Tuesday , July 23 2019
Breaking News
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / บทบาทของล็อบบี้ยิสต์แห่งเมืองลุงแซม

บทบาทของล็อบบี้ยิสต์แห่งเมืองลุงแซม

วุฒิสมาชิกบ็อบ โดลและวุฒิสมาชิกจอร์จ มิตเชลล์

ฉบับนี้ผมใคร่เสนอบริการที่ท่านผู้อ่านอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันเท่านใดนัก โดยบริการนี้เรียกกันว่า “ล็อบบี้ยิสต์” (Lobbyist)

อนึ่งผมได้เรียนรู้ถึงบทบาทของการเป็นล็อบบี้ยิสต์ เมื่อตอนที่ผมกำลังศึกษาอยู่ปีที่สาม ณ มหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์ นครลอสแอนเจลิส ในแขนงวิชารัฐศาสตร์

ทั้งนี้บทบาทของล็อบบี้ยิสต์ถือเป็นธุรกิจใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และจากเว็ปไซด์ของ Salary.com วันที่ 27 เมษายน 2019 ระบุว่าโดยเฉลี่ยแล้วรายได้ของพวกเขาอยู่ที่ปีละ 111,430 เหรียญ หรืออย่างน้อยอยู่ระหว่าง 89,840 เหรียญ ถึง 153,565 เหรียญต่อปี!!!

ส่วนคุณสมบัติที่ดีของล็อบบี้ยิสต์ก็คือ อย่างน้อยควรจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือหากเป็นนักกฎหมายโดยอาชีพก็ถือว่าดีเยี่ยม โดยพวกเขาควรจะมีพรสวรรค์ในการสร้างเครือข่ายและเข้าสังคม มีความรอบรู้ด้านสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจ ชอบในการวิเคราะห์ข้อมูลที่สลับซับซ้อน ซึ่งหากมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนดังที่กล่าวมาแล้วก็ถือได้ว่า เขาคนนั้นจะเป็นล็อบบี้ยิสต์ที่สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเท่าใดนัก!!!

ทั้งนี้อาชีพล็อบบี้ยิสต์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ส่วนใหญ่แล้ว นักการเมืองที่เคยทำงานในสภาคองเกรสมาก่อน มักจะเข้ามายึดอาชีพนี้เพื่อเป็นนักวิ่งเต้นในแวดวงการเมือง

“รูดอล์ฟ เกียอิอะนี” อดีตนายกเทศมนตรี แห่งนครนิวยอร์ก ที่ขณะนี้เขามารับตำแหน่งทนายความ และยังเป็นกระบอกเสียงให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยึดอาชีพล็อบบี้ยิสต์มาก่อน ซึ่งเขาสามารถทำรายได้อย่างมหาศาลจากการเป็นตัวแทนของรัฐบาลนานาประเทศ และยังเป็นตัวแทนของบริษัทชั้นนำยักษ์ใหญ่ในการล็อบบี้เรื่องราวต่างๆอีกด้วย!!!

ทั้งนี้รูดอล์ฟ เกียอิอะนี่ ขายบริการในการเป็นล็อบบี้ยิสต์หลายๆวิธีด้วยกัน อาทิเช่น ออกรายการโทรทัศน์เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับลูกค้าของเขาเป็นประจำ โดยเขาพยายามพูดจาหว่านล้อมให้ผู้ฟังคล้อยตาม

แม้กระทั่ง มร.หลุยส์ ฟรีค อดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองเอฟบีไอ ก็ยังตั้งบริษัทบริการล็อบบี้ที่มีชื่อว่า Freeh Group International Solutions โดยใช้บริการของรูดอล์ฟ เกียอิอะนี่ อีกต่อหนึ่ง

และจากรายงานของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2016 ว่า อดีตวุฒิสมาชิกบ็อบ โดล ซึ่งเคยได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งช่วงชิงในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และยังถือว่าเขาเป็นนักการเมืองขวาจัด โดยจะเห็นได้ว่า เขาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประเทศไต้หวันมาตลอด ซึ่งเขาได้รับค่าตอบแทนจากรัฐบาลไต้หวันเป็นประจำเดือนๆละสองหมื่นห้าพันเหรียญ นอกเหนือจากนั้นแล้วยังรับเงินพิเศษหากไต้หวันเรียกใช้บริการพิเศษเป็นกรณีๆไป!!!

อนึ่งหากจำกันได้ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ารับพิธีสาบานตัวเข้าสู่ตำแหน่ง เขาเคยได้สร้างข่าวเกรียวกราวมาแล้วครั้งหนึ่งในเดือนธันวาคม 2016 ที่เขารับโทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน แห่งไต้หวัน ที่ได้สร้างความอึดอัดใจให้แก่ประธานาธิบดีสี เจิ้นผิง มากทีเดียวเพราะถือว่าเป็นการขัดต่อประเพณีที่สหรัฐอเมริกาได้รับรองว่าจีนมีเพียงประเทศเดียว ในสมัยของประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์เมื่อปี 1979

และการที่ครั้งนั้นประธานาธิบดีทรัมป์ยกหูโทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ก็อาจจะเป็นการเกทับเพื่อหวังผลทางการเมืองกับจีน!!!

“วุฒิสมาชิกเทรนท์ ล็อตต์” อดีตผู้นำที่มีอิทธิพลเป็นอย่างสูงของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา แต่เมื่อเขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งวุฒิสมาชิกแล้วนั้น เขาได้หันไปยึดอาชีพล็อบบี้ยิสต์เป็นกระบอกเสียงให้แก่บรรดาบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ทั้งหลายดังเช่น แอ็กซอนโมบิล เชฟรอน และเชลล์ เป็นต้น

ทั้งนี้การที่นักการเมืองทรงอิทธิพลของสหรัฐฯ เข้ามายึดอาชีพล็อบบี้ยิสต์เป็นกระบอกเสียงให้แก่นานาประเทศนั้น มิได้จำกัดอยู่เฉพาะแค่เพียงนักการเมืองของพรรครีพับลิกันอย่างเดียว แต่ยังเป็นที่นิยมในบรรดานักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลของค่ายพรรคเดโมแครตอีกด้วยดังเช่น “อดีต สส.ริชาร์ด เกปฮาร์ดต์” จากรัฐมิซซูรี ซึ่งเขาผู้นี้เคยเป็นผู้นำของพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส โดยขณะนี้เขาตกลงใจทำงานเป็นตัวแทนให้แก่รัฐบาลไต้หวัน ที่ได้รับค่าตอบแทนถึงเดือนละ 25,000 เหรียญ!!!

“จอร์จ มิตเชลล์”  อดีตผู้นำนักการเมืองของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา เมื่อลาออกแล้วเขาก็ได้ผันตัวกลายเป็นล็อบบี้ยิสต์ให้แก่อุตสาหกรรมยาสูบ และยังเป็นกระบอกเสียงกับบริษัทยักษ์ใหญ่อีกหลายๆบริษัท สืบเนื่องมาจากประสบการณ์อันยาวนานในสภาคองเกรสนั่นเอง

ทั้งนี้สภาคองเกรสสหรัฐอเมริกายังออกกฎหมายควบคุมล็อบบี้ยิสต์เมื่อปี 1946 ที่เรียกว่า “Federal Regulation of Lobbying Act” และเมื่อปี 1995 สภาคองเกรสได้ผ่านกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่เรียกว่า “Lobbying Disclosure Act” โดยหากใครกระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงของกฎหมายสองฉบับนี้มีโอกาสติดคุกได้ดังที่ได้เกิดขึ้นกับ มร.โรบิร์ต มานาฟอร์ต อดีตประธานหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ได้ติดคุกอยู่ขณะนี้

กล่าวโดยสรุปการเป็นล็อบบี้ยิสต์ในประเทศสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นธุรกิจขายบริการที่ทำเงินเข้ากระเป๋าได้อย่างมหาศาลและเนื่องจากเป็นอาชีพที่จะต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอีกทั้งมีกฎหมายควบคุมเข้มและหากประเทศไทยเปิดสอนในสาขาอาชีพนี้อย่างเป็นทางการและปรับกฎหมายล็อบบี้ให้เข้มขึ้นและให้ล็อบบี้ยิสต์ลงทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อง่ายในการควบคุม ก็น่าจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่สามารถจะกำจัดการคอร์รัปชั่นไปได้มิใช่น้อยทีเดียวละครับ.

โดย…ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

สี่สาวดาวรุ่งในสภาคองเกรสกำลังเขย่าเวทีการเมืองสหรัฐฯ

ขณะนี้สังคมอเมริกันกำลังเข้าสู่โหมดตึงเครียดสุกงอมแบบใกล้จะหลุดออกจากขั้วเข้าไปทุกทีทุกที การพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางสมัยอย่างถล่มทะลายเมื่อเจ็ดเดือนก่อนหน้านี้ เป็นผลทำให้พรรคเดโมแครต กลับมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพราะคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยสองปีแรกของการก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาวประธานาธิบดีทรัมป์สามารถทำอะไรได้อย่างที่ใจปรารถนา เนื่องมาจากทั้ง สภาคองเกรส ศาลสูงสุด และ ฝ่ายบริหาร ต่างอยู่ในกำมือของประธานาธิบดีทรัมป์แทบทั้งสิ้น แต่ตอนนี้กลับตาลปัตรทำให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถท้าทายประธานาธิบดีทรัมป์ได้อย่างน่าสะพรึงกลัวสุดๆ!!! อนึ่งการเลือกตั้งกลางสมัยครั้งที่ผ่านมาล่าสุดนี้ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *