Saturday , May 25 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / สัมผัสนักการทูตสองประเทศ

สัมผัสนักการทูตสองประเทศ

หากจะพูดในแง่หลักการทูตแล้วประเทศใดหรือแม้กระทั่งสถาบันการศึกษาใดก็ตาม ที่ถือว่าตนเองยังไม่แข็งแกร่งมากเท่าที่ควร ส่วนใหญ่มักจะค่อยๆก้าวและค่อยๆเสริมสร้างความสัมพันธ์กับโลกภายนอก และขณะนี้ก็ดูเหมือนว่า “มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่” ที่ผมประจำอยู่ก็กำลังปฏิบัติเช่นนั้น

โดยในช่วงห้าปีกว่าๆที่ผ่านมานี้ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ก้าวรุดหน้า เพื่อเร่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อสถาบันการศึกษาต่างๆทั่วทุกมุมโลก จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่ขณะนี้ได้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นตามลำดับ!!!

เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีนักการทูตสองประเทศอันได้แก่ “ฯพณฯ แพททริค วาโมโต้” เอกอัคราชทูตประเทศเคนยา และ “กงสุลจิรีช เจน” แห่งประเทศอินเดีย ได้ให้เกียรติเดินทางมาเยือนมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

การต้อนรับสองนักการทูตนี้สู่สถาบันการศึกษาของเราในวันนั้นเป็นไปอย่างอบอุ่น โดย “อธิการบดีดร.ณรงค์ ชวสินธุ์”และคณะผู้บริหารต่างให้การต้อนรับที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี ซึ่งมีเรื่องน่าสนใจหลายๆเรื่อง ที่ผมใคร่นำมาแบ่งปันให้แก่ท่านผู้อ่าน

ทั้งนี้ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตแพททริค วาโมโต้ นับเป็นนักการทูตมืออาชีพระดับสูง เพราะนอกจากท่านจะทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลสถานทูตประเทศเคนยาประจำประเทศไทยแล้วก็ตาม แต่ท่านก็ยังต้องทำหน้าที่รับผิดชอบทั้งในประเทศเขมรและลาวอีกด้วยเช่นกัน!!!

อนึ่งประเทศไทยและเคนยาได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตติดต่อกันมาเป็นเวลานานกว่า 52 ปี ตั้งแต่ปี 1967  โดยความสัมพันธ์ทางการทูตของไทยและเคนยามีอย่างราบรื่นตลอดมา

เคนยาเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของไทยในภูมิภาคอาฟริกาตะวันออก และหากดูจากแผนผังของภูมิประเทศแล้วจะเห็นได้ว่า “เคนยาตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง” โดยตั้งอยู่ติดกับมหาสมุทรอินเดีย มีทัศนียภาพที่สวยงามและยังมีทรัพยากรที่อุดมสมบรูณ์ จึงทำให้ประเทศเคนยาได้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของโลก  และเมื่อพูดถึงกรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยาแล้ว ก็นับว่าเป็นเมืองสำคัญที่เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม ศูนย์กลางของเศรษฐกิจในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก

และยังเป็นที่น่าสังเกตุอีกเช่นกันว่า สายการบินไทยมีตารางบินตรงไปยังเมืองหลวงของประเทศเคนยาในทุกๆวัน!!!

ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อประเทศเคนยาเป็นอย่างสูง ดังจะเห็นได้จากการเดินทางไปเยือนของ “พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา” อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อปีค.ศ1984  อีกทั้ง “ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” ก็ได้เดินทางไปเยือนเคนยาในปี 1993 และยังมี “ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์” อดีตรองนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนเคนยาเมื่อปี 1999

และในปี 2005 นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ไปเยือนเคนยาด้วยเช่นกัน

ส่วน “ประธานาธิบดีแดเนียล อาแรป โมอี แห่งประเทศเคนยาก็ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ 1990  โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศเคนยาได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยในปีต่อมา

ย้อนกลับไปถึงในวันที่ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตวาโมโต้ ได้พูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่นั้น ปรากฏว่าท่านเอกอัคราชทูตให้ความเป็นกันเองกับพวกเราสูงมาก โดยท่านกล่าวในตอนหนึ่งว่า เวลาที่ท่านได้เยือนเราในวันนั้นช่างแสนสั้นเหลือเกิน โดยท่านได้ให้สัญญาว่า จะกลับมาเยือนอีกและจะใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ เพื่อต้องการปรึกษาหารือร่วมกันหลายๆด้าน ทั้งด้านการตั้งโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศเคนยากับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่!!!

และก่อนที่ ฯพณฯ เอกอัคราชทูตแพททริค วาโมโต้ จะเดินทางกลับ ท่านได้มอบของที่ระลึกและหนังสือ “มนต์ขลังแห่งเคนยา” ให้แก่ท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ อาจารย์เสวตร์ ตาจุมปา ผู้ช่วยรองอธิการบดี และผม

เนื้อหาในหนังสือเล่มนั้นมีการบรรยายธรรมโดย “พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี” ซึ่งมีเนื้อหาสาระอันแสนจะประทับใจยิ่ง และยังมี“เดวิด แซ่เล้า” นักถ่ายภาพระดับอาชีพชื่อดังได้ทำการบันทึกภาพที่สวยงามตื่นตาตื่นใจทั้งเล่ม ทำให้ผู้ที่อ่านหนังสือเล่มนี้สามารถหลับตาจินตนาการเหมือนดั่งได้เดินทางท่องเที่ยวไปในป่าอุทยานของประเทศเคนยากว่า 65 แห่งจริงๆด้วยซ้ำไป!!!

อย่างไรก็ตามก็ยังมีภาพที่สวยงามแสนจะล้ำเลิศที่ได้รับการบันทึกมาจากแหล่งท่องเที่ยวป่าซาฟารี และแม้ว่าจะสงวนสิขสิทธิ์ก็ตาม แต่ผมได้รับการอนุญาตให้สามารถนำมาเผยแพร่ได้ โดยผ่าน

“มาดาม Valerie Rugene”  ภรรยาของ ฯพณฯแพททริค วาโมโต้ ที่ผมต้องขอกล่าวขอบคุณมา ณ ที่นี้

สำหรับ “ท่านกงสุลชิรีช เจน” แห่งประเทศอินเดีย ซึ่งก่อนหน้านี้ท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์และผมก็ได้มีโอกาสพบปะกับท่านมาแล้ว ฉะนั้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจึงเป็นไปอย่างสนิทสนม

ทั้งนี้ท่านกงสุลชิรีช เจน มิได้เป็นนักการทูตธรรมดาๆ เนื่องจากท่านได้รับทุนการศึกษาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองเบอร์คเลย์ ในระดับปริญญาเอก และเมื่อจบการศึกษาแล้วแทนที่ท่านจะยึดอาชีพนักวิชาการ ท่านกลับตัดสินใจเลือกอาชีพนักการทูตแทน ทั้งนี้ผมยังได้รับทราบมาว่าภรรยาของท่านเป็นนักสร้างภาพยนต์มืออาชีพอีกด้วย!!!

โดยเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ท่านกงสุล ชิรีช เจนได้เดินทางเยือนมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และท่านก็ได้นำหนังสือจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับประเทศอินเดียมามอบให้กับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ด้วย

ทั้งนี้หนังสือเหล่านี้มีเนื้อหากอปรไปด้วยประวัติศาสตร์ ศาสนา ประเพณี ชีวประวัติของผู้นำอินเดียเป็นต้น

อนึ่งเมื่อสองเดือนก่อนท่านกงสุลชีรีช เจน ยังได้มอบอัตชีวประวัติของมหาตามะ คานธี ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้แก่ท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ซึ่งผมเคยได้เขียนเป็นบทความสองชิ้นลงในนสพ.สยามมีเดียไปแล้วอีกด้วย

และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีมอบหนังสือเรียบร้อยแล้ว ท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ก็ได้เชิญกงสุลชิรีช เจนและภรรยาเลี้ยงรับรองอาหารเที่ยง ณ ห้องอาหาร The Cafe ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ โดยมีคณะผู้บริหารได้ร่วมรับประทานอาหารด้วยและได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับประเทศอินเดียซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นการที่ได้มีโอกาสต้อนรับสองนักการทูตที่ได้เดินทางมาเยี่ยมเยือน มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และได้มีโอกาสแบ่งปันทัศนคติในเรื่องต่างๆ นับว่าเป็นเกียรติแก่สถาบันของเราเป็นอย่างยิ่ง โดยถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศนี้ และยังถือว่าได้ประเทศไทยพลอยได้รับผลประโยชน์ไปในตัวไม่มากก็น้อยด้วยละครับ.

 

โดยดร. วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

 

Check Also

อินทรีคืนรัง

บทความฉบับนี้ผมขออนุญาตเปลี่ยนรูปแบบของการเสนอบทความโดยใช้ภาพประกอบเป็นหลักเนื่องจากกิจกรรมอินทรีคืนรังมีมากมายด้วยกัน นกอินทรีถือว่านกพิเศษ เป็นนกที่ฉลาด สง่างาม เป็นราชาแห่งนกที่บินสูงที่สุดและมีอายุยืนยาวที่สุดที่สามารถอยู่ได้ถึง 70 ปี แต่กว่านกอินทรีจะมีอายุได้ถึง 70 ปีได้นั้น ตอนนกอินทรีมีอายุ 40 ปี นกอินทรีมีทางเลือกสองทางคือจะปลิดชีวิตตัวเอง หรือต้องการจะอยู่ต่อไปอีกสามสิบปี ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *