Saturday , May 25 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / หัวเลี้ยวหัวต่อการเมืองไทย

หัวเลี้ยวหัวต่อการเมืองไทย

นานาประเทศบนโลกกลมๆใบนี้ถือได้ว่ายังไม่มีรัฐธรรมนูญของประเทศใดเลยที่จะมีความสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มๆ ทำนองเดียวกันกับรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดของประเทศไทย

และถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกาจะถูกร่างขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1787 แล้วก็ตาม อีกทั้งผู้ที่เข้ามาช่วยกันกำหนดร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกอปรไปด้วยหลากหลายอาชีพ หลายศาสนา ดังเช่น นักชาตินิยม นักกฎหมาย นักการทูต นักธุรกิจ ทหาร เกษตรกร นักนวัตกรรม อาจารย์ นักการเมือง นักการศึกษา หมอและนักกฎหมายมีมากที่สุดที่มีถึง 32 คน

บุคคลเหล่านี้ทั้งหมด 55 คนได้ยอมเสียสละเพื่อประเทศชาติจับมือร่วมกับกลุ่มของผู้ที่มีมันสมองระดับหัวกะทิชั้นเซียนประชุม โดยพวกเขาต่างเชื่อกันว่า รัฐธรรมนูญของพวกเขาเป็นฉบับที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก กลับปรากฏว่ามิได้เป็นเช่นนั้นแต่อย่างใด!!!

อนึ่งกลุ่มผู้ร่างรัฐธรรมนูญในยุคสมัยนั้น ต่างเดินทางมาจากรัฐดั้งเดิมทั้ง 13 รัฐ โดยพวกเขาสละเวลาละทิ้งครอบครัวเข้าไปรวมตัวใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกินด้วยกันถึงสี่เดือน มีข้อถกเถียงโต้แย้งกันตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยการประนีประนอมจนเกิดรัฐธรรมนูญขึ้นมา แต่กลับปรากฏว่ามิได้รองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมอเมริกันในปัจจุบัน  จึงเป็นที่มาของบทแทรกเพิ่มเติมอีก 27 บท เพื่อให้ทันยุคสมัยเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคม แต่ก็ยังมีปัญหาตราบเท่าทุกวันนี้

อีกทั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯเมื่อ 237 ปีก่อนนั้น คาดการณ์ไม่ถึงว่า การเมืองของพวกเขาจะมีสองพรรคการเมืองยักษ์ใหญ่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดวิถีชีวิตของอเมริกันชน

แต่หากมองในอีกแง่มุมหนึ่งก็น่าชื่นชมการมองการณ์ไกลของบรรดาผู้ร่างรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯด้านที่พวกเขาไม่ต้องการให้เกิดเผด็จการแบบถาวรเกิดขึ้นในประเทศของเขา ดั่งเช่นกรณีที่ประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ไม่ขอรับตำแหน่งในสมัยที่สาม จนได้กลายเป็นประเพณีสืบเนื่องเรื่อยมาจวบจนถึงสมัยของประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี.รูสเวลท์ ที่เขาไม่ยอมปฏิบัติตามประเพณี นั่งครองอยู่ในตำแหน่งถึงสี่สมัยและเสียชีวิตขณะที่ดำรงอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีอีกด้วย!!!

กระนั้นก็ตามสภาคองเกรสเล็งเห็นถึงจุดบกพร่องดังกล่าว จึงได้กำหนดว่า“ประธานาธิบดีสหรัฐฯจะดำรงอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินสองสมัย” จึงได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ในปี 1951

แต่ก็ยังปรากฏว่า ประธานาธิบดีบางคนต้องการบริหารประเทศแบบเผด็จการ ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน และกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์!!!

แต่ทว่าปัจจุบันนี้สภาคองเกรสของสหรัฐฯยังคงความศักดิ์สิทธิ์ไม่ยอมนิ่งดูดายปล่อยให้มีการปกครองแบบเผด็จการเกิดขึ้น

แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญของประเทศเยอรมันก็ได้กำหนดให้มีรัฐบาลผสมเข้าไปร่วมกันบริหารประเทศ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนอันล้ำค่าให้แก่คนไทย เพราะแรกเริ่มเดิมทีรัฐธรรมนูญของเยอรมันมีช่องโหว่รูเบ่อเริ่มเทิ้ม โดยเมื่อใดก็ตามที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจะพบกับความยากลำบากในการฟอร์มรัฐบาล!!!

คราวนี้ลองหันมาพูดถึงรัฐธรรมนูญของไทย โดยแรกเริ่มเดิมทีตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปีพ.ศ. 2475 ซึ่งผ่านมาแล้ว 87 ปี ประเทศไทยของเรามีรัฐธรรมนูญมาแล้วทั้งหมด20 ฉบับ!!!

เพราะเมื่อใดก็ตามที่ทหารเข้ามายึดอำนาจรัฐธรรมนูญฉบับเดิมก็จะถูกฉีกขยี้ทิ้ง และนำเอาพวกของตนเข้ามาเป็นฝ่ายร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ จนทำให้เกิดปัญหาอันน่าปวดหัวอยู่ในขณะนี้โดยผมใคร่ตั้งคำถามสัก 6 ข้อดังต่อไปนี้

เพราะเหตุใดและทำไมจึงต้องมีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่แทบทุกๆครั้งหลังเกิดการรัฐประหาร?

เมื่อใดประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรม?

จะแน่ใจได้อย่างไรว่ารัฐธรรมนูญที่มีจะมุ่งรับใช้ประชาชนของประเทศ  และจะไม่กลายเป็นตรายางให้แก่ผู้มีอำนาจ?

จะทำอย่างไรให้มีการฟอร์มรัฐบาลอย่างยุติธรรมและรวดเร็วหลังจากจบการเลือกตั้ง?

จะทำอย่างไรให้ผู้มีอำนาจตระหนักถึงการมีภาพพจน์ที่ดีในสายตาของนานาชาติ?

และสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุดที่ผมข้องใจใคร่รู้ก็คือ จะทำอย่างไรให้ฝ่ายทหารตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยไม่เข้าไปแทรกแซงการเมืองและไม่ก่อรัฐประหารแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า?

ทั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทยถูกมองว่า ผู้ที่เข้ามารับหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญต้องการรับใช้ คสช. เพื่อให้คสช.สืบทอดอำนาจต่อไป ทำให้การเมืองถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วสองฝักสองฝ่าย

โดยล่าสุดของวันที่ 27 มีนาคมนี้ขั้วนักการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับ คสช.ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยเรียกตัวเองว่า “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ได้ประกาศเจตนารมณ์จัดตั้งรัฐบาลร่วมกันโดยระบุว่ามีที่นั่งในสภาฯรวมกันแล้วอย่างน้อย 255 คน

ส่วนขั้วของ คสช.ซึ่งมีพรรคประชารัฐเป็นแกนนำมีจำนวนสมาชิกผู้แทนฯที่ได้รับเลือกน้อยกว่า แต่ออกมาอ้างว่ามีจำนวนผู้ลงคะแนนหรือมีป๊อปปูล่าโหวตมากกว่า จึงสมควรแล้วที่จะเป็นฝ่ายฟอร์มรัฐบาล และได้ส่งสัญญาณไปยังกลุ่มขั้วประชาธิปไตยทำนองว่าอย่าชี้นำให้แตกแยกอย่ากวนน้ำให้ขุ่นและไม่ว่าอย่างไรก็ตามจะไม่ยอมโดยเด็ดขาด

และดูประหนึ่งว่าการฟอร์มรัฐบาลของแต่ละขั้วคงจะยุ่งยากและยืดเยื้อไปอีกนาน  อีกทั้งกว่ากกต.จะประกาศรายชื่อของ สส. ที่แน่นอนในวันที่ 9 พฤษภาคมถึงอีกหกสัปดาห์ก็ย่อมสร้างความลังเลใจให้กับนักลงทุนเพราะนักลงทุนอาจจะขาดความมั่นใจโดยไม่แน่ใจว่าขั้วไหนจะเป็นฝ่ายฟอร์มรัฐบาล

และเป็นที่แน่นอนอีกว่าไม่ว่าขั้วไหนจะฟอร์มรัฐบาลได้ก็คงจะขาดเสถียรภาพเพราะรัฐบาลมาจากหลายๆพรรคโดยแต่ละพรรคต่างมีนโยบายต่างกันอีกด้วย

อย่างไรก็ตามจากการแถลงสุดของ กกต.เมื่อวันพฤหัสที่ 28 มีนาคมนี้ปรากฏว่ามีจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 74% เท่ากับเป็นสิ่งที่ดีมากที่คนไทยมีการตื่นตัวเรื่องการเลือกตั้งสูงกล่าวคือพรรคประชารัฐได้รับ 8.4 ล้านคะแนน พรรคเพื่อไทย 7.9 ล้านคะแนน พรรคอนาคตใหม่ 6.2 ล้านคะแนน พรรคประชาธิปัตย์ 3.9 ล้านคะแนนและพรรคภูมิใจไทย 3.7 ล้านคน

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นผมเชื่อเหลือเกินว่า ผู้นำของประเทศใดๆก็ตามที่มีความจริงใจทั้งต่อประเทศชาติและต่อประชาชน ก็ไม่ยากเลยที่จะเป็นผู้นำที่ดีจนสามารถเข้าไปกำหนดชะตากรรมของประเทศนั้นๆได้ และผมก็ยังมั่นใจอีกด้วยเช่นกันว่าพี่น้องชาวไทยทุกๆคนล้วนแล้วแต่มีความเฉลียวฉลาด มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีวุฒิภาวะสามารถวิเคราะห์และเลือกเฟ้นผู้ที่จะเข้าไปกำหนดชะตากรรมของประเทศได้และนำประเทศที่จะสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้เป็นอย่างดี เพื่ออนาคตของประเทศชาติบ้านเมืองแต่ขณะนี้ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการเมืองไทยละครับ.

โดยดร. วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

อินทรีคืนรัง

บทความฉบับนี้ผมขออนุญาตเปลี่ยนรูปแบบของการเสนอบทความโดยใช้ภาพประกอบเป็นหลักเนื่องจากกิจกรรมอินทรีคืนรังมีมากมายด้วยกัน นกอินทรีถือว่านกพิเศษ เป็นนกที่ฉลาด สง่างาม เป็นราชาแห่งนกที่บินสูงที่สุดและมีอายุยืนยาวที่สุดที่สามารถอยู่ได้ถึง 70 ปี แต่กว่านกอินทรีจะมีอายุได้ถึง 70 ปีได้นั้น ตอนนกอินทรีมีอายุ 40 ปี นกอินทรีมีทางเลือกสองทางคือจะปลิดชีวิตตัวเอง หรือต้องการจะอยู่ต่อไปอีกสามสิบปี ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *