศจีนที่สองเภสัชกรชั้นนำของประเทศไทยไปมีโอกาสเดินทางไปเยือน ซึ่งผมใคร่ขออนุญาตถ่ายทอดต่อเรื่องราวดีๆที่ท่านทั้งสองได้เล่าให้ผมฟัง

โดยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ บทความที่ผมได้แบ่งปันกับท่านผู้อ่านในหัวข้อ “สองนักเภสัชกรระดับแนวหน้าของประเทศไทย” ปรากฏว่าได้กลายเป็นบทความยอดฮิตเลยทีเดียว

ทั้งนี้สองเภสัชกรระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่ผมกล่าวมาข้างต้นนี้ก็คือ “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ภก. จีรเดช มโนสร้อย” และ “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ภญ. อรัญญา มโนสร้อย” เนื่องจากผลงานของท่านทั้งสองน่าสนใจมากและค่อนข้างยาวเหยียด แต่เนื้อที่มีค่อนข้างจำกัด ผมจึงขอยกยอดไปไว้ในโอกาสหน้า!!!

“ดร.จีรเดช มโนสร้อย” สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางด้านภูมิคุ้มกันวิทยา จากประเทศเยอรมัน และได้เดินทางกลับมาทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ โดยท่านทุ่มเทชีวิตจิตใจเป็นอาจารย์ในคณะเภสัชศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเวลากว่า 37 ปี

ทั้งนี้ “ดร.อรัญญา มโนสร้อย” ศรีภรรยาคู่ชีวิตของท่านก็สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ทางด้านเภสัชอุตสาหกรรมและเภสัชกายภาพ (Industrial and Physical Pharmacy) จากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ผมได้เดินทางไปเยือนมาแล้วเมื่อสี่ปีก่อน ซึ่งสถาบันแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลชั้นนำของสหรัฐอเมริกาและของโลกเลยทีเดียว ซึ่งขณะนี้ท่านทั้งสองได้เข้าไปเป็นทั้งนักปฏิบัติ โดยมีห้องแลบค้นคว้าวิจัยของท่านเองที่ศูนย์วิจัย มาโนเซ่ (www.manose.co) และยังเป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่อีกด้วย

เนื่องจากท่านทั้งสองเป็นนักวิชาการระดับนานาชาติ โดยระหว่างวันที่ 6-13 กรกฏาคมนี้ ท่านทั้งสองได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายในระดับ Keynote Speakers ในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติทางด้านอาหารและเภสัชศาสตร์ ที่จัดโดย Jiangsu Food and Pharmaceutical Science College ที่เมือง  HuaiAn และยังเป็นแขกพิเศษ ณ “China Pharmaceutical University” ที่เมือง นานกิง ในประเทศจีน

อนึ่ง มหาวิทยาลัย China Pharmaceutical University แห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยทางเภสัชศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของจีน และอยู่ในลำดับ Top 1% ของโลก ก่อตั้งเมื่อ 83 ปีก่อน โดยมีคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานถึง 1,653 คน ซึ่งมีหลักสูตรตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ไปจนถึงระดับปริญญาเอกรวมทั้งสิ้น 86 โปรแกรมด้วยกันโดยมีคณะหรือที่เรียกว่า School ถึง 13 คณะ

อีกทั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ รัฐบาลจีนได้ทุ่มเทให้การสนับสนุนเป็นอย่างมาก ทั้งทางด้านเครื่องมือ บุคลากร รวมถึง อาคารอันแสนทันสมัยอีกมากมาย

และเนื่องจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เปิดขึ้นมาเพื่อต้องการจะให้เด็กๆเยาวชนชาวจีนได้รับโอกาสได้ศึกษาหาความรู้ทางด้านนี้ให้ทั่วถึง จึงมีถึงสองวิทยาเขตซึ่งคือวิทยาเขต Jiangning ที่ใหม่กว่าและอีกวิทยาเขตที่ไกลออกไปคือวิทยาเขต Xuanwumen ซึ่งทั้งสองวิทยาเขตล้วนมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลและมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยอย่างมาก

สำหรับคณาจารย์ที่ได้รับเชิญไปสอน ณ  China Pharmaceutical University     ต่างเป็นผู้ที่มีทั้งคุณวุฒิและประสบการณ์สูง โดยทางมหาวิทยาลัยคัดสรรคณาจารย์ที่มีทั้งความรู้และความเชี่ยวชาญอย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งคณบดีใน School of Traditional Chinese Pharmacy ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ปรากฏว่าเป็นสุภาพสตรีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ครั้งที่ท่านเภสัชกรคนเก่งของเราทั้งสองได้เดินทางไปเยือนสถาบันแห่งนี้ ก็จากการที่ท่านทั้งสองได้รับเชิญให้ไปร่วมแบ่งปันความรู้ทางด้านวิชาการโดยการได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในระดับ Keynote Speaker ดังกล่าวข้างต้น

สำหรับการบรรยายของ ดร.จีรเดช ท่านได้ชี้ว่า ในปัจจุบันประเทศในแถบทวีปเอเซีย รวมทั้งจีนและไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีข้อได้เปรียบในภูมิปัญญาด้านสมุนไพรและตำรับยาสมุนไพรที่สามารถจะนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆจำนวนมาก อย่างไรก็ตามการ การจะเข้าสู่ตลาดสากลได้นั้นมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานให้เป็นสากล ทั้งทางด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ปัญหาประการหนึ่งของความปลอดภัยก็คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรมักพบการปนเปื้อนยาแผนปัจจุบัน ตลอดจนการปนปลอมของสิ่งเจือปนที่เป็นพิษต่างๆเช่นโลหะหนัก อันได้แก่ ตะกั่ว และเคดเมี่ยม เป็นต้น

ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรเหล่านี้ให้มีมาตรฐานเสียก่อนนำออกสู่ท้องตลาดเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ และจะทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความยั่งยืนในตลาดสากลได้ต่อไป

สำหรับการบรรยายของดร.อรัญญานั้น ท่านได้ชี้ว่า ในปัจจุบันมูลค่าการตลาดของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชสำอางในตลาดโลกมีแนวโน้มที่จะมีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยที่มาจากธรรมชาติ เนื่องจากประชากรโลกมีอายุยืนมากขึ้น รวมทั้งผู้บริโภคนิยมผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่าสารเคมี นอกจากนี้แนวโน้มนวัตกรรมและเทคโนโลยีการวิจัยที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางจะสามารถศึกษาได้จากเอกสารสิทธิบัตรที่จดโดยบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางระดับโลกเช่น บริษัท ลอรีอัล คือการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ทั้งประเทศจีนและประเทศไทย ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและมีภูมิปัญญาที่มีมาแต่โบราณ จึงสามารถนำองค์ความรู้เหล่านี้มาวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยจากสมุนไพรและตำรับยา ซึ่งจะสามารถจำหน่ายและแข่งขันในตลาดสากลได้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเหล่านี้อาจมีปัญหาในเรื่องการไม่คงตัวและซึมผ่านผิวหนังได้ค่อนข้างยาก ทำให้ไม่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพต่ำ จึงจำเป็นที่จะต้องนำเทคโนโลยีต่างๆเช่นเทคโนโลยีนาโนหรือเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาร่วมประยุกต์และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อให้มีศักยภาพที่จะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ต่อไปเช่นกัน

เนื่องจากสถาบันแห่งนี้เล็งเห็นคุณค่าของความเป็นนักวิชาการชั้นนำ ของท่านดร.จีรเดช และดร.อรัญญา มโนสร้อย ทาง Jiangsu Food and Pharmaceutical Science College ที่เมือง  HuaiAn และ China Pharmaceutical University ที่เมืองนานกิง ในประเทศจีนจึงได้ให้การรับรองดูแลเป็นอย่างดี อีกทั้งยังออกค่าใช้จ่ายทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน อาหารสามมื้อ ที่พักโรงแรมระดับห้าดาวเลิศหรู มีคนดูแลส่วนตัวพาเที่ยว มีล่ามส่วนตัว และเลี้ยงอาหารรสเลิศจากภัตตาคารทุกๆมื้อ!!!

สำหรับความร่วมมือทางด้านวิชาการนั้นดร.จีรเดชและดร.อรัญญาได้ประชุมร่วมกับ President (Prof. Feng Feng) ของ Jiangsu Food and Pharmaceutical Science College และคณบดี (Prof. Dr. Tan) และรองคณบดีของ School of Traditional Chinese Pharmacy ของ China Pharmaceutical University เพื่อเซ็นต์ MOU ในการหาทางร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ในการแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษาและทำงานวิจัยร่วมกัน รวมทั้งการจัดหลักสูตรสั้นๆทางด้าน อาหารสุขภาพ เครื่องสำอางและตำรับยาท้องถิ่น หรือ Traditional Medicines  โดยผ่านการร่วมมือกับ “ศูนย์วิจัยมาโนเซ่ (Manose)” ของดร.จีรเดช และดร.อรัญญา อีกด้วย

อนึ่ง มีนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องสำอางคนหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ที่ผมรู้จักดีตั้งแต่เขาเรียนชั้นปีที่แรก นั่นก็คือ “นายทิวากร พาณิชย์”หรือที่มีชื่อเล่นว่า “น้องนิว” ซึ่งตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ โดยนักศึกษาผู้นี้ได้มีโอกาสได้ไปทำงานด้านวิจัยในหัวข้อปัญหาพิเศษกับ ดร.จีรเดชและดร.อรัญญา และยังได้เล่าให้ผมฟังว่า “ปกติ หนูใกล้ชิดกับศาสตราจารย์ทั้งสองท่านนี้มาก โดยท่านทั้งสองให้ความช่วยเหลือหนูเป็นอย่างดี จนมีความรู้สึกว่าอาจารย์ทั้งสองหวังดีกับหนูมาก และท่านต่างช่วยเหลือผลักดันให้หนูจบเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ เพื่อต้องการให้หนูเป็นต้นแบบและมีมาตรฐานให้กับรุ่นน้องต่อๆไป”

และน้องนิวยังได้พูดด้วยความภาคภูมิใจอีกด้วยว่า “ปัจจุบันนี้ หนูกำลังฝึกงานอยู่ที่ “บริษัทบิวตี้คอสเมดจำกัด” โดยบริษัทนี้กำลังเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสปาที่จะส่งไปยังประเทศจีน”

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้น “ศ. ดร. ภก. จีรเดช มโนสร้อย” และ “ศ. ดร. ภญ. อรัญญา มโนสร้อย” ท่านทั้งสองไม่เพียงแต่เป็นนักวิจัยอย่างเดียวเท่านั้น แต่ท่านทั้งสองยังมีจิตที่เป็นผู้ให้ภายใต้คำที่ว่า “ครูที่มีแต่ให้กับบรรดาลูกศิษย์” เพราะท่านทั้งสองมุ่งมั่นสรรค์สร้างนักศึกษาให้เป็นนักนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ โดยผมขอชื่นชมต่อท่านทั้งสองที่ได้ไปสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านวิชาการและวิจัยกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านเภสัชศาสตร์ของประเทศจีน โดยนำมาต่อยอดความรู้ดีๆใหม่ๆกลับมาสู่ประเทศไทย เพื่อเยาวชนไทยอีกด้วยละครับ.

โดย ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

 

 

Check Also

สปิริตจิตอาสาในการรับใช้เพื่อนมนุษย์

หากจะพูดถึงการรับใช้เพื่อนมนุษย์บนโลกใบนี้ถือว่า เป็นสิทธิ เป็นความปรารถนาดี และยังเป็นต้นทุนเฉพาะตัวสำหรับผู้ที่ต้องการทำความดีเพื่อผู้อื่น ครั้งที่ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ.เคนเนดี้ ได้กล่าวสุนทรพจน์ ตอนจะก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อปี 1961 นั้น ท่านได้กล่าวว่า “Ask not what your ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *