Monday , May 20 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / สามพี่น้องเมืองผู้ดีไปคว้า สามรางวัลชนะเลิศรวดในเมืองเชียงใหม่

สามพี่น้องเมืองผู้ดีไปคว้า สามรางวัลชนะเลิศรวดในเมืองเชียงใหม่

การจัดรายการวิ่งมาราธอนที่มีชื่อว่า“North-Chiang Mai Mini Marathon 2019 วิ่งด้วยกัน Run With Love” โดยมี “รองอธิการบดีชุติมา ชวสินธุ์” เป็นแม่งานหัวเรือใหญ่ที่ได้วางแผนตระเตรียมจัดงานวิ่งมินิมาราธอนครั้งนี้มานานกว่าห้าเดือน

และแล้วกิจกรรมการวิ่งมินิมาราธอนในระยะทาง 10.5 กิโลเมตรก็ได้จัดให้ขึ้น เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019 ปรากฏว่ามีผู้เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งตั้งแต่ 05.00 น.เป็นต้นไป โดยจุดสตาร์ทเริ่มต้นขึ้น ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ แห่ง มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

อนึ่งผมเพิ่งทราบมาเป็นครั้งแรกว่าหากการแข่งขันมาราธอนมาตรฐานแล้วต้องวิ่งทางระยะไกลถึง 42 กิโลเมตร และหากเป็นฮาล์ฟมาราธอน ก็เท่ากับระยะทาง 21 กิโลเมตร ส่วนมินิมาราธอนนั้นก็เป็น 10.5 กิโลเมตร สำหรับฟันรัน (Fun Run) เป็นนักวิ่งมือใหม่ผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกลายระยะทาง 3.5 ถึง 5 กิโลเมตร และมาราธอนครอบครัวต้องมีนักวิ่งอย่างน้อยสามคน เป็นระยะทาง 3.5 ถึง 5 กิโลเมตร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019 นั้นจะอยู่ในความทรงจำของผมอีกวันหนึ่ง นับตั้งแต่ผมนำชีวิตมาผูกติดกับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ โดยผมตื่นตั้งแต่ตีสี่ โดยตั้งใจว่าจะทำตัวเป็นนักข่าวคอยเก็บตกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาเล่าสู่กันฟังต่อท่านผู้อ่าน

ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผมเข้าร่วมกิจกรรมทำนองนี้ โดยผมเดินทางไปถึงรั้วมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ตั้งแต่ไก่โห่เลยทีเดียว และทันทีที่ผมจอดรถ ณ ลานจอดรถอันกว้างใหญ่ ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปภายในงาน ผมก็ได้กล่าวพูดจาทักทายผู้คนแปลกหน้าไปเกือบตลอดทาง โดยผมมักจะตั้งคำถามต่อพวกเขาว่า มาจากไหน? ทราบข่าวได้อย่างไร? เคยวิ่งมาราธอนบ้างหรือไม่?

ส่วนใหญ่แล้วคำตอบที่ผมได้รับจากพวกเขาก็คือ ได้ทราบข่าวจากเพื่อนๆ หรือ ได้รับทราบจากสื่อโซเชียลทางอินเตอร์เน็ต และเมื่อเดินไปคุยไปก็ทำให้ผมเริ่มมีความรู้สึกสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง!!!

แต่พอเดินทางไปถึงจุดชุมนุมใกล้ๆกับบริเวณหน้าหอประชุมนานาชาติ ก็ปรากฏพบว่า มีซุ้มตั้งเรียงรายเป็นทางยาวเฟื้อยมีอาหารมากมายหลายชนิด พร้อมด้วยอาสาสมัครที่เป็นทั้งนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ทุกๆระดับที่ต่างยืนเรียงรายพร้อมให้บริการต่อผู้ที่เข้ามาร่วมในงาน

เมื่อดูจากภาษากายของพวกเขาที่ส่งสัญญาณให้ทราบได้อย่างทันทีเลยว่า มีความพร้อมที่จะบริการด้วยจิตอาสาอย่างเต็มร้อย

ส่วนรายการอาหารวันนั้นมีมากมายละลานตายากที่ผมจะพรรณาได้ เนื่องจากผมมิได้เป็นนักชิม

ราวห้านาฬิกากว่าๆทันทีที่อาทิตย์ทอแสงรำไรงานก็เริ่มขึ้น  ซึ่งในวันนั้นนักวิ่งมากันอย่างหนาแน่นเป็นคลื่นมหาชนเลยทีเดียว อีกทั้งทุกๆ คนใส่ชุดกีฬาติดบีบที่ทางมหาวิทยาลัยจัดให้อย่างพร้อมเพรียง

ในวันนั้นมีแขกพิเศษที่ได้รับเชิญหลายๆท่านด้วยกัน อาทิเช่น นางสาวนิติยา พงษ์พานิช นายอำเภอหางดง ท่านกำนันกมลศิษฐ์ โรจน์ธนวิภัช อดีตนายกสมาคม กำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดเชียงใหม่และอดีตรองกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย

เวลาหกนาฬิกาเหล่าบรรดานักวิ่งทั้งหลายต่างเข้าประจำที่ ดูแล้วช่างเป็นบรรยากาศที่แสนจะระทึกใจมากทีเดียว

หลังจากที่มีการปล่อยตัวนักวิ่งรุ่นแรกประเภทมินิมาราธอน และขณะที่ทุกๆคนต่างกำลังรอคอยดูว่าใครจะเป็นผู้เข้าสู่หลักชัยเป็นคนแรก

จู่ๆก็มีเสียงตะโกนออกมาดังๆว่า “ฝรั่งกำลังวิ่งนำมาเป็นที่หนึ่ง” ทราบภายหลังว่า ผู้ที่คว้ารางวัลมาเป็นอันดับหนึ่ง overall ชาย คือโธมาส แลพธอร์นอายุ 33 ปีชาวอังกฤษทำเวลา 34.54 นาที

สำหรับผู้ชนะเลิศรุ่น 30-39 ปี (ชาย) ผู้ที่ชนะคือนิก แลพธอร์น ทำคะแนน 37.44

ส่วนผู้ที่อยู่ในรุ่นอายุ 20 -29 ปี (ชาย) ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือลูคาส แลพธอร์ทำเวลา 38.10

อนึ่งผู้ที่รับรางวัลทั้งหมดข้างบนล้วนนี้ต่างเป็นพี่น้องในตระกูล “แลพธอร์น” เดียวกัน โดยมาจากเมืองผู้ดีประเทศอังกฤษทุกคน

เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้ว่าพี่น้องทั้งสามคนจะมาจากตระกูลเดียวกัน แต่เมื่อลงสนามแข่งขันแล้วไม่ว่าคำว่าเป็นพี่เป็นน้องกัน ต่างคนต่างพยายามแข่งขันเพื่อต้องการทำคะแนนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

จากการสัมภาษณ์สามพี่น้องของตระกูลแลพธอร์นปรากฏว่า นิก แลพธอร์น ผู้เป็นน้องคนที่สอง ซึ่งเขาทำงานเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องสำอางอยู่ที่กรุงเทพเป็นเวลานานกว่าสองปีที่ผ่านมานั้น โดยเขาเล่าว่า ทราบข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ตว่า จะมีการจัดให้มีการแข่งขันวิ่งในรายการแข่งขัน ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ โดยเขาส่งข่าวต่อไปยังผู้เป็นพี่คนโตคือทอมและน้องคนสุดท้องลูคัส และทันทีที่ทั้งคู่ทราบข่าวต่างก็ตกลงที่จะมาแข่งขัน โดยพวกเขาออกเดินทางมาอย่างเร่งด่วน เพื่อเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

สำหรับทอมผู้เป็นพี่แม้ว่าจะอยู่ประเทศอังกฤษก็ตามที แต่มีความมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมวิ่งมินิมาราธอนจึงได้เดินทางสู่เชียงใหม่เมื่อวันเสาร์ โดยเขามีอาชีพสร้างเรือที่ประเทศอังกฤษ ส่วนลูคัสซึ่งมีอาชีพสร้างเรือเช่นกัน แต่ทำงานอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียก็ได้เดินทางไปสมทบกับพี่ๆอีกสองคนและสามารถคว้ารางวัลถ้วยรางวัลไปได้สำเร็จ

ทั้งนี้ผมมีความประทับกับนักวิ่งสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เดินทางมาจากจังหวัดลำพูน นั่นก็คือ “คุณรัตนา ตาจุมปา” ซึ่งวิ่งเข้าเส้นชัยในรุ่นอายุ 50-59 ปี (หญิง) เป็นที่หนึ่ง และผู้เป็นสามีชื่อ “คุณสุริยนต์ ตาจุมปา”ก็ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่งรุ่นอายุ 50-59 ปี (ชาย)

อนึ่งผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับสามีภรรยาคู่นี้อยู่สักพักหนึ่งและทราบว่าคุณสุริยนต์เคยเป็นอดีตนักฟุตบอล แต่เกิดอุบัติเหตุหลับในขณะขับรถกลางวันแสกๆทำให้รถยนต์ที่ขับตกไปข้างทาง

ส่วนภรรยาของคุณสุริยนต์ ซึ่งมีอาชีพเป็นนางพยาบาลเล่าว่า อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้สามีของเธอแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เพราะซี่โครงหักและตับไม่ทำงาน โดยหมอบอกว่า โอกาสที่จะรอดชีวิตมีน้อยเหลือเกิน

แต่เนื่องจากคุณสุริยนต์เป็นนักกีฬาฟุตบอล ทำให้อาการของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ จากโอกาสที่แทบจะเอาชีวิตไม่รอด พบว่าเขานอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แค่เพียง 24 วัน!!!

และเนื่องจากคุณสุริยนต์ไม่ย่อท้อต่ออาการสาหัส เขาจึงมีความมุ่งมั่นออกกำลังกายโดยเริ่มจากค่อยๆเดินจนถึงวิ่งไปเรื่อยๆ

โดยทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า การออกกำลังกายเป็นยารักษาร่างกายที่ดีและวิเศษที่สุด

กลับมาพูดถึงจำนวนของรางวัลในการแข่งขันวิ่งวันนั้น ซึ่งปรากฏว่ามีเพียบเพราะมีมากกว่าห้าสิบรางวัล เรียกได้ว่า แจกไม่อั้นกันทีเลยเดียว เป็นงานที่สนุกสนานเหลือจะพรรณา

ในวันนั้นผมรู้สึกซึ้งใจต่อท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ที่ท่านได้แสดงสปิริตอันยอดเยี่ยมโดยท่านร่วมวิ่ง Fun Run ระยะ 5.8 กิโลเมตรร่วมกับนักวิ่งที่มาร่วมกิจกรรมและเป็นผู้กล่าวต้อนรับและเป็นผู้มอบโล่รางวัลและท่านเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกจากงาน ซึ่งผมยังได้เห็นท่านเดินไปส่งผู้ที่ให้เกียรติมาร่วมในงานอาทิเช่น ศาสตราจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังเคยเป็นศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยมินเนสโซต้า สหรัฐอเมริกา และ “ดร.รักษ์ พรหมปาลิต” อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพถึงลานจอดรถเลยทีเดียว

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นการจัดงาน” North-Chiang Mai Mini Marathon 2019 ในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จัดให้มีขึ้น ปรากฏว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีเยี่ยมทั้งที่มีงานอื่นสำคัญๆในวันเดียวกันถึงสี่งานแต่นักวิ่งกลับแห่มารวมตัวกัน ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่นับว่าน่าทึ่งมากทีเดียวและผู้เข้าร่วมทุกคนต่างก็แสดงความรู้สึกประทับใจและทุกๆท่านยังกล่าวว่า อยากจะให้มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จัดงานเช่นนี้ขึ้นใหม่อีกครั้งในปีหน้าละครับ

โดย….ดร. วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

บทบาทของล็อบบี้ยิสต์แห่งเมืองลุงแซม

ฉบับนี้ผมใคร่เสนอบริการที่ท่านผู้อ่านอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันเท่านใดนัก โดยบริการนี้เรียกกันว่า “ล็อบบี้ยิสต์” (Lobbyist) อนึ่งผมได้เรียนรู้ถึงบทบาทของการเป็นล็อบบี้ยิสต์ เมื่อตอนที่ผมกำลังศึกษาอยู่ปีที่สาม ณ มหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์ นครลอสแอนเจลิส ในแขนงวิชารัฐศาสตร์ ทั้งนี้บทบาทของล็อบบี้ยิสต์ถือเป็นธุรกิจใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และจากเว็ปไซด์ของ Salary.com วันที่ 27 ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *