Monday , March 25 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / เยาวชนนักศึกษา 11 สถาบัน แห่งเมืองเชียงใหม่ที่น่าชื่นชม

เยาวชนนักศึกษา 11 สถาบัน แห่งเมืองเชียงใหม่ที่น่าชื่นชม

เมื่อวันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019 ที่เพิ่งผ่านมานี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่จะอยู่ในความทรงจำที่ผมได้มีโอกาสเห็นเด็กๆเยาวชนนักศึกษาจาก 11 สถาบันในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพวกเขาล้วนแล้วแต่มีจิตอาสานำเสนอโครงการดีๆเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะชน

โดย 11 สถาบันเหล่านี้ได้แก่ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่

งานวันนั้นผมไปร่วมงานโดยถูกมอบหมายให้ไปในฐานะตัวแทนของสื่อต่างประเทศนั่นก็คือ “หนังสือพิมพ์สยามมีเดีย” ที่ผมได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน โครงการสร้างสรรค์แนวคิดดีๆ (Smart Gen MK2Cs) ที่จัดขึ้นโดยองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีกสามท่านได้แก่ “ท่านอินสม ปัญญาโสภา” บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ที่ก่อตั้งมาแล้วถึงห้าสิบปี และท่านยังเป็นนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคเหนือแห่งประเทศไทย “นางสาววรรณศรี ปัญญาประชุม” ผู้อำนวยการสำนักงานศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.จังหวัดเชียงใหม่ และ “นายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์” หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ กีฬาและนันทนาการ อบจ.เชียงใหม่

หมายกำหนดการวันนั้นผมควรจะไปถึงงานตอน13.30 น.แต่เนื่องจากผมอยากจะเข้าไปร่วมในพิธีเปิดงาน จึงตัดสินใจที่ออกเดินทางไปตั้งแต่เช้า!!!

ทันทีที่ผมไปถึง ณ โรงแรมมณีนาราคร อำเภอเชียงใหม่ ผมรู้สึกประทับใจในทันทีที่ได้เห็นเหล่านักศึกษาทั้ง 11 สถาบันของเมืองเชียงใหม่กว่าหนึ่งร้อยคน ที่พวกเขาร่วมมือไปร่วมในกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ครั้งนี้

ในงานวันนั้นวิทยากรที่นำเสนอภายในงานมีความเก่งกาจมากทีเดียว จึงทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความครื้นเครง โดยมีการละเล่นเกมต่างๆที่ทำให้เด็กๆสนุกสนานแถมยังมีโอกาสได้ทำความรู้จักต่อกัน ทั้งนี้นักศึกษาเหล่านี้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาสองวันหนึ่งคืน ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.)จัดสรรงบประมาณให้อย่างครบครันอีกด้วย!!!

อนึ่งบทความฉบับนี้ผมขออนุญาติเขียนเฉพาะกิจกรรมในช่วงเปิดงาน และจะขอเขียนเกี่ยวกับผลการตัดสินโครงการสร้างสรรค์ เมื่อผมได้รับข้อมูลมาอย่างครบครันเสียก่อน

สำหรับบรรยากาศการเปิดงานในช่วงเช้า โดยผู้ร่วมในงานต่างเคลื่อนย้ายไปรวมตัว กัน ณ ศูนย์  Dream Space Gallery/Tao Café Community

พิธีเริ่มขึ้นโดยมี “นายไพรัช ใหม่ชมภู” รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้ให้เกียรติ์มาทำการเปิดประชุม โดยท่านได้ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการค่ายผู้นำนักศึกษาพลเมืองเชียงใหม่ทั้ง 11 สถาบัน โดยมอบให้มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เป็นผู้ประสานงานโดยมี “ผศ.บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา” เป็นประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่!!!

อนึ่งยังมีทีมงานที่เข้มแข็งของมหาวิทาลัยนอร์-เชียงใหม่ เข้าไปผนึกกำลังร่วมมือร่วมใจกับ ผศ.บงกช สุทัศน์ ณ อยุทธยา ซึ่งได้แก่ “อาจารย์นีรนาท ตาจุมปา” อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และศิลปศาสตร์ “อาจารย์ชลธิชา รุ่งสาตรา” อาจารย์ประจำสาขาวิชา สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการคณะบริหารธุรกิจ “ดร.ธนางกูร ขำศรี” อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร คณะสังคมศาสตร์และศิลปศาสตร์ “อาจารย์จารุณี ปัญควณิช” อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และศิลปศาสตร์ และ “นายเจตน์ณรงค์ คำเป็ง” Webmaster ศูนย์คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ด้วยกันทั้งสิ้น!!!

หลังจากพิธีเปิดงานเสร็จสิ้นลงแล้ว คณะผู้จัดงานได้เชิญให้ “คุณณอน บูรณะหิรัญ” และ “คุณไผ่ ไซโค” ขึ้นไปเป็นวิทยากรในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เหล่าบรรดาผู้นำนักศึกษา!!!

เป็นที่น่าสนใจอีกด้วยว่าสองหนุ่มวิทยากรชื่อดัง คุณณอนและคุณไผ่ต่างก็มีความสำเร็จในชีวิตเป็นอย่างสูง ทั้งๆที่ยังเป็นเด็กวัยรุ่นและมิได้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยใดๆแบบเป็นทางการเลย แต่เขาทั้งคู่มีความเก่งกาจอย่างหาตัวจับยาก ถือได้ว่าเขาทั้งคู่ศึกษาผ่านมหาวิทยาลัยชีวิตตามแบบฉบับของคนรุ่นใหม่เรียบร้อยแล้ว

ภายในงานวันนั้นมีคำถามจากเหล่าบรรดานักศึกษาถามคุณณอนและคุณไผ่เป็นระยะๆ  โดยคุณไผ่กล่าวว่า การรู้จักคนมากๆย่อมจะนำไปสู่โอกาส และคุณไผ่ยังชี้อีกว่า “เราควรเตรียมตนเองให้มีความพร้อมสำหรับโอกาสที่จะมาถึง”

จากนั้นคุณณอนก็ได้เล่าให้ฟังว่า เขาเริ่มต้นเรียนทางด้านจิตวิทยาในมหาวิทยาลัย และขณะที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่นั้นเขามีความรู้สึกละอายใจที่ต้องพึ่งพาคุณพ่อและคุณแม่ เพื่อต้องการแบ่งเบาภาระของท่านทั้งสอง เขาจึงไปสมัครงานที่ร้านอาหารไทยแถบถนนเซาท์แฟร์ โอ๊คส์  ณ เมืองพาสซาดีนา ซึ่งตั้งอยู่ที่ชานเมืองของนครลอสแอนเจลิสราวๆยี่สิบนาที ซึ่งหากจะมองไปแล้วเป็นเรื่องธรรมดาๆที่เด็กๆวัยหนุ่มสาวในอเมริกาจะทำงานช่วยเหลือตัวเองขณะที่ยังเป็นนักศึกษา

และคุณณอนยังเล่าต่อไปว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งเขาได้เดินทางกลับไปที่เมืองไทย และเมื่อใช้เงินจนหมดกระเป๋าแล้ว จึงเดินทางกลับไปทำงานต่อในสหรัฐอเมริกา!!!

โดยเมื่อห้าปีก่อนนี้คุณณอนได้ตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตปักหลักอยู่ที่ประเทศไทยซึ่งทำให้เขาต้องหัดเรียนภาษาไทย เพื่อต้องการจะใช้สื่อสารให้คล่องแคล่ว และน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่เขามีความพากเพียรฝึกฝนด้วยตัวเอง ถือเป็นแบบฉบับที่เขามีปรัชญาว่า “ต้องการจะทำอะไรก็ตามด้วยตนเอง”

อนึ่งชีวิตทำงานแบบพึ่งพาตัวเองของคุณณอนนั้นก้าวไปอย่างรวดเร็ว โดยเขามีโอกาสได้เข้าไปร่วมแสดงละคร เล่นภาพยนต์ และทำเพจของตัวเองชื่อ “Sean Buranahiran”  ซึ่งมีผู้เข้าไปติดตามชมเป็นหลักล้านทีเดียว!!!

ตอนหนึ่งคุณณอนได้แบ่งปันถึงปัจจัยของความสำเร็จที่ประกอบด้วยจะต้องเตรียมความพร้อมนั่นก็คือ การเป็นนักสังเกต ต้องเป็นนักสร้างเครือข่ายให้กว้างไกล ต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าทำตัวโดดเด่น พยายามเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์ โดยคุณณอนให้ข้อคิดว่า ไม่มีใครรู้ทุกๆเรื่อง

การมีทักษะในการสื่อสารถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก โดยคุณณอนเล่าว่า เขาไม่ใช่คนพูดเก่ง แต่เขาพยายามฝึกฝนที่จะพูดให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนการมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและจะต้องสร้างผลงานที่มีคุณภาพและเร็วที่สุดควบคู่ไปด้วยกัน ปัจจัยสุดท้ายก็คือการมีความมานะบากบั่นไม่ท้อถอยต่อปัญหา และนำเรื่องราวที่ผิดพลาดมาเป็นบทเรียนที่ต้องปรับปรุงตลอดเวลา

ทั้งนี้คุณณอนได้ย้ำว่าหากเรามีคุณสมบัติครบเหล่านี้แล้ว โอกาสที่จะประสบความสำเร็จเป็นไปได้สูง

อนึ่งคุณไผ่ได้พูดเสริมว่าการรู้จักคนมากๆ ย่อมจะนำไปสู่โอกาสจากคนโดยคุณชี้ว่าเราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่จะมาถึง

คุณณอนยังพูดถึงการเป็นนักอ่านที่ดี โดยเขาชี้ว่า เนื่องจากเขาเป็นผู้ใฝ่รู้จึงพยายามหาหนังสือดีๆมาอ่านหลายๆเล่มด้วยกัน

โดยคุณฌอนได้พูดถึงนักแต่งหนังสือท่านหนึ่งชื่อ จอห์น แม็กซ์เวลล์ (John Maxwell) ที่ได้เขียนหนังสือหลายเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองและการเป็นผู้นำ

สำหรับหนังสือเกี่ยวกับผู้นำของจอห์น แม็กซ์เวลล์เรียกว่า “The 5 Levels of Leadership” ระดับหนึ่งลูกน้องต้องทำตามนาย ระดับที่สองลูกน้องต้องทำโดยอัตโนมัติเพราะไม่มีทางเลือก ระดับที่สามพนักงานต้องทำเพื่อองค์กร ระดับที่สี่พนักงานต้องการพัฒนาตัวเอง และระดับสูงสุดลูกน้องจำเป็นต้องทำเพราะเป็นหน้าที่

ทั้งนี้ผมขอเสริมสักนิดว่าหนังสือทุกเล่มของผู้แต่งท่านนี้กลายเป็นหนังสือที่ได้รับการนิยมที่มียอดขายทั่วโลกหลายล้านเล่ม และนักเขียนท่านนี้ยังเป็นนักพูดที่โด่งดังทั่วโลกอีกด้วย แถมเขายังมีความเชี่ยวชาญเป็นกูรูเกี่ยวกับการเขียนหนังสือด้านการบริหารจัดการ ทำนองเดียวกับหนังสืออุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิภาพยิ่ง “The 7 Habits of Highly Effective People” โดย Stephen R.Convey

หลังจากพิธีเปิดงานเสร็จสิ้นลงแล้ว ผมมีโอกาสนั่งคุยเป็นการส่วนตัวกับคุณณอน โดยมีคุณไผ่นั่งร่วมอยู่ด้วยจึงได้รู้ว่าบ้านและร้านอาหารที่คุณณอนทำงานอยู่นั้น ไม่ไกลจากบ้านของผมที่เมืองพาสซาดีนาเท่าใดนัก ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกสนิทสนมกับคุณฌอนและคุณไผ่อย่างรวดเร็ว

กล่าวโดยสรุปการที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเด็กหนุ่มคลื่นลูกใหม่ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเช่น “คุณณอน บูรณะหิรัญ” และ “คุณไผ่ ไซโค” ที่เขาทั้งสองเป็นคนเอาจริงเอาจังในชีวิตและมีความรับผิดชอบสูงมาก โดยเขาต่างคำนึงถึงทุกๆสิ่งที่พวกเขาทำว่า มีส่วนช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์หรือไม่? และเหนือสิ่งอื่นใดผมคิดว่า บางครั้งบางคราไม่จำเป็นต้องสำเร็จการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ยกเว้นแต่ความรู้เฉพาะทางเช่น แพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ และทนายความ และถ้าหากเรามีความมานะบากบั่นและมีความมุ่งมั่นเพียรพยามก็สามารถจะประสบความสำเร็จได้ โดยจบจากมหาวิทยาลัยชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและน่าชื่นชมไม่น้อยละครับ.

โดย…ดร. วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

ผู้นำทั้งในอดีตและปัจจุบันของเมืองลุงแซมและของไทย

บทความในคอลัมน์นี้จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่ผมมักจะไม่ค่อยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองมากเท่าใดนัก แต่เนื่องจากการเลือกตั้งผู้นำประเทศคนใหม่ของไทยกำลังคืบคลานใกล้เข้ามาทุกทีๆ ผมจึงใคร่ขอตั้งข้อสังเกตบางประการ หากเราย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปทั้งของประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เราจะได้พบเห็นว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าชื่นชม ในกรณีของประเทศไทยนั้น นับว่าประชาชนพี่น้องชาวไทยโชคดีที่มีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ทรงปฏิรูปประเทศไทยให้มีความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจที่สำคัญๆอันได้แก่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีเลิกทาส  ป้องกันการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และจักรวรรดิอังกฤษ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *