Saturday , September 21 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / อินทรีคืนรัง

อินทรีคืนรัง

ดร.กมล ทัศนาญชลีศิลปินแห่งชาติปี 2540 มอบผลงานประติมากรรมพญานกอินทรีให้กับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

บทความฉบับนี้ผมขออนุญาตเปลี่ยนรูปแบบของการเสนอบทความโดยใช้ภาพประกอบเป็นหลักเนื่องจากกิจกรรมอินทรีคืนรังมีมากมายด้วยกัน

นกอินทรีถือว่านกพิเศษ เป็นนกที่ฉลาด สง่างาม เป็นราชาแห่งนกที่บินสูงที่สุดและมีอายุยืนยาวที่สุดที่สามารถอยู่ได้ถึง 70 ปี แต่กว่านกอินทรีจะมีอายุได้ถึง 70 ปีได้นั้น ตอนนกอินทรีมีอายุ 40 ปี นกอินทรีมีทางเลือกสองทางคือจะปลิดชีวิตตัวเอง หรือต้องการจะอยู่ต่อไปอีกสามสิบปี และหากต้องการมีชีวิตต่อไปนกอินทรีต้องปฏิวัติตัวเองโดยมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงตัวเองอันแสนลำบากต้องอดทนซึ่งผมมีเนื้อที่จำกัดจึงไม่ขอสาธยาย ณ ที่นี้

แต่ผมขอสรุปว่านกอินทรีเป็นนกที่มีความกล้าหาญ ฉลาด สามารถยืนหยัดด้วยตนเองซึ่งไม่ใช่ของง่าย ต้องดิ้นรน ต้องผ่านกับอุปสรรคมากมายและโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวนกอินทรีเป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่น  อย่างไรก็ตามก่อนพ่อแม่ของนกอินทรีจะปล่อยให้ลูกนกสามารถพึ่งตัวเองได้นั้นพ่อแม่นกมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการปลูกฝังบ่มเพาะสอนลูกๆตามขั้นตอนเสมือนกับอาจารย์สอนศิษย์ และเมื่อถึงเวลาพ่อแม่นกก็จะแยกทางให้ลูกมีอิสระ นี่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ทุกคนต้องมีคุณสมบัติคล้ายกับนกอินทรีโดยท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ตั้งปณิธานมาตั้งแต่ท่านก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อ 19 ปีก่อน

พิธีกร: คุณเจตน์ณรงค์ คำเป็ง และนางสาวอโนชา ลาขุมเหล็ก

การจัดงานอินทรีคืนรังของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2019 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550  มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

การจัดงานครั้งนี้นับว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่ากับศิษย์ปัจจุบัน มีการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน เป็นงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ของศิษย์เก่าแต่ละรุ่นซึ่งมีการแสดงมุทิตาจิตแต่ผู้บริหาร คณาจารย์อาวุโสและมีการมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นประจำปีการศึกษา 2561

ทว่าการจัดงานอินทรีคืนรังครั้งนี้ได้เริ่มต้นด้วยการเสวนาทางวิชาการของผู้ทรงวุฒิสามท่านด้วยกันคือหนึ่งอาจารย์พงค์ศักดิ์ นาคเป้า   ผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สอง พ.ต.ท. ดร.ภัทรวุฒิ อัครภัทร รอง ผกก.ป.สภ.แม่ใจ  จังหวัดพะเยา  และสาม พ.ต.ท.นำพล พรหมการัตน์ รอง ผกก.ป.สภ. แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

พ.ต.ท.นำพล พรหมการัตน์ พ.ต.ท. ดร.ภัทรวุฒิ อัครภัทร อาจารย์พงค์ศักดิ์ นาคเป้า

ทั้งสามท่านได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรเรื่อง “ภัยร้ายใกล้ตัวจากระบบโซเชียลเน็ตเวอร์คและการสื่อสารออนไลน์ยุคดิจิตตอล 4.0”

จากการบรรยายของสามวิทยากรผู้ทรงวุฒิที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามหัวข้อเรื่องข้างบนนี้พอจะสรุปได้ว่า ในโลกใบนี้เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าพวกเราอยู่ในโลกออนไลน์ที่อยู่บนสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คบนอินเตอร์เน็ต แทบแยกไม่ได้เลยว่า เด็ก วัยรุ่น คนสูงอายุ ใครใช้สื่ออนไลน์มากกว่ากัน เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีบัญชี Facebook IG หรือ Line อย่างน้อยสักหนึ่งบัญชีเพื่อใช้ติดต่อเพื่อนสูงหรือติดต่องานอย่างไรก็ตามมีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ใช้เวลาอยู่กับสื่อโซเชียลมากเกินพอดี  จนทำให้เกิดอาการเสพติดสื่อโซเชียลและบ่มเพาะนิสัยไม่ดีโดยไม่รู้ตัวและเป็นอันตรายกับตัวเองด้วย ดังนั้นต้องเช็คกันเองว่าเรามีนิสัยใช้สื่อออนไลน์ข้อใดบ้างที่ควรยับยั้งก่อนที่จะสายเกินไป ได้แก่  1.โพสต์เบอร์โทรศัพท์ เพราะอาจโดนแกล้งหรือคุกคาม 2.โพสต์ของมีค่า เพราะเพื่อนแปลกหน้าอาจจะกลายเป็นโจรมาเยี่ยมถึงบ้าน นำภัยมาสู่ตัวเองและครอบครัว 3.โพสต์บอกเพื่อนว่าเราอยู่ที่ไหน อาจมีผู้คลั่งไคล้และไม่หวังดีคอยติดตามเรา 4.โพสต์เยอะเกินไปเชื่อเถอะว่ามีคนรำคาญคุณ 5.ระบายอารมณ์ พอใจเย็นจะลบก็ไม่ทันแล้ว 6.นัดเจอคนแปลกหน้า รู้หน้าไม่รู้ใจ อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต 7.เล่นมากเกินไปอาจจะกระทบกับการเรียน หรือการทำงาน

นอกจากนั้นบางคนก็หมกหมุ่นเกินไป เช่นหลงไหลในชีวิตคนอื่น จะเห็นได้ว่ามักมีเน็ตไอดอล (Net Idol) เกิดขึ้นมากมายจากสื่อโซเชียลซึ่งมาจากพฤติกรรมการโพสต์อวดของเขาเหล่านั้นเอง บางคนติดตามเน็ตไอดอลด้วยความชื่นชอบไม่ว่าด้วยเหตุผลทางรูปร่างหน้าตา ความสามารถหรือฐานะก็ตาม ผู้ติดตามมักจะแยกแยะไม่ออกระหว่างชีวิตจริงกับชีวิตออนไลน์โดยพวกเขาจะรู้สึกยึดติดกับชีวิตของคนอื่นมากขึ้นและในที่สุดก็จะยึดเอาชีวิตของคนที่ชื่นชอบเป็นแนวทางและเริ่มสนใจชีวิตตนเองน้อยลง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับตัวเองเลย ทางที่ถูกคือติดตามพวกเขาเหล่านั้นได้ หากถูกใจ  แต่ไม่ควรหมกหมุ่นมากเกินไป เพราะอย่างไรความจริงบุคคลเหล่านั้นก็เป็นแค่คนอื่นที่เราไม่อาจไม่มีวันได้พบเห็น พูดคุยกับตัวตนจริงๆเลยด้วยซ้ำไป

ส่วนเรื่องที่น่าจะเกิดประโยชน์กับทุกคนในยุคปัจจุบันคือข้อคิดเตือนใจ 8 พฤติกรรมเสี่ยงบนโลกออนไลน์ ที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งได้แก่ 1.เช็คอินนอกสถานที่ 2.แชร์รูปในสถานที่สาธารณะ 3.โชว์สถานะเป็นสาธารณะ 4.ไม่เปลี่ยนรหัสผ่าน 5.ให้ข้อมูลส่วนตัวกับเว็ปไซด์ 6.ไม่กำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล 7.ไม่ตรวจสอบการแชร์ เสี่ยงต่อการกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560  8.บอกรหัสผ่านกับผู้อื่น ซึ่งทั้งแปดประการข้างบนนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนในการรู้เท่าทันภัยบนโลกออนไลน์  เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โจรไซเบอร์  ข้อมูลที่ผมนำถ่ายทอดมานั้น ผมหวังว่าทุกท่านจะได้รับสาระความรู้ ความบันเทิงจากการสื่อสารออนไลน์

สามวิทยากรที่ได้รับของที่ระลึก
ส่วนหนึ่งของผู้เข้ารับฟังการเสวนา

หลังจบรายการเสวนาแล้วศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันได้มีการสานสัมพันธ์กันโดยการแข่งขันฟุตบอลในสนามที่มีมาตรฐานระดับสากล ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่เช่นกัน ผลปรากฏว่าหลังจากมีการปะทะกันอย่างดุเดือดคือการเสมอกัน 3:3

ทีมนักฟุตบอลศิษย์เก่า(เสื้อสีชมพู) และ ทีมนักฟุตบอลศิษย์ปัจจุบัน(เสื้อสีเหลือง)

ทั้งนี้หลังจากเสร็จสิ้นกีฬาฟุตบอลแล้วผมได้เดินทางกลับไปยังศูนย์ประชุมนานาชาติฯและพบว่ากลุ่มนักจิตอาสา “มดแดง”ขาประจำกำลังขมักเขม้นจัดสถานที่กันใหม่ทั้งเวทีและห้องประชุมสำหรับอาหารเย็นและราวเกือบหกโมงเย็น  ทางมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่และคณะต่างๆรวมทั้งศิษย์เก่าได้ทยอยมาสมทบอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในภาพรวมแล้วการจัดงานอินทรีคืนรังครั้งนี้มีความคึกคักสูงและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากโดยมีแม่งานหลายคนด้วยกันควรจะได้รับความชื่นชม ดังเช่น อาจารย์มณีวรรณ ชลัย รองอธิการบดี  ผศ.บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยอธิการบดี และ อาจารย์พิเชฎฐ์ พรหมดวง ผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษาและทีมงานสำนักกิจการนักศึกษา พ.ต.ท. ดร.พัชรพงษ์ อัครเมธากุล ประธานชมรมศิษย์เก่า รวมถึงศิษย์ปัจจุบันอย่าง
นายวัฒวิทย์ กันธะมาลัย อดีตนายกองค์การนักศึกษา นายพันธมิตร อินทรประสาท นายกองค์การนักศึกษาคนปัจจุบัน  และยังมีสองหนุ่มสาวที่ทำงานได้เสมือนมืออาชีพคือคุณเจตน์ณรงค์ คำเป็ง และนางสาวอโนชา ลาขุมเหล็กซึ่งต่างเป็นนักกิจกรรมมือหนึ่งของมหาวิทยาลัยนอร์ท
-เชียงใหม่

และเมื่อเสร็จงานแล้วก็มีกลุ่ม “มดแดง” จิตอาสาเต็มร้อยอีกนั่นแหละที่ช่วยกันเก็บอุปกรณ์ โต๊ะเก้าอี้และทำความสะอาดสถานที่ให้อยู่ในระเบียบเรียบร้อยซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันดีงามขององค์กรแห่งนี้ที่น่าชื่นชมยิ่งละครับ

ภาพบรรยากาศกิจกรรมในภาคค่ำ

โดย…ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

การให้เป็นความสุขที่แท้จริง

เมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ “แอนดรูว์ คาเนกี้” คือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ทั้งนี้สมัยก่อนการที่จะเดินทางไปอ่านหนังสือตามห้องสมุดสาธารณะนั้นเป็นเรื่องไม่ง่ายและเนื่องจากคาเนกี้เป็นนักอ่านตัวยง เขาจึงมักจะไปขออาศัยอ่านหนังสือตามบ้านเพื่อน และจากการรักเรียนนั้นเอง จึงมีผลทำให้เขานำเอาความรู้ต่างๆที่ได้ร่ำเรียนมาสร้างฐานะจนได้กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก เนื่องจากคาเนกี้เล็งเห็นถึงคุณค่าของความรู้ เขาจึงบริจาคเงินเพื่อนำไปสร้างมหาวิทยาลัยและยังได้บริจาคเงินเพื่อให้นำไปสร้างหอสมุดมากกว่าสามพันแห่งอีกด้วย!!! เนื่องจากแอนดรูว์ คาเนกี้ รักที่จะเป็นผู้ให้ โดยในปี 1911 ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *