Wednesday , September 18 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / สองนักเภสัชกรระดับแนวหน้าของประเทศไทย

สองนักเภสัชกรระดับแนวหน้าของประเทศไทย

สมุนไพรของไทยเรานั้น นับว่าเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมกันทั่วโลก โดยศาสตร์พื้นเมืองโบราณของชาวบ้านนี้ได้กลายเป็นบ่อเกิดของ ยา เครื่องอุปโภคบริโภค จนได้กลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่โต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เรื่องความสวยความงาม

“เครื่องสำอาง” ถือเป็นนวัตกรรมของการผสมผสานที่ได้สร้างมูลค่าให้กับสมุนไพร โดยมีรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด!!!
            “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. เภสัชกร จีรเดช มโนสร้อย”  และ “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. เภสัชกรหญิง อรัญญา มโนสร้อย” ที่เคยเป็นศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาแล้วกว่าสามสิบปี แต่ขณะนี้ท่านทั้งสองท่านได้ไปประจำอยู่ที่ “มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่” ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน

โดยท่านทั้งสองนับเป็นนักวิชาการผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรระดับแนวหน้าของประเทศไทยและต่างประเทศเลยทีเดียว  ทั้งนี้ท่านดร.จีรเดช และดร.อรัญญา ยังได้ชี้ว่า “สำหรับนโยบายของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการส่งเสริมทางด้านการเพิ่มมูลค่าให้กับสมุนไพรของไทยตามที่เราทราบกันนั้น  จะเห็นได้ว่าสมุนไพรของไทยเรามีอยู่มากมายหลายชนิดที่สามารถจะนำไปศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนา เพื่อนำไปผลิตเป็นยารักษาโรค และบางชนิดก็สามารถใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยอาจยังไม่มีนโยบายที่จะส่งเสริม กระตุ้น และให้การสนับสนุนทางด้านการเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย ที่รวมไปถึงการนำสมุนไพรไทยมาแปรรูปเตรียมเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงมีผลทำให้ผู้ประกอบการมักจะประสบกับปัญหาและต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆที่ยังมิได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร”

โดยนักวิชาการทั้งสองท่านยังได้ชี้ว่า ปัญหาหนึ่งก็คือขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาหรือแปรรูปมาจากสมุนไพรค่อนข้างยุ่งยากและซับซ้อน รวมทั้งการไม่มีนโยบายสนับสนุนให้มีงานวิจัยที่มีนวัตกรรมและมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์สูงเพื่อให้สามารถจดสิทธิบัตรได้ ตลอดจนไม่มีการให้ทุนวิจัยและส่งเสริมงานวิจัยทางด้านสมุนไพรไทยที่ครบวงจรอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ตั้งแต่ขั้นตอนวัตถุดิบสมุนไพร ไปจนถึงผลิตภัณฑ์และการตลาดจนกระทั่งออกจำหน่ายได้จริง ดังนั้นการทำวิจัยทางด้านสมุนไพรของไทยเราส่วนใหญ่จึงเป็นแบบกระจัดกระจาย ต่างคนต่างทำอย่างไม่เป็นระบบไม่มีการประสานร่วมกัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐที่เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าของสมุนไพรไทยอย่างจริงจังโดยตรง!!!

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ กรมการแพทย์แผนไทย กระทรงสาธารณสุข และอีกหลายๆหน่วยงานต่างก็ให้การสนับสนุนนักวิชาการ เกษตรกรผู้ผลิต และผู้ประกอบการกันเองซึ่งถือเป็นการดำเนินงานแบบต่างคนต่างทำ โดยไม่มีการประสานงานและทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง

นอกเหนือไปจากนั้นแล้วนักวิชาการทั้งสองท่านนี้ยังได้แสดงความคิดเห็นว่า น่าเสียดายที่ผลงานวิจัยทางด้านสมุนไพรของนักวิชาการชาวไทยส่วนใหญ่ เมื่อเสร็จสิ้นการวิจัยแล้ว มักจะไม่มีการศึกษาต่อยอดในการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในเชิงพานิชย์ที่จะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยข้อเท็จจริงแล้ว สมุนไพรไทยหลายชนิดโดยเฉพาะจากภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยเรานั้น มีศักยภาพสูงที่จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคสำหรับโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดัน หรือแม้กระทั่ง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นต้น

นโยบายของรัฐบาลไทยช่วงที่ผ่านมาในยุค Thailand 4.0 ได้เน้นสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการเพิ่มมูลค่าทางด้านอุตสาหกรรมมากกว่าด้านอื่นๆ เพื่อเร่งสัดส่วนการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยอาจมีการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของสมุนไพรไทยไม่มากเท่าที่ควร ทั้งๆที่ ไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นทางด้านเกษตรกรรมและการเพาะปลูก เนื่องจากอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำเกษตรกรรมพืช “สมุนไพร” จึงเป็นที่น่าสนใจที่สามารถจะนำมาพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ ซึ่งรัฐบาลไทยไม่ควรมองข้าม

ดังนั้น หากรัฐบาลไทยมีนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมตั้งแต่การเพาะปลูก การขยายพันธุ์ การให้ความรู้แก่เกษตรกรด้านการดูแลไปจนถึงการเก็บเกี่ยวที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ได้พืชที่มีคุณภาพดี จนสามารถนำไปศึกษาวิจัยและพัฒนาต่อด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีนวัตกรรม เช่นผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริมและเครื่องสำอาง ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่สมุนไพรไทยได้ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนที่จะก่อให้เกิดรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศที่มีมูลค่ามหาศาล และจะเป็นรายได้หลักที่สำคัญของประเทศไทยได้อีกด้วย

ดังนั้นฐานข้อมูลด้านสมุนไพรไทยที่สามารถนำมาใช้ทางเครื่องสำอาง หรือ TMPCD ดังกล่าวข้างต้นที่จัดทำโดย ศาสตราจารย์ ดร. เภสชกรหญิง อรัญญา มโนสร้อย และ ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรจีรเดช มโนสร้อย ที่ได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงาน อย. กระทรวงสาธารณสุข จะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจสามารถสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรไทยได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ที่จะสามารถคัดเลือกแล้วนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยจะมีส่วนช่วยทำให้นโยบายของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของสมุนไพรไทยเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรมได้มากยิ่งขึ้น

ในโอกาสต่อๆไปศาสตราจารย์ ดร. ภก. จีรเดช มโนสร้อย และศาสตราจารย์ดร.ภญ.อรัญญา มโนสร้อย จะให้เกียรติ์มาแบ่งปันให้ความรู้นำเสนอข้อมูลและผลงานเกี่ยวกับ “กัญชา” ที่ขณะนี้มีการนำมาใช้ทางยา อาหารเสริม และเครื่องสำอางจากตำรับยาสมุนไพรในฐานข้อมูล “มโนสร้อย ๓” ที่อาจารย์ทั้งสองท่านได้ศึกษาและรวบรวมตำรับยาสมุนไพรต่างๆ ที่บางตำรับก็มีกัญชาเป็นตัวผสมอยู่ในสูตรตำหรับยา ซึ่งท่านทั้งสองร่วมกันศึกษาค้นคว้ามาแล้วมากกว่า ๒๕ ปี

อนึ่งศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสองท่านนี้ยังได้เป็นผู้ก่อตั้งและจัดทำ หลักสูตรปริญญาตรี และ ปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีเครื่องสำอางโดยทำการเปิดสอนอยู่ ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกร จีรเดช มโนสร้อย มีตำแหน่งเป็นประธานหลักสูตรบัณฑิต ส่วนศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรอรัญญา มโนสร้อย มีตำแหน่งเป็นประธานหลักสูตรมหาบัณฑิตและหัวหน้าสาขาเทคโนโลยีเครื่องสำอาง!!!

โดยหลักสูตรจะเน้นหนักด้านการนำสมุนไพรของไทย มาวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และนำภูมิปัญญาไทยมาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยประยุกต์ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยต่างๆ เช่น เทคโนโลยีนาโน และเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น เพื่อให้มีศักยภาพด้านการแข่งขันในเชิงพาณิชย์ให้ทันต่อยุคสมัยและทันต่อความนิยมในท้องตลาดทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยในอนาคตอันใกล้นี้ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มีแผนที่จะเปิดหลักสูตรสาขานี้ในระดับปริญญาเอกและประกาศนียบัตร short course ในสาขาเทคโนโลยีเครื่องสำอางสำหรับบุคคลทั่วไปอีกด้วย

อนึ่งท่านศาตราจารย์ ดร.จีรเดช มโนสร้อย ได้แจ้งให้ผมทราบว่าเนื่องจากขณะนี้นวัตกรรมเกี่ยวกับสมุนไพรกัญชากำลังเป็นที่นิยมกันอย่างสูง ท่านได้สัญญากับผมว่า ท่านจะนำเรื่องนี้มาแบ่งปันความรู้ให้แก่ท่านผู้อ่านได้นำไปประดับความรู้ในอนาคตใกล้ๆนี้ละครับ.

 

โดยดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

Check Also

สปิริตจิตอาสาในการรับใช้เพื่อนมนุษย์

หากจะพูดถึงการรับใช้เพื่อนมนุษย์บนโลกใบนี้ถือว่า เป็นสิทธิ เป็นความปรารถนาดี และยังเป็นต้นทุนเฉพาะตัวสำหรับผู้ที่ต้องการทำความดีเพื่อผู้อื่น ครั้งที่ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ.เคนเนดี้ ได้กล่าวสุนทรพจน์ ตอนจะก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อปี 1961 นั้น ท่านได้กล่าวว่า “Ask not what your ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *