Saturday , May 25 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / สองประธานาธิบดีแห่งแวดวงมายาสู่ การเมืองสหรัฐอเมริกา

สองประธานาธิบดีแห่งแวดวงมายาสู่ การเมืองสหรัฐอเมริกา

อุตสาหกรรมด้านการบันเทิงในสหรัฐอเมริกา นับว่ายิ่งใหญ่มีมูลค่ามหาศาลกว่าหนึ่งล้านๆเหรียญ เป็นสินค้าส่งออกที่มีความสำคัญ นอกเหนือจากนั้นก็ยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไปในตัวอีกด้วย

อนึ่งสหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีที่เป็นนักบันเทิงสองคนด้วยกัน ท่านแรกก็คือ “ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน”

แรกเริ่มเดิมทีของการเข้าสู่แวดวงการเมืองของโรนัลด์ เรแกน นั้นเขาได้เข้าไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งนับเป็นจุดเปิดทางให้เข้าไปสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี เพราะรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุด อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆ ในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนียก่อนรัฐอื่นๆเสมอๆ

ครั้งที่เรแกนอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าฯรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น เขาใช้พรสรรค์จากการแสดงภาพยนต์ที่เขาถนัดมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับแวดวงการเมือง และด้วยใบหน้าอันแสนหล่อเหลาจึงไม่แปลกที่จะทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนอเมริกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาสุภาพสตรีที่นิยมชมชอบเขามากเป็นพิเศษ!!!

และถึงแม้ว่าเรแกนจะไม่มีประสบการณ์ทางด้านการบริหารประเทศก็ตาม แต่เขาก็ได้เชิญผู้ที่มีทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้านต่างๆเข้ามาอยู่รอบๆกายที่เรียกกันว่า “Kitchen Cabinet”

ทั้งนี้ผมยังจำได้อย่างแม่นยำเลยว่า ศาสตราจารย์ผู้สอนวิชากล่าวสุนทรพจน์ของผมชื่อดร.แม็คโคล้ ครั้งที่ผมเข้าไปศึกษาในปีแรกที่มหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์นั้น ก็เป็นผู้เขียนสุนทรพจน์ให้กับผู้ว่าฯเรแกน

อย่างไรก็ตามกว่าเรแกนจะได้รับเลือกให้เข้าไปดำรงตำแหน่งอยู่ในทำเนียบขาวได้นั้น เขาพากเพียรพยายามอยู่หลายครั้งหลายคราในการที่จะเข้าไปเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกัน โดยผู้ที่เป็นศัตรูทางการเมืองของเขาล้วนแล้วแต่เป็นนักการเมืองชั้นเซียนเหยียบเมฆเจนเวทีแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯร็อคกี้ เฟลเลอร์ แห่งรัฐนิวยอร์คหรือประธานาธิบดีจอร์จ เอ็ช.ดับเบิ้ลยู.บุช

แต่เมื่อเรแกนได้รับชัยชนะมีโอกาสเดินเข้าสู่ทำเนียบขาวได้นั้น เขามีเป้าหมายอยู่ในหัวอย่างชัดเจนแล้วว่า “เขาจะต้องทำอะไรบ้าง?” โดยเขาได้ระดมพลเอ่ยปากเชื้อเชิญนักบริหารระดับมืออาชีพที่เคยร่วมเป็นมันสมองอยู่รอบๆกายครั้งที่เขายังอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าฯรัฐแคลิฟอร์เนียให้เข้าไปช่วยเหลือในการบริหารประเทศอีกด้วย

ส่วนจุดเด่นอันชัดเจนของประธานาธิบดีเรแกนก็คือ เป็นคนที่มีอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลา บางครั้งมีเรื่องที่ถือว่าวิกฤติ แต่เรแกนก็มักจะหยอดมุข เพื่อไม่ต้องการให้คนอเมริกันเครียดเกินไป ดังจะเห็นได้ในกรณีที่เขาเคยถูกยิง แต่เรแกนกลับทำให้บรรยากาศในสหรัฐอเมริกาไม่ตึงเครียดเสมือนว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่อย่างใด

และบางครั้งเมื่อเรแกนถูกซักถามด้วยคำถามหนักๆ เขาก็มักจะแสดงท่าทีเอามือป้องหูแล้วแกล้งทำเป็นพูดว่า “คุณถามอะไรนะ ผมไม่ได้ยิน” แล้วก็รีบเดินจากไปแบบทองไม่รู้ร้อน!!!

และหากจะมองย้อนกลับมาที่พรรสวรรค์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แล้วนั้น เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในอดีตเขาเคยวนเวียนอยู่ในแวดวงการแสดงทางโทรทัศน์มาอย่างยาวนานที่ผู้ชมส่วนใหญ่เป็นคนระดับล่าง โดยพวกเขาเหล่านั้นได้กลายเป็นฐานเสียงทางการเมืองที่คอยสนับสนุนเขาเรื่อยมาจนตราบเท่าทุกวันนี้

ส่วนการมีอารมณ์แกว่งๆไม่ค่อยนิ่งของประธานาธิบดีทรัมป์นั้น ก็นับเป็นนิสัยประจำตัวที่แก้ไม่ตกของเขาไปเสียแล้ว และถึงแม้ว่าเขาจะพูดโกหกอยู่เป็นประจำทุกๆวันก็ตาม แต่กลับกลายเป็นว่า คนอเมริกันเคยชินไม่ใส่ใจ โดยจะเห็นได้จากสถิติการพูดโป้ปดมดเท็จของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีมากกว่าหนึ่งพันครั้งในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าได้กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่คนอเมริกันต่างให้การยอมรับในการพูดจาตลบตะแลงที่แตกต่างไปจากสมัยก่อนๆไปแล้วด้วยเช่นกัน!!!

สำหรับการออกมาป่าวประกาศโฆษณายกยอปอปั้นตนเองของประธานาธิบดีทรัมป์ ก็นับเป็นพรสวรรค์แปลกๆที่นักการเมืองที่มีอุดมการณ์มักจะไม่ค่อยทำกัน

เกี่ยวกับการเผชิญหน้าทางการเมืองระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนักการเมืองของพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรคเดโมแครตมีเสียงข้างมากเหนือพรรครีพับลิกัน 38 เสียงก็ดูเหมือนว่า เรื่องนี้กำลังจะกลายเป็นวิกฤติทางการเมืองก็ตาม แต่กลับปรากฎว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้กลยุทธ์จนสามารถพลิกสถานะการณ์ไปได้

ในกรณีรายงานของอัยการพิเศษโรเบิร์ต มุลเลอร์ ที่สอบสวนข้อสงสัยว่า รัสเซียเข้ามามีส่วนเอื้ออำนวยให้โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกในตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016 นั้นปรากฏว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาแก้ต่างประกาศซ้ำๆซากๆทุกเมื่อเชื่อวันว่า เขาไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด จนมีผลทำให้ฐานการเมืองของเขาพากันเชื่อและคล้อยตาม

และถึงแม้ว่าขณะนี้อัยการพิเศษมุลเลอร์ได้ออกมาประท้วงว่าข้อกล่าวอ้างของประธานาธิบดีทรัมป์คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง แต่กลับปรากฏว่า เรื่องหายเงียบเข้าไปในกลีบเมฆไม่มีผลแต่อย่างใด

แม้กระทั่งนักการเมืองมืออาชีพและข้าราชการที่ทรงอิทธิพลหลายร้อยคนจากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตต่างได้ร่วมกันออกมาลงชื่อว่า รายงานมุลเลอร์ที่เปิดเผยออกมาบางส่วนนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์มีแนวโน้มว่าจะมีพฤติกรรมกระทำความผิดต่อกฏหมายอาญาหลายๆกระทงก็ตาม แต่ก็ปรากฏอีกเช่นกันว่า เรื่องค่อยๆเงียบหายไป โดยประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ออกมาประกาศตอบโต้ย้ำๆหลายๆครั้งอีกว่า เขาไม่มีความผิดแต่อย่างใด แถมยังทั้งผลักทั้งดันให้วุฒิสมาชิกมิชท์ แม็คคอนเนลล์ ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาออกมาประกาศว่า “เรื่องนี้จบไปแล้ว”

ส่วนกรณีที่รัฐมนตรียุติธรรม มร.วิลเลียม บารร์ ไม่ยอมไปปรากฏตัวต่อคณะกรรมาธิการตุลาการของสภาผู้แทนฯเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว แม้ว่าสส.เจอร์รี นาดเลอร์ ประธานคณะกรรมการธิการชุดนี้ได้ออกมาประกาศขู่ว่า “รัฐมนตรียุติธรรมบารร์พูดโกหกที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและจะเอาโทษ”แต่กลับไม่มีผลแต่อย่างใด

อีกทั้งการที่มร.ดอน แม็คกานทนายความประจำทำเนียบขาวนานกว่า 21 เดือน ซึ่งเขาผู้นี้ทราบรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าเขายินดีที่จะไปให้ปากคำต่อคณะกรรมการตุลาการของสภาผู้แทนฯแล้วก็ตาม แต่กลับถูกประธานาธิบดีทรัมป์คัดค้านอย่างเข้มข้น

หรือแม้กระทั่งอัยการพิเศษโรเบิร์ต มุลเลอร์ ที่มีข้อมูลในการสอบสวนอย่างครบครัน ก็ต้องถูกประธานาธิบดีทรัมป์ผลักดันสภาคองเกรสไม่ให้ความร่วมมือต่อเขาด้วยเช่นกัน

ส่วนผลสรุปการสวบสวนของอัยการมุลเลอร์ที่มีความยาวถึง 448 หน้า ก็ถูกประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาทำทุกวิถีทางสกัดกั้นไม่ให้รายงานนี้เปิดเผยออกมาสู่สายตาสาธารณะชน ซึ่งปรากฎอีกเช่นกันว่า สภาคองเกรสก็ไม่สามารถทำอะไรต่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้ โดยเขาใช้กลเม็ดต่างๆเล่นละครฉากแล้วฉากเล่าทำให้คนอเมริกันสับสนจนทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ!!!

และถึงแม้ว่าขณะนี้จะมีการขับเคลื่อนต้องการที่จะปลดประธานาธิบดีทรัมป์ให้กระเด็นออกไปจากตำแหน่งก็ตาม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ก็มีวุฒิสมาชิกของพรรครีพับลินกันมีเสียงข้างมากอยู่ในมือ ซึ่งในสุดแล้วพรรคเดโมแครตแม้จะมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนเหนือพรรครีพับลินกัน  38 เสียงก็ตาม แต่คงจะไม่สามารถทำอะไรต่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้เช่นกัน

ทั้งนี้และทั้งนั้นพอจะสรุปได้ว่าการใช้พรสวรรค์ด้านการเป็นนักแสดงในแวดวงบันเทิงของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน และของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากครั้งที่ประธานาธิบดีเรแกนพ้นออกจากตำแหน่งเขายังคงมีคะแนนนิยมอยู่ที่ 68%  ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์อาจจะเป็นเพียงนักแสดงมือสมัครเล่นมิได้เป็นมืออาชีพจึงมีผลทำให้คะแนนนิยมของเขาอยู่แค่เพียง 42% และยังถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 45 รั้งท้ายที่สุดในจำนวนประธานาธิบดีสหรัฐฯ 45 คน โดยมีประธานาธิบดีบารัก โอบามา คู่อริที่ประธานาธิบดีทรัมป์เหม็นขี้หน้าโจมตีวันแล้ววันเล่าติดอยู่ในอันดับยอดนิยมที่ 8 ละครับ.

        โดย…ดร.วิวัฒน์  เศรษฐช่วย

Check Also

อินทรีคืนรัง

บทความฉบับนี้ผมขออนุญาตเปลี่ยนรูปแบบของการเสนอบทความโดยใช้ภาพประกอบเป็นหลักเนื่องจากกิจกรรมอินทรีคืนรังมีมากมายด้วยกัน นกอินทรีถือว่านกพิเศษ เป็นนกที่ฉลาด สง่างาม เป็นราชาแห่งนกที่บินสูงที่สุดและมีอายุยืนยาวที่สุดที่สามารถอยู่ได้ถึง 70 ปี แต่กว่านกอินทรีจะมีอายุได้ถึง 70 ปีได้นั้น ตอนนกอินทรีมีอายุ 40 ปี นกอินทรีมีทางเลือกสองทางคือจะปลิดชีวิตตัวเอง หรือต้องการจะอยู่ต่อไปอีกสามสิบปี ...