Wednesday , September 18 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / วันแห่งความทรงจำของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

วันแห่งความทรงจำของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคมที่เพิ่งผ่านมานี้ นับเป็นวันที่จะอยู่ในความทรงจำของผมอีกครั้งหนึ่ง ในการที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปใช้ชีวิตการทำงานอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยที่ได้เห็นเด็กๆนักศึกษารุ่นหนุ่มสาวช่างแสนจะมีความกระตือรือร้นรวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆตลอดทั้งวัน รวมไปถึงอาจารย์และบุคลากรที่มีจิตอาสาเข้าไปร่วมใจกันทำกิจกรรมตั้งแต่เช้าจนเย็นด้วยเช่นกัน

ตอนเช้าของวันนั้นได้มีการประกอบพิธีทางทางศาสนา และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการนักศึกษาทั้งหมดก็ได้ร่วมใจกันออกเดินเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ เพื่อจะไปร่วมในกิจกรรมไหว้ครู ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ซึ่งเมื่อคำนวณจากระยะทางแล้วนักศึกษาจะต้องใช้เวลาเดินกันกว่ายี่สิบนาทีจากสำนักงานอธิการบดี!!!

โดยที่หน้าศูนย์ประชุมนานาชาติมี “ประติมากรรมครอบครัวนกอินทรี”ตั้งสูงเด่นเป็นสง่า โดยนกอินทรีถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

เอกลักษณ์พิเศษของนกอินทรีนั้น เป็นนกที่ฉลาด มีความกล้าหาญ อดทน เด็ดเดี่ยว ชอบอิสระ และเป็นนกที่มีความสามารถบินได้สูงที่สุด และนอกเหนือจากนั้นแล้วนกอินทรียังเป็นสัตว์ที่รักครอบครัวของมันเป็นที่สุด

อนึ่งเมื่อหกปีก่อนขณะที่ “ดร.กมล ทัศนาญชลี”เพื่อนรักเก่าแก่ของผมมากว่าสี่สิบปีได้อุตส่าห์สละเวลาให้เกียรติ์ไปเยือนผมที่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ โดยวันนั้นผมได้แนะนำดร.กมล ให้รู้จักกับ “ท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์” และเมื่อท่านอธิการฯได้ทราบกิตติศัพท์ของดร.กมลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ท่านจึงได้ขอความช่วยเหลือให้ดร.กมลกรุณาสเก็ตภาพนกอินทรีให้ท่านสักหนึ่งภาพ

และขณะที่ดร.กมลกำลังนั่งเครื่องบินกลับสหรัฐอเมริกา ท่านก็ได้สเก็ตภาพครอบครัวของนกอินทรีอย่างสวยงามเสร็จเรียบร้อยภายในเวลาแค่เพียงสามสิบนาที!!!

เมื่อท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์เห็นเข้าก็มีความรู้สึกชอบและชื่นชมเป็นอย่างมาก และท่านได้สั่งให้ผู้เชี่ยวชาญสร้างประติมากรรมครอบครัวนกอินทรีขึ้นมา โดยใช้เวลาการสร้างถึงหนึ่งปีพอดี ซึ่งพวกเราลุ้นกันแทบแย่กลัวว่าจะเสร็จไม่ทันเวลาที่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จัดให้มีการแข่งขันยกน้ำหนักระดับโลก แต่ปรากฏว่าการสร้างและการติดตั้งทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ความมีเสน่ห์ของประติมากรรมแบบลอยตัวของครอบครัวนกอินทรีจากการอนุเคราะห์ของดร.กมล ที่วางตระหง่านอยู่ที่หน้าศูนย์ประชุมนานาชาติของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่นั้น แสนจะน่าพิศวงมากทีเดียว โดยเราสามารถจะมองได้ต่างมิติ โดยท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์บอกกับพวกเราเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีนี้ว่า “ดร.กมลเป็นผู้ที่มีฝีมือระดับอัจฉริยะจริงๆ”

ทั้งนี้เมื่อเหล่านักศึกษาได้รวมตัวกันภายในศูนย์ประชุมนานาชาติแล้ว เราได้มีโอกาสฟังโอวาทของท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ซึ่งมีเนื้อหาสาระที่น่าประทับใจหลายๆตอน โดยผมขอนำมาแบ่งปันบางตอนในช่วงพิธีไหว้ครู

ตอนหนึ่งท่านอธิการบดี ดร.ณงค์ ชวสินธุ์ได้กล่าวว่า “พิธีไหว้ครูหรือบูชาครูนั้น เป็นพิธีสำคัญตามประเพณีไทยที่มีมาตั้งแต่โบราณ และมีอยู่ในแทบทุกสาขาอาชีพของคนไทย โดยจัดขึ้นเพื่อให้ศิษย์ได้แสดงความกตัญญูกตเวที แสดงความเคารพ ยอมรับนับถือต่อครูบาอาจารย์ว่า ท่านเป็นผู้เพรียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความรู้”

และในตอนท้าย ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ยังได้กล่าวย้ำว่า “ลูกๆนักศึกษาทั้งหลายอาจจะเคยได้ยินคำเปรียบเทียบว่า อาชีพของครูเปรียบเสมือนกับเรือจ้างมีหน้าที่ส่งศิษย์ให้ไปถึงฝั่งฝันหรือฝั่งแห่งความสำเร็จ คำกล่าวเช่นนี้อาจจะถูกต้องเพียงแค่ครึ่งเดียว ทั้งนี้เพราะการศึกษาที่มีครูเป็นผู้ป้อนความรู้ข้อมูลต่างๆให้รับเพียงฝ่ายเดียวนั้น ไม่สามารถจะทำให้นักศึกษาสัมฤทธิ์ผลได้อย่างเต็มที่ การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพผู้เรียนจะต้องให้ความร่วมมือกับครูผู้สอน มีความใฝ่ใจในการศึกษา เชื่อฟังและขยันหมั่นเพียรในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน”

หลังจากการกล่าวโอวาทของท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์จบลงแล้ว ได้มีการแจกประกาศนียบัตรเกียรติคุณสำหรับผู้ที่เรียนเก่ง และสำหรับผู้ที่ผมรับหน้าที่เป็นผู้แจกนั้น ผมได้สอบถามนักศึกษาถึงเคล็ดลับในการเรียนดีนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะต้องมีความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ต่อตนเอง เอาใจใส่ต่อการเรียน และต่างก็พูดไปในทิศทางเดียวเช่นกันว่า ความรู้ที่ได้จากอาจารย์นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือต้องอาศัยในการไปหาค้นคว้าเอาเอง!!!

 ในช่วงสุดท้ายผู้บริหารและคณาจารย์ได้มีการผูกข้อมือรับขวัญให้แก่เหล่านักศึกษา โดยผมก็ได้ร่วมเป็นหนึ่งในการรับขวัญเด็กๆด้วยเช่นกัน และผมยังได้สอบถามพวกเขาว่า กำลังเรียนคณะอะไรและได้สุ่มตัวอย่างในลักษณะให้คำแนะนำแก่พวกเขาว่า “ลูกๆพอจะทำได้ไหม หากได้รับเงินเดือนเป็นเดือนแรกจากการทำงาน ลูกๆน่าจะนำเงินเดือนๆแรกนี้มอบให้กับคุณแม่” ซึ่งผมก็ได้รับคำตอบอย่างน่าชื่นชมและดีใจที่พวกเขาต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า “ยินดีที่จะมอบเงินก้อนแรกให้กับคุณแม่ทั้งหมดเลย”

ทั้งนี้ผมขอสารภาพว่า เมื่อได้ยินคำตอบเหล่านี้จากนักศึกษาแล้ว น้ำตาของผมคลอเบ้าตาเลยทีเดียว เท่ากับว่าวัฒนธรรมที่สวยงามของไทยเราในเรื่องการตอบแทนพระคุณบิดามารดานั้น ถือว่ายอดเยี่ยมสุดๆ!!!

อนึ่งพิธีไหว้ครูในวันนั้นมิได้จำกัดอยู่เฉพาะนักศึกษาที่เข้ามาใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ปรากฏว่าได้มีศิษย์เก่ามาร่วมพิธีกันอย่างอย่างคับคั่งเลยทีเดียว

กล่าวโดยสรุปการที่ผมนำเรื่องราวดีๆเหล่านี้มาให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ ก็เพราะผมอยากจะแบ่งปันให้พวกเราพี่น้องชาวไทยได้ชื่นชมและภาคภูมิใจถึงวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของเราในการมีความกตัญญูรู้คุณที่จะทำให้เด็กๆเยาวชนได้มีสัมมาคารวะครูบาอาจารย์และญาติผู้ใหญ่ ที่บางประเทศแม้จะถือว่าเป็นประเทศที่ศิวิไลซ์แล้วก็ตาม แต่เด็กๆเยาวชนของเขาช่างแข็งกระด้างไม่น่ารักเลยละครับ.

                      โดยดร.วิวัฒน์  เศรษฐช่วย

 

Check Also

สปิริตจิตอาสาในการรับใช้เพื่อนมนุษย์

หากจะพูดถึงการรับใช้เพื่อนมนุษย์บนโลกใบนี้ถือว่า เป็นสิทธิ เป็นความปรารถนาดี และยังเป็นต้นทุนเฉพาะตัวสำหรับผู้ที่ต้องการทำความดีเพื่อผู้อื่น ครั้งที่ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ.เคนเนดี้ ได้กล่าวสุนทรพจน์ ตอนจะก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อปี 1961 นั้น ท่านได้กล่าวว่า “Ask not what your ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *