Tuesday , July 23 2019
Breaking News
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / ภาพลักษณ์ของไทยอยู่ตรงไหน?

ภาพลักษณ์ของไทยอยู่ตรงไหน?

ในแต่ละประเทศจะมีการวัดภาพลักษณ์ของประเทศนั้นๆจากสายตาของนานาประเทศว่า จะมีเครดิตน่าเชื่อถือมากน้อยมากเพียงไร

ตั้งแต่ปี 1993 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ” หรือ“Transparency International” ที่ได้ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อติดตามและประเมินการเปลี่ยนแปลงการทุจริตคอร์รัปชั่นประเทศต่างๆทั่วโลก

แรกเริ่มเดิมทีองค์กรนี้เป็นเพียงกลุ่มเคลื่อนไหวเล็กๆมีวัตถุประสงค์ต้องการที่จะกำจัดการคอร์รัปชั่นและต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลกให้ดีขึ้น ซึ่งองค์กรนี้เป็นองค์กรอิสระแบบไม่หวังผลกำไรและเงินที่นำมาใช้จ่ายจัดการมาจากการรับบริจาค โดยขณะนี้องค์กรนี้ได้กลายเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลแพร่หลายไปทั่วโลก!!!

ทั้งนี้วิสัยทัศน์ขององค์การนี้มุ่งเน้นว่า ต้นเหตุของการคอร์รัปชั่นมาจากผู้ที่มีอำนาจมุ่งหวังจะกอบโกยผลประโยชน์เข้าหาตนหรือพรรคพวกของตน จนนำไปสู่ความอ่อนแอของสังคม และยังทำให้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยกลับอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ”

จากการที่องค์กรนี้ดำเนินงานติดต่อกันมาเป็นเวลายี่สิบห้าปีเต็มๆแล้วและยังได้ค้นพบว่า การคอร์รัปชั่นได้ทำให้ประชาชนในสังคมยากจนลงและทำให้เกิดการเข่นฆ่าผู้คนเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องมาจากการขัดผลประโยชน์ อีกทั้งยังทำให้เสรีภาพของบรรดาสื่ออ่อนแอลงไปด้วย

นอกจากนั้นแล้วองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติแห่งนี้ยังพบว่า ผู้มีอำนาจที่กอบโกยผลประโยชน์เข้าสู่ตนและพรรคพวกของตนจนทำให้ทรัพย์สมบัติของส่วนรวมตกไปอยู่ในกลุ่มผู้มีอำนาจแทนที่ผลประโยชน์ควรจะตกอยู่กับสังคม!!!

และในเมื่อสมบัติซึ่งถือเป็นทรัพยากรของชาติต้องตกไปอยู่กับกลุ่มผลประโยชน์ ก็ย่อมจะส่งผลเสียในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล สถานสาธารณะประโยชน์ โรงเรียน ถนนหนทาง แถมยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

และหากรัฐบาลใดมุ่งหวังตั้งหน้าตั้งตาแต่จะกอบโกยผลประโยชน์เข้าหาตนสูงมากเท่าใด ก็จะมีผลทำให้รัฐบาลชุดนั้นๆค่อยๆหมดความนิยมลดความศรัทธาและประชาชนก็จะเริ่มขาดความไว้วางใจไปในที่สุด

การประเมินขององค์กรนี้ที่มีต่อประเทศต่างๆทั่วโลกนั้น ในช่วงแรกๆองค์กรนี้ได้กำหนดคะแนนเอาไว้สิบคะแนนเต็ม และขณะนี้ได้เปลี่ยนเป็น 100 คะแนนเต็ม

และล่าสุดเมื่อสองวันก่อนนี้คือวันที่ 29 มกราคมนี้ องค์นี้ได้รายงานผลการประเมินด้านการกระทำทุจิตและการคอร์รัปชั่นออกมาแล้วในจำนวน 180 ประเทศ

รายงานล่าสุดนี้นับว่าเป็นการส่งสัญญานไปยังรัฐบาลทุกประเทศทั่วโลกว่า พวกเขาเหล่านั้นมีความเข้มแข็งและความโปร่งใสมากน้อยเพียงใด!!!

โดยประเทศใดที่ได้รับคะแนนสูงๆ ก็เท่ากับว่าประเทศนั้นมีความโปร่งใสและมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็งเป็นอย่างสูง

สำหรับดัชนีด้านความโปร่งใสของประเทศไทยในปี 2018 ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่เดือนมานี้ปรากฏว่า ตกอันดับจนไปอยู่ในกลุ่มของประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลายดั่งเช่น อัลบาเนีย บาห์เรน โคโลมเบีย ฟิลิปปินส์ แทนซาเนีย ซึ่งกลุ่มประเทศดังกล่าวนี้ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 99 จาก 180 ประเทศ

โดยคำถามที่พวกเราอยากจะทราบก็คือ เรื่องนี้มันเกิดมาได้อย่างไรทั้งๆที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ชูธงตอนปฏิวัติที่ได้สัญญาว่าจะกำจัดคอร์รัปชั่น?

เมื่อดูในอดีตของปี 2012 คะแนนของไทยได้รับ 37 คะแนนของ ปี 2013 ไทยได้รับ 35 คะแนน และปี 2014 ได้เพิ่มเป็น 38 คะแนน ซึ่งเป็นปีที่มีการปฏิวัติโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้ทุ่มงบประมาณปราบคอร์รัปชั่นและเอาจริงเอาจังในการปราบคอร์รัปชั่น แต่ปี 2015 คะแนนกลับอยู่คงที

และจากนิตยสาร Nikkei Asian Review ได้ระบุว่า รัฐบาลของนายกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ทุ่มงบปราบปรามคอร์รัปชั่นขึ้นเป็นสองเท่าตัวในปี 2017 เพื่อต้องการดึงดูดนักลงทุนเข้าประเทศ จนทำให้คะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 38 คะแนน

แต่ทว่าในปี 2016  คะแนนกลับร่วงตกไปจนคะแนนเหลือแค่เพียง35 คะแนน

อนึ่งดัชนีล่าสุดในปี 2018 นี้กลุ่มประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและมีความโปร่งใสที่สุดอยู่ในอันดับต้นๆก็คือ ประเทศเดนมาร์คซึ่งได้รับ 88 คะแนน อันดับสองคือนิวซีแลนด์ได้ 87 คะแนน ประเทศที่อยู่ในอับดับที่สามมีสี่ประเทศด้วยกันคือฟินแลนด์ สิงคโปร์ สวีเดน และ สวิสเซอร์แลนด์

สำหรับสหรัฐอเมริกาที่อวดอ้างอยู่เสมอๆว่า เป็นต้นแบบของระบอบประชาธิปไตย กลับได้รับแค่เพียง 71 คะแนน ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 22 โดยโดนลดอับดับลงไปถึงสี่อันดับ!!!

หากจะเปรียบเทียบดัชนีระหว่างประเทศไทยกับประเทศเอเชียด้วยกัน ในหกปีแรกระหว่างปี 2546-2551 นั้น ปรากฏว่าความโปร่งใสและความเข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตยของไทยอยู่ในอันดับที่ค่อนข้างดี โดยอยู่ในอันดับระหว่างอันดับ 9 ถึง 11

โดยภาพรวมแล้วนั้นตามการประเมินของ”องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ” จะเห็นได้ว่าภาพลักษณ์ของประเทศไทยยังคงติดอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จนมีผลทำให้ประเทศไทยไม่ค่อยได้รับความน่าเชื่อถือจากนานาประเทศมากเท่าที่ควรที่ส่งผลให้ระบอบประชาชาธิปไตยของไทยอ่อนแอลงไปทุกทีทุกทีซึ่งนายกทุกๆคนทั้งอดีตและปัจจุบันต้องรับผิดชอบ

และการที่ประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ก็อาจจะเป็นที่มาของการเกิดพรรคการเมืองต่างๆเกืดขึ้นมาอย่างมากมายเพื่อต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้น หรือบางพรรคที่ตั้งขึ้นอาจจะหวังเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์เข้าหาตน

เพราะฉนั้นพวกเราชาวไทยควรจะศึกษาและเรียนรู้และอย่านอนหลับทับสิทธิ์ของตนเอง เพื่อจะได้คนดีๆเข้าไปบริหารบ้านเมืองให้รุดหน้าก้าวทันหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนากันเสียทีละครับ.

 

โดย….ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

Check Also

สี่สาวดาวรุ่งในสภาคองเกรสกำลังเขย่าเวทีการเมืองสหรัฐฯ

ขณะนี้สังคมอเมริกันกำลังเข้าสู่โหมดตึงเครียดสุกงอมแบบใกล้จะหลุดออกจากขั้วเข้าไปทุกทีทุกที การพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางสมัยอย่างถล่มทะลายเมื่อเจ็ดเดือนก่อนหน้านี้ เป็นผลทำให้พรรคเดโมแครต กลับมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพราะคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยสองปีแรกของการก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาวประธานาธิบดีทรัมป์สามารถทำอะไรได้อย่างที่ใจปรารถนา เนื่องมาจากทั้ง สภาคองเกรส ศาลสูงสุด และ ฝ่ายบริหาร ต่างอยู่ในกำมือของประธานาธิบดีทรัมป์แทบทั้งสิ้น แต่ตอนนี้กลับตาลปัตรทำให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถท้าทายประธานาธิบดีทรัมป์ได้อย่างน่าสะพรึงกลัวสุดๆ!!! อนึ่งการเลือกตั้งกลางสมัยครั้งที่ผ่านมาล่าสุดนี้ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *