Monday , August 26 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา /   เจอเพชรเม็ดงามอีก 1 เม็ด

  เจอเพชรเม็ดงามอีก 1 เม็ด

    

เป็นที่ยอมรับกันอย่างดีว่า หากนักศึกษาคนใดที่เป็นนักกิจกรรมในขณะที่ยังเรียนหนังสืออยู่ก็ตาม แต่ยังคงสามารถรักษาผลการเรียนเอาไว้ได้อย่างดี เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย นักศึกษาคนนั้นมักจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และหากนักศึกษาผู้นั้นกำลังเรียนในระดับมัธยมศึกษาของสหรัฐอเมริกาแล้วละก็ โอกาสที่เขาจะได้ทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อแบบฟรีๆ มิต้องเสียค่าใช่จ่ายใดๆ ในระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำก็ย่อมจะมีสูงมากด้วยเช่นกัน

เมื่อปีกว่าๆ ที่ผ่านมานี้ ในรั้วของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ทุกๆกิจกรรมที่เราจัดขึ้นมา ผมมักจะพบเห็นนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่มักจะได้รับมอบหมายในหน้าที่พิธีกร โดยผมนึกอยู่ในใจว่า สักวันหนึ่งนักศึกษาคนนี้ ซึ่งเธอมีทั้งความมั่นใจสูง พูดจาฉะฉานและมีความสามารถเฉพาะตัวหลากหลายคงจะได้รับตำแหน่งดาวของสถาบันแห่งนี้แน่นอน!!!

โดยนักศึกษาสาวคนนี้มีชื่อเต็มว่า “นางสาวอโนชา ลาขุมเหล็ก” และมีชื่อเล่นว่า“น้องน้ำ”

และเมื่อผมมีโอกาสได้ศึกษาประวัติกิจกรรมต่างๆของ “น้องน้ำ”แล้วนั้น ทำให้ผมค้นพบว่า ตั้งแต่เธอเรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 จนถึงมัธยมปีที่ 6 เธอได้รับรางวัลชนะเลิศในประเภทต่างๆ ทุกๆ ปี และหลายๆ รางวัลอีกด้วย

เนื่องจากเธอมีพรสวรรค์พิเศษในการขับร้องเพลงไทยเดิม  ขับร้องเพลงประสานเสียง สวดมนต์สรภัญญะ แถมเธอยังเคยได้รับเชิญให้ออกรายการในสถานีโทรทัศน์ช่องไทยพีบีเอสอีกด้วย

ส่วนแววการเป็นนักกิจกรรมและการเป็นผู้นำของเธอเริ่มขึ้นในมัธยมศึกษาที่ 5-6  โดยเธอได้รับเชิญให้ไปเป็นพิธีกรหลักในงานสำคัญต่างๆ ให้กับโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ฯ โดยการเป็นตัวแทนของโรงเรียนในการขับร้องเพลง แข่งขันการขับร้องทำนองเสนาะ ขับเสภา และสิ่งที่ “น้องน้ำ”ภาคภูมิใจมากที่สุดก็คือ การที่เธอได้มีจิตอาสาเสียสละทำงานในคณะกรรมการนักเรียนอย่างเต็มที่!!!

คราวนี้ลองหันกลับมาดูว่า เพราะเหตุใด “น้องน้ำ” จึงได้เลือกมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เป็นสถาบันการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย โดยเธอได้เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “จากการที่เธอร่วมทำกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลายในช่วงชีวิตนักเรียนในระดับมัธยมศึกษานั้น บางครั้งทำให้เธอไม่สามารถตอบตัวเองได้เลยว่า อยากจะเป็นอะไรในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าบางคนอาจจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงได้เร็วไม่เหมือนกับบางคนที่กว่าจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงได้ก็ต้องใช้เวลายาวนาน แต่สักวันเราจะต้องค้นพบอย่างแน่นอน ดังเช่นเธอในวันนี้ เพราะก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยครอบครัววางแผนให้เรียนสายวิทย์-คณิต แต่เธอชอบทำงานตั้งแต่เด็ก จึงแอบพ่อไปทำงานพาร์ทไทม์ เพื่อหาเงินพิเศษอยู่บ่อยๆ”

และ “น้องน้ำ”ยังได้เล่าต่อไปว่า “ในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย เธอสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐแห่งหนึ่งในเมืองหลวง กรุงเทพมหานครฯ และเธอก็ยังสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยนานาชาติได้อีกแห่งหนึ่งเช่นกัน แต่เมื่อเธอลองเข้าไปศึกษาในระยะเวลาสั้นๆ เธอเล่าว่า นั่นมิใช่สิ่งที่ตอบโจทย์สำหรับเธอ อีกทั้งการเดินทางไปเรียนก็ใช้เวลานานเพราะการจราจรติดขัด ทำให้เธอรู้สึกว่า เธอจะได้อะไรในการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงที่ต้องแย่งกันเดินทาง แย่งกันซื้อกิน ต้องเหนื่อยกับการเดินทาง และแล้ววันหนึ่งเธอก็ได้ตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่ ต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตนเอง เธอจึงตัดสินใจค้นหามหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ จนเธอได้ค้นพบ “มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ” ซึ่งเธอบอกว่า รู้สึกว่าเป็นสถานที่ๆ “ใช่” สำหรับเธอ เพราะมีทั้งสนามกอล์ฟอยู่กลางมหาวิทยาลัย มีสัตว์น่ารักๆเดินเล่น มีบรรยายที่ธรรมชาติแบบสุดๆ เธอบอกอย่างติดตลกว่า “ใครจะคิดหล่ะคะว่าจะมีมหาวิทยาลัยที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านพักตากอากาศ และมีบรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นเปรียบเสมือนบ้านตนเอง”

“น้องน้ำ” ได้เล่าต่อไปว่า “ดิฉันมีเวลาครึ่งปีกว่าๆก่อนจะศึกษาในมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ที่นี่ จึงตัดสินใจของอนุญาตครอบครัวไปหาประสบการณ์ โดยขึ้นไปอยู่บนดอย เธอจึงเริ่มที่จะเดินทางไปที่ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากเชียงใหม่ประมาณ 6 ชั่วโมง หนทางนั้นสุดแสนจะทุรกันดาร แต่สิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจไปหมู่บ้านเล็กๆที่ชื่อว่า “หมู่บ้านป่าแก่กลาง” ก็คือ ผู้คนที่นั่นช่างมีน้ำใจให้ความช่วยเหลือตลอดทาง มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ แม้จะคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่เธอก็ถามตัวเองตอนเดินทางได้ครึ่งทางว่า “ฉันมาทำอะไรที่นี่” พูดก็คนละภาษา อาหารการกินก็แตกต่าง ทำให้ช่วงสัปดาห์แรก เธอร้องไห้อยากกลับบ้าน แต่เจ้าของบ้านที่เธอไปพักเห็นเธอไม่มีอะไรทำและเศร้าๆจึงเริ่มชวนเธอไปไร่กะหล่ำปลี โดยสอนงานวิธีการปลูก พาไปเรียนรู้การปลูกเสาวรส เดินป่า และยังสอนวิธีการใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องใช้เงิน เธอจึงเริ่มรู้สึกสนุกสนาน และเธอบอกว่าสิ่งที่เธอภูมิใจที่สุดก็คือ การที่เธอได้มีโอกาสสอนชาวเขาทำปุ๋ยหมักชีวภาพ และการปลูกพืชหมุนเวียนแบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีน้องๆที่เรียนหนังสือบนดอยมาช่วยเป็นล่ามให้ และเกือบ 6เดือนที่เธอใช้เวลาอยู่ที่นั่น ซึ่งเป็นความทรงจำที่สวยงามที่สุด และหลังจากกลับมาเธอจึงค้นพบว่า จริงๆแล้วความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง แต่การที่มนุษย์เราต้องการเงินทองก็เพราะความเจริญในโลก” โดย “น้องน้ำ”บอกว่า เธอมีความปรารถนาอยากจะช่วยพวกชาวบนดอยให้มีทั้งความรอบรู้ด้านการพัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต และต้องการให้พวกเขามีความรู้ด้านต่างๆที่พวกเขาจำเป็นต้องใช้ ”

สำหรับความฝันในอนาคตของ”น้องน้ำ” นั้นเธอตอบว่า “ถ้าถาม ณ ตอนนี้เธอมีความฝันอยากเป็นนักธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะหนูรักในงานด้านบริการ อยากเป็นเจ้าของกิจการที่ให้การบริการแบบมีคุณภาพที่สุด และใช้ธุรกิจของเธอเป็นตัวกลางในการช่วยส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับผู้คนที่อยู่ห่างไกล นำผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ชาวเขาผลิตส่งขาย โดยอยากจะช่วยควบคุมคุณภาพให้แก่ผลผลิตของชาวเขาบนดอยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอบอกว่า อยากเป็นนักธุรกิจที่ประกอบกิจการแบบครบวงจร “

ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้เกริ่นก่อนแล้วว่า จะขอเล่าเรื่องการประกวดตัดสินโครงการสร้างแนวคิดดีๆ (Smart Gen MK2Cs) ที่จัดขึ้นโดยองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งองค์กรนี้มอบหมายให้ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เป็นผู้ประสานโดยมี ผศ.บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา เป็นประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่

อนึ่งโครงการดังกล่าวมีมหาวิทยาลัย 11 สถาบันเข้าร่วมโครงการ โดยหนึ่งในโครงการนั้นมีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ร่วมอยู่ด้วย

และ “น้องน้ำ” ก็ได้ทำหน้าที่ตัวแทนของกลุ่มนำเสนอโครงการ “Just Change for Better” โดยท้ายที่สุดคณะกรรมการได้มีมติตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า โครงการของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่มาอันดับหนึ่ง อันดับสองคือมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในโครงการ “สร้างจิตสาธารณะจากหนึ่งคนสู่สังคม” และอับดับสามเป็นของ สถาบันพลศึกษาเชียงใหม่ในโครงการ “การประกวดดนตรีลูกทุ่ง ดาวรุ่งลูกทุ่งเชียงใหม่”

ทั้งนี้ “น้องน้ำ”ได้เริ่มเล่าความเป็นมาของโครงการและความสำคัญของโครงการว่าเนื่องจากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างผลเสียและมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำของมนุษย์ ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้นมีอาการป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจและอาการป่วยอื่นๆตามมา มีผลกระทบต่อด้านธุรกิจ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เลือกที่จะเดินทางมายังเมืองที่มีมลพิษทางอากาศแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่อาจทำให้เสียรายได้ คณะผู้จัดทำจึงเร่งเห็นถึงความสำคัญของต้นตอสาเหตุของการเกิดมลภาวะนี้ขึ้น ทั้งการเผาไร่เพื่อเตรียมฤดูการเพาะปลูก การเกิดจากธรรมชาติ ลมพัดกรวด หินทราย และด้วยทุกวันนี้ผู้คนซื้อยาพาหนะส่วนตัวกันมากขึ้น ทำให้มีการปล่อยก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง เพราะการขนส่งรถประจำทางบนท้องถนนยังมีความล่าช้า ในการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วนจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องใช้ยานพาหนะของตนเอง

สำหรับแรงบันดาลใจในการคิดทำโครงการนี้ “น้องน้ำ” และคณะผู้ร่วมทีมได้ระบุว่า ด้วยจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองที่มีแม่น้ำปิงไหลผ่านกลางเมืองและสองฝั่งริมน้ำส่วนใหญ่ก็เป็นสถานที่สำคัญ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ตลาด วัด ร้านอาหาร และอื่นๆ คณะของเธอจึงคิดว่า หากมีการส่งเสริมให้มีทางสัญจรทางน้ำ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการลดระยะเวลาในการเดินทาง และเป็นลดการใช้ยานพาหนะที่จะปล่อยควันท่อไอเสีย อนึ่งการสัญจรทางน้ำก็อาจจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะเป็นการชมวิวสองฝั่งริมแม่น้ำได้อีกด้วย

ในตอนสรุปนั้น “น้องน้ำ”ได้ชี้ว่า สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ก็คือการเพิ่มเส้นทางสัญจรทางน้ำ การสร้างท่าเรือตามจุดต่างๆ เช่น ท่าเรือกาดหลวง ท่าเรือกาดเมืองใหม่ ท่าเรือวัดชัยมงคล ท่าเรือ ตำบลป่าแดด ท่าเรือโรงพยาบาลราชเวช ท่าเรือขัวเหล็ก ท่าเรือกาดน้ำโท้ง เป็นต้นฯลฯ

และเธอยังได้แนะนำว่า การสร้างตลาดน้ำก็จะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวและเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนบริเวณสองฝั่งแม่น้ำ รวมถึงเป็นการสร้างจิตสำนึกให้คนในชุนชนรักษาแม่น้ำคูคลอง หากพวกเขาเห็นว่าสามารถหารายได้จากการที่มีแม่น้ำสวยและสะอาด ก็จะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาร่วมกันอนุรักษ์และรักษาแม่น้ำที่เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต โดยเธอบอกว่า คงจะเป็นคอนเซ็ปที่ว่า “เพราะน้ำคือชีวิต และทุกๆชีวิตต้องพึ่งน้ำ”

อย่างไรก็ตาม “น้องน้ำ” ยังได้ระบุว่า โครงการที่สำเร็จได้เป็นอย่างดีนั้นก็เพราะมี “อาจารย์พิเชฏฐ์ พรหมดวง” ผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษาและสมาชิก ที่มาจากคณะบริหารธุรกิจซึ่งนอกเหนือจาก “น้องน้ำ”แล้วจากคณะบริหารธุรกิจก็มี “นายพันธมิตร  อินทรประสาท” “นางสาวนันทิยา แพบขุนทด” “นางสาวจิรภิญญา บุญชัยกมลอากร” “นางสาวพาทิศ ฤทธิไตรภพ”และนักศึกษาอีกสองคนมาจากคณะนิติศาสตร์คือ “นางสาวจีรธิดา พะดอก” และ “นางสาวซาบีร่าห์ เป็งสา”

ทั้งนี้และทั้งนั้นผมขอสรุปว่า “นางสาวอโนชา ลาขุมเหล็ก” หรือ “น้องน้ำ” นับเป็นเยาวชนที่เปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามอีกหนึ่งเม็ดที่ประดับอยู่ ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่แห่งนี้ โดยเธอมีพรสวรรค์หลากหลายและยังเก่งทางด้านภาษาอังกฤษอีกด้วย และหากเธอมีความมุ่งมั่น มีจิตอาสา เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายและเอาใจใส่ต่อการเรียน โดยกอปรไปด้วยคาแรคเตอร์ที่ดีเพรียบพร้อมดังนี้แล้ว โอกาสในอนาคตของเธอจะต้องสดใสและเธอคงจะถ่ายทอดสิ่งดีๆส่งต่อให้แก่รุ่นน้องๆของสถาบันการศึกษาแห่งนี้และส่งต่อเรื่องราวดีๆต่อเพื่อนมนุษย์ดั่งที่เธอหวังและตั้งใจได้อย่างแน่อนต่อไปละครับ.

โดย….ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

Check Also

แม่แบบที่น่าเอาอย่างของสองประธิบดีผู้ยิ่งใหญ่แห่งสหรัฐฯ

  บทความนี้ผมได้รับการดลใจจากการอภิปรายโต้คารมกันในรัฐสภาระหว่าง “สันติ พร้อมพัฒน์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลังกับ “ส.ส.ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์วุฒิ”จากจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อคืนวันพุธที่ 21 สิงหาคม 2019 โดย สส.ศรัณย์วุฒิ ได้หอบเอาข้อมูลจากสภาพัฒน์ฯไปอ้างอิงโดยถามรัฐมนตรีช่วยว่าการการคลังว่า “ขอให้ช่วยตอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไทย ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *