Tuesday , July 23 2019
Breaking News
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / เที่ยว “บ้านดำ” มรดกล้ำค่าอันน่าภาคภูมิใจ ของเมืองล้านนา

เที่ยว “บ้านดำ” มรดกล้ำค่าอันน่าภาคภูมิใจ ของเมืองล้านนา

ช่วงวันหยุดเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ครอบครัวของผมรวมแปดชีวิตได้มีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจกันที่จังหวัดเชียงราย  โดยผมใคร่นำเรื่องราวดีๆที่ได้ไปพบเห็นมาฝากท่านผู้อ่าน

ทั้งนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมได้ไปสัมผัสมา แต่ผมใคร่จะขอแบ่งปันเกี่ยวกับ “พิพิธภัณฑ์บ้านดำ” ที่ตั้งอยู่ ณ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย

ผมเคยได้ยินและได้ฟังเกี่ยวกับพิพัธภัณฑ์บ้านดำแห่งนี้มานานเต็มทีทำให้ผมหวังเอาไว้ในใจเสมอๆว่า หากมีโอกาสเมื่อใดจะแวะเข้าไปเยี่ยมชม แต่เท่าที่ผ่านมาทุกๆครั้งที่เดินทางไปเชียงรายโอกาสไม่เคยอำนวยเลยแม้แต่ครั้งเดียว!!!

อย่างไรก็ตามผู้ที่ริเริ่มสร้างพิพัธภัณบ้านดำแห่งนี้ขึ้นมาก็คือ “อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี” ศิลปินแห่งชาติผู้ยิ่งใหญ่ของเรานั่นเอง

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า อาจารย์ถวัลย์มิได้เป็นศิลปินธรรมดาๆ  เพราะท่านสร้างผลงานด้านศิลปะเอาไว้อย่างมากมาย และท่านยังมีชื่อเสียงโด่งดังขจรขจายจนเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ

อย่างไรก็ตามการแต่งกายของอาจารย์ถวัลย์นั้น ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากศิลปินทั่วๆไป โดยท่านไว้หนวดเครายาวเป็นแบบฉบับที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนโดยท่านมีความเชื่อมั่นสูงมากทีเดียว!!!

อาจารย์ถวัล ดัชนี จบปริญญาตรีศิลปบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยศิลปากรโดยท่านเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นท่านคือบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย

สำหรับการศึกษาระดับปริญญาโทนั้น อาจารย์ถวัลย์จบด้านจิตรกรรมฝาผนังอนุสาวรีย์และผังเมือง จบการศึกษาในระดับปริญญาเอกทางด้านอภิปรัชญาและสุนทรียศาสตร์ จากประเทศเนเธอร์แลนด์

การที่ท่านทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจสร้างสรรค์ผลงานติดต่อกันมาเป็นเวลาอันยาวนานกว่าห้าสิบปีนั้น นับว่าเป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมมากทีเดียว

เมื่อผมได้ยินและได้ฟังเกี่ยวกับการที่อาจารย์ถวัลย์ได้ทุ่มเทสร้างผลงานมาอย่างยาวนานทำให้ผมรู้สึกชื่นชมท่านมากทีเดียว และสี่ปีก่อนเมื่อได้ทราบข่าวร้ายเรื่องการสูญเสียของท่าน ผมได้ถือโอกาสเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปคารวะท่านเป็นครั้งสุดท้ายในงานพระราชทานเพลิงศพของท่านที่กรุงเทพฯ โดยได้พบกับ “ดร.กมล ทัศนาญชลี” ศิลปินแห่งชาติเพื่อนรักเก่าแก่ยาวนานกว่าสี่สิบปีของผม และยังมีโอกาสได้พูดคุยสนทนากับครอบครัวของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนีอีกด้วย

ในคืนงานวันนั้นปรากฏว่ามีบุคคลสำคัญๆทั้งภาครัฐบาล ภาคเอกชนรวมไปถึงศิลปินจากทั่วทุกวงการต่างพร้อมใจไปรวมตัวกันอย่างแน่นขนัด!!!

คราวนี้ผมขอวกกลับมาพูดเกี่ยวกับพิพัธภัณฑ์บ้านดำ โดยวันนั้นทันทีที่ผมย่างเท้าก้าวเข้าไปปรากฏว่า ผมเห็นบ้านตั้งเรียงรายกว่าสามสิบหลังที่ทุกๆหลังล้วนมีสีดำด้วยกันทั้งสิ้น

สำหรับในตัวอาคารพิพัธภัณฑ์อันใหญ่โตนั้น ก็เต็มไปด้วยกระดูกสัตว์ต่างๆอาทิเช่น เขากวาง เขาควาย กระดูกช้าง หนังจระเข้ และหนังงูที่มีขนาดยาวหลายสิบฟุต

       

หลังจากที่ผมได้เดินชมภายในพิพิธภัณฑ์นานร่วมชั่วโมง ผมก็ออกเดินไปเที่ยวชมบริเวณบ้านดำที่ตั้งเรียงรายในพื้นที่กว่าหนึ่งร้อยไร่ซึ่งเต็มไปด้วยความร่มรื่นบ้านแต่ละหลังสร้างด้วยศิลปะแบบล้านนา และยังมีสระน้ำใหญ่เบ่อเริ่มเทิ้มตั้งอยู่อีกด้วย!!!

อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวไม่สามารถจะเข้าไปในบ้านดำได้ทุกหลังโดยบางหลังท่านสามารถจะมองลอดผ่านไปได้จากหน้าประตูเท่านั้นเองสำหรับการจัดแต่งภายในบ้านแต่ละหลังก็มีแนวความคิดแตกต่างออกไปแทบทุกหลัง

โดยสิ่งก่อสร้างบนลานบ้านดำกอปรไปด้วยรูปแบบต่างๆเช่น มหาวิหาร บ้านทรงไทยสไตล์ล้านนาที่ใหญ่ที่สุด ทั้งนี้การตกแต่งภายในพระวิหารมีภาพวาด ไม้แกะสลักติดเอาไว้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ทั้งนี้ผมได้แวะหยุดศึกษา ณ บ้านดำหลังหนึ่งเป็นเวลานาน โดยบริเวณใต้ถุนบ้านแห่งนั้นเต็มไปด้วยกระดูกของบรรดาสัตว์ต่างๆวางเรียงรายเอาไว้อย่างมากมาย

อนึ่งผมได้นั่งศึกษาโครงกระดูกทุกๆส่วนของช้างที่ได้จัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ (โปรดดูภาพประกอบ)

ทำให้ผมหวนคิดไปถึงภาพในอดีตบ้านของผมที่ควนขนุน พัทลุง ซึ่งมีช้างสองเชือกแม่และลูกตัวเล็กๆที่คุณพ่อของผมซื้อเอามาเลี้ยงไว้เมื่อสมัยที่ผมยังเป็นเด็กๆ

คุณพ่อได้สั่งสอนผมอยู่เสมอๆว่า “ห้ามใช้คำหยาบคายกับช้างแม่ลูกทั้งสองอย่างเด็ดขาด”โดยคุณพ่อบอกว่า “ช้างมีความจำเป็นเลิศแถมยังต้องการให้เราเอาอกเอาใจเป็นอย่างมากอีกด้วย” ส่วนการเลี้ยงช้างนับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเราจะต้องจัดหาอาหารที่ช้างชอบกินให้มากเพียงพอ และในเวลากลางคืนแม่ช้างมักจะส่งเสียงร้องคำรามเสียงดัง ซึ่งผมคาดว่าอาจจะเกิดจากความไม่พอใจที่ต้องถูกล่ามเอาไว้กับต้นไม้ ที่ถึงแม้ว่าเชือกที่ใช้ล่ามนั้นจะไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็น่าแปลกที่ช้างไม่เคยสลัดเชือกเส้นเล็กๆที่ล่ามเอาไว้แต่อย่างใด!!!

และถึงแม้ว่า อ.ถวัลย์ จะถึงแก่อนิจกรรมไปแล้วก็ตาม แต่บ้านดำก็ยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้สร้างเอาไว้อย่างมากมาย โดยผลงานบางชิ้นเคยนำไปแสดงยังต่างประเทศอีกด้วย

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปีพ.ศ.2544 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ประกาศยกย่องให้ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) และผมทราบมาว่าผลงานศิลปะแต่ละชิ้นของอาจารย์ถวัลย์มีคนสั่งจองล่วงหน้าเอาไว้คิวยาว โดยผลงานของท่านมีมูลค่ามหาศาล

ทั้งนี้ “คุณดอยธิเบศร์ ดัชนี” ลูกชายของอาจารย์ถวัล ดัชนีได้รับช่วงส่งต่อสมบัติอันล้ำค่านี้ไป ซึ่งคงจะเป็นงานที่ท้าทายอันยิ่งใหญ่ทีเดียวและผมหวังใจเอาไว้เป็นอย่างยิ่งว่า พิพัธภัณฑ์บ้านดำแห่งนี้จะเป็นสมบัติอันยั่งยืนคู่กับชาติไทยตลอดไป

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นหากผู้อ่านท่านใดมีโอกาสเดินทางไปจังหวัดเชียงรายก็ไม่ควรพลาดการเยี่ยมชมชม “พิพัธภัณฑ์บ้านดำ”ที่แสดงถึงเอกลักษณ์และศิลปะแบบล้านนาอันทรงคุณค่าโดยตั้งอยู่ที่ 333 หมู่ 13 ตำบลนางแล อำเภอเชียงราย โทรศัพท์ 053-776-333 หรือเปิดเวปไซด์ที่ http://www.thawan-duchanee.com  แล้วท่านจะคิดถึงอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่อย่างมิรู้ลืมละครับ.

โดย ดร. วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

 

Check Also

สี่สาวดาวรุ่งในสภาคองเกรสกำลังเขย่าเวทีการเมืองสหรัฐฯ

ขณะนี้สังคมอเมริกันกำลังเข้าสู่โหมดตึงเครียดสุกงอมแบบใกล้จะหลุดออกจากขั้วเข้าไปทุกทีทุกที การพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางสมัยอย่างถล่มทะลายเมื่อเจ็ดเดือนก่อนหน้านี้ เป็นผลทำให้พรรคเดโมแครต กลับมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพราะคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยสองปีแรกของการก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาวประธานาธิบดีทรัมป์สามารถทำอะไรได้อย่างที่ใจปรารถนา เนื่องมาจากทั้ง สภาคองเกรส ศาลสูงสุด และ ฝ่ายบริหาร ต่างอยู่ในกำมือของประธานาธิบดีทรัมป์แทบทั้งสิ้น แต่ตอนนี้กลับตาลปัตรทำให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถท้าทายประธานาธิบดีทรัมป์ได้อย่างน่าสะพรึงกลัวสุดๆ!!! อนึ่งการเลือกตั้งกลางสมัยครั้งที่ผ่านมาล่าสุดนี้ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *