Saturday , September 21 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / เรียนฟรีตลอดหลักสูตร มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ

เรียนฟรีตลอดหลักสูตร มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ

มหาวิทยาลัยชีวิตนับเป็นแนวทางที่ดีอีกหนทางหนึ่ง ที่บางทีอาจจะเริ่มต้นในช่วงชีวิตการเรียนหนังสือ หรือบางทีอาจจะเริ่มต้นจากชีวิตการทำงาน

การเรียนรู้นับเป็นเรื่องที่เราทุกๆคนต้องสั่งสมเอาไว้เพื่อเพิ่มพูนความรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆตลอดทั้งชีวิต โดยไม่มีคำว่าสิ้นสุด!!!

ทั้งนี้ทุกๆวันผมจะมีโอกาสได้พบเห็นและสัมผัสต่อเรื่องราวดีๆสิ่งแปลกๆใหม่ๆ  อันสืบเนื่องมาจากผมคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการศึกษา จึงได้เก็บเกี่ยวและเรียนรู้จากทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา อีกทั้งจากทูตานุทูต อาจารย์ นักศึกษาต่างชาติ นักธุรกิจหลากหลายสาขาอาชีพ รวมทั้งข้าราชการทุกๆระดับ

ฉบับนี้ผมใคร่แบ่งปันเรื่องราวนี้ให้แก่เยาวชนหรือลูกหลานของท่านผู้อ่าน ที่ท่านอาจจะต้องการให้พวกเขามีโอกาสได้เรียนรู้ประสบการณ์นอกห้องเรียนแบบผสมผสาน เหมือนดั่งเรื่องราวที่ผมจะนำเสนอ ซึ่งมีอาจารย์ที่มีความรู้จากศาสตร์ต่างๆมาให้การแบ่งปันให้อีกด้วย !!!

โดยปีนี้ถือเป็นปีที่เจ็ดแล้วที่ “มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่” ร่วมจับมือกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) “CP ALL” ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาอาชีพนักศึกษาระหว่าง ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่กับ ดร.ก่อศักดิ์ ไชยรัสมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทซีพี ออลล์

อนึ่งเมื่อปี 2556 บมจ.ซีพี ออลล์ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เปิดหลักสูตรการจัดการธุรกิจค้าปลีก โดย บมจ. ซีพี ออลล์ ได้มอบทุนการศึกษา 80 ทุน

เป้าหมายหลักของหลักสูตรนี้ ก็เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการผลิตกำลังคนในระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจสินค้าปลีกอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยเหลือในการศึกษาแก่เยาวชนให้มีรายได้ระหว่างเรียน เป็นการสร้างงาน ช่วยเหลือนักศึกษาและพัฒนาบุคลากรให้มีฝีมือตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

ทั้งนี้การเรียนมีลักษณะเรียนควบคู่กับการทำงาน (Work Based Education) ทำให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ทางวิชาชีพจริง และยังได้เรียนรู้ทักษะทางเทคนิควิธีควบคู่กับหลักวิชาการ

ผู้ที่ได้รับคัดเลือกในโครงการนี้จะได้รับทั้งโอกาสและประสบการณ์ในการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย สลับกับการฝึกงานกับ บมจ.ซีพี ออลล์ไปด้วยจนจบปริญญาตรี ในขณะฝึกงานที่กรุงเทพฯจะมีที่พักให้ฟรี มีเงินเดือนจ่ายให้ทุกๆเดือน และยังมีทุนการศึกษามอบให้ โดยเมื่อจบแล้วยังมีงานรองรับให้ทำได้โดยทันทีในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการร้าน

สำหรับคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่มีจะได้สิทธิ์รับทุนการศึกษาก็คือ หนึ่ง:ต้องจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกหรือระดับ ปวช. หรือเทียบเท่า และมีเกรดเฉลี่ยอย่างน้อย 2.50 ขึ้นไป สอง: เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี มีเจตนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ควบคู่กับการปฏิบัติงานจริง สาม: มีความขยัน อดทน ซื่อสัตย์ และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ตนเอง ข้อสี่: ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และต้องฝึกปฏิบัติงานครบตามที่บริษัทกำหนด

เนื่องจาก “อธิการบดีดร.ณรงค์ ชวสินธุ์” เป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับธุรกิจเสาเข็มในระดับแนวหน้าของประเทศไทยมาแล้วกว่าสี่สิบปี ท่านจึงมีเจตนารมณ์ต้องการให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง โดยท่านมองการณ์ไกลและพยายามจัดทำทุกวิถีทางเพื่อบ่มเพาะให้บรรดานักศึกษาของท่านได้มีโอกาสฝึกฝนและเรียนรู้ โดยเริ่มต้นจากขั้นพื้นฐาน

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ได้ชักชวนให้ผมเข้าร่วมในพิธีต้อนรับนักศึกษารุ่นที่ 7 ของ โครงการเพื่อพัฒนาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก

ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่กล่าวต้อนรับนักศึกษารุ่นที่ 7 ของ โครงการเพื่อพัฒนาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต

นักศึกษาทุกคนที่ได้รับเลือกเข้าในโครงการดังกล่าว จะมีโอกาสเดินทางไปฝึกงานที่กรุงเทพฯเป็นเวลาสามเดือนและกลับมาเรียนต่ออีกสามเดือน สลับกันไปจนกระทั่งจบการศึกษา

ทั้งนี้ “อาจารย์ปุณยนุช สมพัตร์”และ “อาจารย์จิณณศุภางค์ โสภณจิตร” ที่ร่วมกันทำหน้าที่ดูแลนักศึกษาได้เล่าให้ผมฟังเมื่อวันพุธนี้ว่า “นักศึกษาบางคนที่จบในโครงการนี้สามารถเก็บสะสมจนได้เงินก้อนใหญ่  และยังเป็นการฝึกฝนให้นักศึกษามีความเข้มแข็งอดทน สามารถแก้ไขปัญหาสลับซับซ้อนที่เข้ามาเผชิญได้อีกด้วย”

ส่วนหนึ่งของอาจารย์และนักศึกษาในโครงการฝึกงาน

และเนื่องจากบมจ.ซีพี ออลล์ เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทางบริษัทจะต้องเคร่งครัดเกี่ยวกับระเบียบวินัยของบรรดาบุคคลากร

แม้กระทั่งวินาทีแรกที่เปิดการอบรม ทางมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ยังได้จัดเตรียมผู้ชำนาญการณ์เข้าไปสอนเรื่องมารยาท ซึ่งจะเป็นความรู้ที่จะติดตัวนักศึกษาไปจนตลอดชีวิตกล่าวคือ ขณะที่นักศึกษานั่งบนพื้นและต้องการจะเปลี่ยนอิริยาบทพวกเขาถูกสอนว่าจะต้องทำอย่างไรให้ดูสุภาพเรียบร้อย

ตอนหนึ่ง “ ดร.ภูม ศรีสุข คณบดีคณะบริหารธุรกิจที่ได้ทำงานร่วมกับบมจ.ซีพี ออลล์ มาแล้วกว่ายี่สิบปีได้แบ่งปันให้ฟังว่า “หากพนักงานคนใดมีความขยันซื่อสัตย์ก็มีโอกาสที่จะไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งผู้จัดการและนักบริหารของบริษัทนี้ได้อย่างไม่มีขอบเขต”และท่านยังได้ย้ำให้ฟังอีกว่า “ฉะนั้นนักศึกษาควรจะปฏิบัติตามกฏระเบียบของบริษัทอย่างเคร่งครัด” เพื่อไม่เป็นการทำลายอนาคตของตัวนักศึกษาเองและรักษาภาพพจน์ของบริษัทอีกด้วย!!!

 

อนึ่งเนื่องจากดร.ภูม ศรีสุข เคยทำงานเป็นผู้บริหารในเครือซีพี มาเป็นเวลายาวนานจึงเข้าใจกลไกของการทำงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในฐานะที่ท่านมีตำแหน่งเป็นคณบดีคณะบริหารธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ โดยบริหารหลักสูตรสาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีกย่อมทำให้นักศึกษาและผู้ปกครองต่างให้ความมั่นใจในโครงการนี้ ที่ได้สร้างความแข็งแกร่งให้แก่ สาขาการจัดการธุรกิจค้าปลีกมากขึ้นเรื่อยๆตามลำดับอีกด้วย

นักศึกษาถูกฝึกให้อยู่ร่วมกัน/ช่วยกันแก้ปัญหาเป็นทีมเวอร์ค

อนึ่งประสบการณ์อันยอดเยี่ยมของนักศึกษาในโครงการนี้ทำให้ผมคิดย้อนกลับไปในอดีต ขณะที่ผมกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งสามแห่งของสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาติดต่อกันกว่า 11 ปี ณ มหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์ (Pepperdine University)  มหาวิทยาลัยบริคัม ยัง หรือที่เรียกกันว่า บีวายู (Brigham Young University) และยูซีแอลเอ (UCLA)

โดยผมถูกปลูกฝังจากครอบครัวอเมริกันที่ท่านมีอาชีพเป็นคุณครู ซึ่งคุณพ่อฝรั่งของผมให้คำแนะนำว่า “ขณะที่เรียนหนังสือควรจะหางานพิเศษแบบพาร์ทไทม์ทำ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ให้คุณค่ากับเวลา รู้คุณค่าของเงิน และเป็นการสั่งสมให้รู้จักถึงความรับผิดชอบในหน้าที่การงานแถมพ่วงท้ายไปด้วย”

คุณพ่อฝรั่งท่านได้เน้นกับผมว่า “อย่าเลือกงานโดยเด็ดขาด ต้องถ่อมตน” ซึ่งผมก็ได้สนองตอบเจตนารมณ์ของท่านทำงานในหลายๆประเภทสัปดาห์ละยี่สิบชั่วโมงด้วยกัน โดยทางมหาวิทยาลัยเป็นฝ่ายจัดหางานให้ตลอด ดังเช่น เป็นเจ้าหน้าที่บริการลูกค้า (Teller) ที่ Bank of America เป็นนักบัญชี เป็นพนักงานแพ็คของใส่ถุงในซุปเปอร์มาร์เก็ต จัดของในร้านขายอุปกรณ์เครื่องก่อสร้าง และเป็นแคชเชียร์ในร้านค้าปลีก เป็นต้น

ทั้งนี้ครั้งที่ผมเรียนอยู่ในระดับปริญญาเอก ผมมีโอกาสได้รับทุนการศึกษา แต่ผมก็ต้องตอบแทนด้วยการเป็นผู้ช่วยอาจารย์ในการสอนและช่วยในการตรวจเกรดข้อสอบ

อีกทั้งก่อนที่ผมจะได้รับหน้าที่เป็นนักบริหารในSecurity Pacific National Bank ซึ่งเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับห้าของสหรัฐฯที่มีสาขากว่า 600 แห่ง ผมก็ต้องผ่านขั้นตอนการฝึกฝนแบบเดียวกันกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ที่พวกเขาต้องเข้าฝึกกับบมจ.ซีพีออลล์ด้วยเช่นกัน โดยผมจะต้องเข้าไปฝึกเข้มมีโค้ชสองคนกับเพื่อนร่วมรุ่นเก้าคนเป็นเวลาถึงเก้าเดือนเต็มๆและเรียนภาคทฤษฎีหนึ่งสัปดาห์แล้วจึงถูกส่งไปปฏิบัติงานตามสาขาต่างๆอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ซ้ำกันสลับกันไปจนจบหลักสูตร ผมจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นซุปเปอร์ไวเซอร์คอยควบคุมพนักงาน Teller อีกต่อหนึ่ง!!!

โดยภาพรวมของนักศึกษามหานอร์ท-เชียงใหม่ สาขาการจัดการธุรกิจค้าปลีก จะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัยอย่างลึกซึ้งเร็วกว่านักศึกษาจากภาคคณะอื่นๆ ทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่งทำนองเดียวกันกับที่ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตที่แสนจะมีคุณค่ามหาศาลมาแล้วเช่นกัน

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นผมเล็งเห็นแล้วว่าหลักสูตรการจัดการธุรกิจค้าปลีกของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมของนักศึกษาที่จะใช้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ได้มีโอกาสพัฒนาตนเองในหลายๆด้าน ที่สำคัญอีกประการก็คือนักศึกษาได้ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ผมขอสนับสนุนให้เยาวชนที่ต้องการความก้าวหน้านำเก็บเอาไปเป็นทางเลือกเพื่ออนาคตข้างหน้าอีกทางหนึ่งของท่าน

สุดท้ายนี้หากว่าลูกหลานของท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือใคร่ขอคำปรึกษาหารือ โปรดโทรศัพท์ปรึกษากับอาจารย์ปุณยนุช สมพัตร์ ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 089-429-8893 อาจารย์จิณณศุภางค์ โสภณจิตร เบอร์โทรศัพท์ 097-945-2564 หรือทาง www.facebook.com/RBM.NorthChiangmaiUniversity/ นะครับ.

โดย…ดร.วิวัฒน์  เศรษฐช่วย

Check Also

การให้เป็นความสุขที่แท้จริง

เมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ “แอนดรูว์ คาเนกี้” คือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ทั้งนี้สมัยก่อนการที่จะเดินทางไปอ่านหนังสือตามห้องสมุดสาธารณะนั้นเป็นเรื่องไม่ง่ายและเนื่องจากคาเนกี้เป็นนักอ่านตัวยง เขาจึงมักจะไปขออาศัยอ่านหนังสือตามบ้านเพื่อน และจากการรักเรียนนั้นเอง จึงมีผลทำให้เขานำเอาความรู้ต่างๆที่ได้ร่ำเรียนมาสร้างฐานะจนได้กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก เนื่องจากคาเนกี้เล็งเห็นถึงคุณค่าของความรู้ เขาจึงบริจาคเงินเพื่อนำไปสร้างมหาวิทยาลัยและยังได้บริจาคเงินเพื่อให้นำไปสร้างหอสมุดมากกว่าสามพันแห่งอีกด้วย!!! เนื่องจากแอนดรูว์ คาเนกี้ รักที่จะเป็นผู้ให้ โดยในปี 1911 ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *