Saturday , May 25 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / หนึ่งในนักวิจัยยอดเยี่ยมของอาเซียน

หนึ่งในนักวิจัยยอดเยี่ยมของอาเซียน

นักวิจัยแทบทุกๆคนต่างก็หวังและตั้งใจต้องการที่จะมีผลงานอันแสนยอดเยี่ยม แต่การที่จะเป็นเช่นนั้นได้จะต้องกอปรไปด้วยปัจจัยหลายๆอย่างอาทิ  จะต้องเป็นคนที่รักในงานวิจัย ต้องมีเครือข่ายที่ดี ต้องมีความอดทน เป็นนักคิดนอกกรอบ เป็นคนเปิดใจกว้างยอมรับในสิ่งที่ท้าทาย ยอมเสี่ยงและเอาความล้มเหลวมาเป็นบทเรียน ยึดเอางานวิจัยเป็นสิ่งที่มีคุณค่าถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่ได้รับรางวัลใดๆเป็นสิ่งตอบแทนก็ตาม แต่ก็ยอมเสียสละลงมือทำ

ทั้งนี้ยังมีนักวิจัยท่านหนึ่งที่มีคุณสมบัติดังกล่าวและยังมีจิตอาสายอมทุ่มเทชีวิตทั้งด้านงานวิจัย รวมไปถึงการถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ลูกหาเหล่าบรรดานักศึกษาที่ โดยท่านรับหน้าที่สอนติดต่อกันมายาวนานกว่า 18 ปี นับตั้งแต่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่เริ่มก่อตั้งขึ้น อีกทั้งท่านยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่องและเพิ่งจะได้รับรางวัลชนะเลิศของอาเซียนเมื่อสองสัปดาห์ก่อนนี้เอง !!!

โดยบุคคลที่ผมได้นำเรื่องราวมาแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านได้ทราบในฉบับนี้ก็คือ “อาจารย์พิเชษฐ์ ทานิล” ที่ท่านเรียนสาขาวิจัยไฟฟ้าและพลังงาน โดยได้ศึกษาวิชาเอกเกี่ยวกับ “พลังงานน้ำ”

ส่วนรางวัลชนะเลิศที่ท่านและคณะได้รับมานั้น เป็นรางวัลที่มีการประกวดในโครงการริเริ่มใหม่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นสำหรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยทีมของอาจารย์พิเชษฐ์ได้รับรางวัลเป็นเงิน 500,000 บาทด้วยกัน

ซึ่งปีนี้ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนโดยมีสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเจ้าภาพ โดยได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “ASEAN NEXT 2019” ที่คาดหวังเรื่องการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศของประชาคมอาเซียน โดยองค์กรแห่งนี้ได้เปิดโอกาสด้านการพัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน

งานนี้ได้จัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมพูลแมนคิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ

สำหรับเรื่องราวของ อาจารย์พิเชษฐ์ ทานิล นักวิจัยหนุ่มไฟแรงท่านนี้ ผมเคยเขียนลงในบทความ “บ้านเขา บ้านเรา” ของ นสพ.สยามมีเดียมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2016 ในหัวข้อเรื่อง “จิตวิญญาณของนักวิจัยดีเด่นประจำมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่”  ซึ่งได้รับความสนใจจากท่านผู้อ่านสูงมากอีกบทความหนึ่งเช่นกัน!!!

ทั้งนี้อาจารย์พิเชษฐ์ได้ทุ่มเทศึกษาและวิจัยเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนดอยปู่หมื่นมาอย่างยาวนานกว่า 13 ปี โดยชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งต้นน้ำตั้งอยู่ในพื้นที่ราบสูง ชาวบ้านพึ่งพาหารายได้จากการปลูกชาพันธุ์อัสสัมเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก และเนื่องจากทำเลที่ตั้งของชุมชนแห่งนี้ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึง 160 กิโลเมตร การเดินทางจึงค่อนข้างลำบากมากทีเดียว แต่นั่นมิใช่อุปสรรคที่จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของอาจารย์พิเชษฐ์แต่อย่างใด

อาจารย์พิเชษฐ์ชี้ว่า แหล่งน้ำที่มีอยู่ถือเป็นศูนย์กลางและเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาในทุกๆด้าน เนื่องจากชุมชนมีความต้องการใช้พลังงานน้ำในการแก้ปัญหาและชุมชนยังมีความต้องการใช้น้ำตลอดทั้งปี ซึ่งในเวลาเดียวกันชุมชนยังจะต้องมีความรู้ในด้านช่วยกันรักษาป่าต้นน้ำ  เพราะไม่มีป่าก็ไม่มีน้ำ      โครงการของอาจารย์พิเชษฐ์ชิ้นนี้ มีเป้าหมายที่ชัดเจนก็คือหนึ่งเพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริในด้านการบริหารจัดการน้ำและนวัตกรรมพลังงานน้ำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ส่วนเป้าหมายที่สอง อาจารย์พิเชษฐ์บอกว่าโครงการนี้ต้องการพัฒนาให้เป็นชุมชนอัจฉริยะโดยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งอินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things) มาประยุกต์ใช้ในด้านจัดการน้ำของชุมชน อีกทั้งยังต้องเก็บข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งสามารถจะขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆที่มีระบบคล้ายๆกันได้อีกด้วยเช่น ชุมชนที่มีระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ

ส่วนเป้าหมายที่สามอาจารย์พิเชษฐ์ชี้ว่า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้นวัตกรรมพลังงานน้ำร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในกระบวนการผลิตชาที่สะอาด ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยื่น

เมื่อมองในในภาพรวมแล้วโครงการนี้จะส่งผลให้บรรดาชุมชนต่างๆเหล่านี้สามารถพึ่งพาตัวเองได้

อนึ่งโครงการนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายของประชาคมอาเซียนและประเทศญี่ปุ่นโดยหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้น้ำมันเชื้อเพลงมาเป็นการใช้พลังน้ำ ปรากฎว่าผลผลิตของชาดอยปู่หมื่นเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสามสิบเท่าตัว และยังทำให้ผลิตภัณฑ์ชาของดอยปู่หมื่นได้รับรองมาตรฐานจาก “United States Drug Administration Organic”  อีกทั้งพลังงานน้ำยังสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด รวมถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ของชุมชนสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่สิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

โครงการดังกล่าวนี้เป็นผลงานแบบต่อเนื่องของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ในระดับการศึกษาปีที่ 2  ปี 3  และปีที่ 4  โดยพวกเขามุ่งเน้นการทำงานแบบ “พี่ร่วมสร้าง น้องสานต่อ” บุกบั่นเดินทางเข้าไปทำงานในโครงการดอยปู่หมื่นแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2549

โดยอาจารย์พิเชษฐ์ได้เล่าให้ผมฟังด้วยความภาคภูมิใจว่าต้องการให้นักศึกษามีจิตอาสาเข้าไปช่วยพัฒนาสังคมตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “วิศกรเพื่อชุมชน”

อย่างไรก็ตามน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่ นางสาวสุรัสวดี ชัยวงค์ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สองได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมในการนำเสนอผลงานเป็นภาษาอังกฤษ ต่อคณะกรรมการผู้ตัดสิน โดยเธอได้เสนอเสริมว่า  โครงการนี้ชื่อว่า “นวัตกรรมพลังงานน้ำและกระบวนการผลิตชาที่สะอาดสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ของชุมชนบนพื้นที่ราบสูงดอยปู่หมื่น ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

โดยนางสาวสุรัสวดีได้อธิบายเพิ่มเติมด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วว่า รุ่นพี่ของพวกเราได้ริเริ่มในการเข้าไปพัฒนาร่วมกับชุมชน โดยรุ่นพี่เน้นหลัก 3 ประการอันได้แก่ ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปดูโครงสร้างของต้นน้ำ ทำเครื่องผลิตชาด้วยพลังงานน้ำ อีกอย่างก็คือทำเครื่องตะบันน้ำเพื่อส่งน้ำสะอาดไปยังโรงคัดบรรจุชาที่อยู่สูงกว่า” 
โดยเธอเสริมอีกว่า “โครงการนี้ได้เริ่มจุดประกายมาจากรุ่นพี่ เนื่องจากพี่ๆเล็งเห็นว่า ดอยปู่หมื่นเป็นแหล่งต้นน้ำและตั้งอยู่บนพื้นที่สูงทำให้การได้มาซึ่งข้อมูลปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า และข้อมูลปริมาณการใช้น้ำของชุมชน ค่อนข้างยากลำบาก อีกทั้งประเด็นด้านอุปกรณ์ตรวจวัดที่มีอยู่เดิมในชุมชน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าไปจัดเก็บข้อมูลค่อนข้างมีจำกัด และการที่พวกเราอยากที่จะแก้ไขปัญหา จึงได้วิเคราะห์จากปัจจัยของปัญหาโดยแบ่งออกเป็นสามส่วนได้แก่
1. เพื่อโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ
2. เพื่อการเกษตร (สูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ)
3. เพื่ออุปโภคบริโภค”

โดยคุณสุรัสวดีได้สรุปว่า “พวกเราได้ใช้อุปกรณ์ตรวจวัดเดิมที่มีอยู่แล้วและนำเทคโนโลยี “Internet of Things” มาร่วมทำงานเพื่อเฝ้าติดตาม สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กของชุมชน น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำพร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดข้อมูลปริมาณการใช้น้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกส่งข้อมูลเก็บสู่ระบบ Cloud Store ผ่านเทคโนโลยี Internet of Things ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้สำหรับการบริหารจัดการน้ำชุมชนและใช้ในการตัดสินใจต่อๆไป

การร่วมมือร่วมใจของ อาจารย์พิเชษฐ์ ทานิล ที่ได้นำทีมวิจัยกอปรด้วยนักศึกษาสี่คนอันได้แก่ นางสาวสุรัสวดี ชัยวงค์ นายวัชรพงษ์ ภิญโญ  นายสาทร กล่ำแก้ว และ นายณัฐวัฒน์ พัลวัล ที่ต่างก็เป็นนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และยังมีอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการอีกสามท่านร่วมในงานวิจัยครั้งนี้ด้วยคือ อาจารย์นฤเบศร์ หนูใสเพ็ชร อาจารย์นิติพัฒน์ จอมมงคล และอาจารย์วิบูลย์ จันทรมณี ที่คณะวิจัยกลุ่มนี้ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า ทุกๆท่านมีความสามารถเป็นพิเศษในการมีจิตอาสาต้องการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในพื้นที่ราบสูงที่ห่างไกลจากความเจริญ!!!

และผมต้องขออภัยที่ไม่สามารถนำประวัติการทำงานอันแสนยอดเยี่ยมของแต่ละท่านมาเล่าสู่กันฟังได้ทั้งหมด เนื่องจากเนื้อที่มีค่อนข้างจำกัด

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสนใจว่า ขณะนี้อาจารย์พิเชษฐ์ได้รับรางวัลต่างๆอย่างมากมายและยังได้รับเชิญให้ไปเสนอผลงานตามมหาวิทยาลัยและหน่วยราชการต่างๆอยู่เป็นประจำเช่นกัน อีกทั้งเมื่อสามปีก่อนผมได้เข้าร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับผลงานดีเด่นของอาจารย์พิเชษฐ์ที่สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีสื่อมวลชนเข้าไปร่วมทำข่าวมากมายทีเดียว

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นน่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเรายังมีบุคลากรที่ยอมเสียสละทุ่มเทเพื่อสังคมโดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจและยังมีจิตอาสาต้องการที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่เยาวชนลูกหลานไทยอย่างแข็งขันจากรุ่นสู่รุ่นและในอนาคตอันใกล้อีกไม่นานนี้ท่านก็จะจบการศึกษา เนื่องจากท่านต่อยอดหาความทักษะความรู้เพิ่มเติมในระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยขณะนี้“อาจารย์พิเชษฐ์ ทานิล” ได้กลายเป็นนักวิจัยในระดับสากลที่พวกเราชาวนอร์ท-เชียงใหม่ปลาบปลื้มยินดีกันอย่างยิ่งละครับ.

โดยดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

อินทรีคืนรัง

บทความฉบับนี้ผมขออนุญาตเปลี่ยนรูปแบบของการเสนอบทความโดยใช้ภาพประกอบเป็นหลักเนื่องจากกิจกรรมอินทรีคืนรังมีมากมายด้วยกัน นกอินทรีถือว่านกพิเศษ เป็นนกที่ฉลาด สง่างาม เป็นราชาแห่งนกที่บินสูงที่สุดและมีอายุยืนยาวที่สุดที่สามารถอยู่ได้ถึง 70 ปี แต่กว่านกอินทรีจะมีอายุได้ถึง 70 ปีได้นั้น ตอนนกอินทรีมีอายุ 40 ปี นกอินทรีมีทางเลือกสองทางคือจะปลิดชีวิตตัวเอง หรือต้องการจะอยู่ต่อไปอีกสามสิบปี ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *