Tuesday , June 25 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / มาเที่ยวชมและสัมผัสเสน่ห์ของชาวไทเขินที่สันป่าตองกันเถอะ

มาเที่ยวชมและสัมผัสเสน่ห์ของชาวไทเขินที่สันป่าตองกันเถอะ

บทความฉบับปีใหม่สดๆร้อนๆนี้ผมจะขออนุญาตพาท่านผู้อ่านออกไปเยี่ยมชมบ้านไทเขิน แถมด้วยการออกไปเดินชมถนนคนเดินที่วัดศรีนวรัฐ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

ตามประเพณีดั้งเดิมของท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่นั้น ก่อนที่จะถึงวันสิ้นปีและสัปดาห์แรกๆของทุกๆปีท่านจะนำคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยไปกราบคารวะและสวัสดีปีใหม่ต่อบุคคลสำคัญๆในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง

โดยปีนี้ท่านอธิการบดีและคณะของเราได้ประเดิมเริ่มต้นประเพณีเมื่อวันพุธที่ 26 ธันวาคมของปีที่แล้ว โดยไปเยี่ยมสวัสดีต่อ“นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นข้าราชการหนุ่มระดับดาวที่สร้างผลงานเด่นๆหลายๆเรื่องและมีอนาคตไกลทีเดียว!!!

และสองวันต่อมาซึ่งเป็นวันศุกร์คณะของเราก็ได้ออกเดินทางไปสวัสดีปีใหม่กับ “นางสาวนิติยา พงษ์พานิช” นายอำเภอหางดง และ ” นางสาวภัทราพร ลายจุด” นายอำเภอสันป่าตอง โดยท่านทั้งสองต่างก็คงรักษาสถานะการเป็นนางสาวด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งไม่บ่อยนักที่เราจะได้พบเจอนายอำเภอหญิง

ทั้งนี้ผมใคร่ขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับอำเภอสันป่าตองให้ท่านผู้อ่านได้ทราบพอสังเขป ซึ่งอำเภอสันป่าตองนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ราวๆหนึ่งชั่วโมงทางตอนใต้ของสนามบินเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอำเภอที่คนทั่วไปมักจะไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าใดนัก แต่ก็จัดได้ว่าเป็นอำเภอที่เก่าแก่ของจังหวัดเชียงใหม่ที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2416 และได้รับการยกสถานะให้เป็นอำเภอเมื่อปี 2495
คำว่า “สันป่าตอง” เป็นชื่อที่ตั้งตามชื่อหมู่บ้าน โดยคำว่า “สัน” ก็คือ พื้นที่ๆมีลักษณะภูมิประเทศเป็นดอนและคำว่า “ป่าตอง” ก็มาจากป่าที่มีต้นตองตึง หรือชื่อสามัญก็คือ ต้นทองหลางซึ่งเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ บริเวณลำต้นมีหนามและมีดอกสีเหลือง

ทั้งนี้หลังจากที่ท่านนายอำเภอภัทราพรได้เล่าเรื่องสำคัญๆและสถานที่ท่องเที่ยวมากมายของอำเภอสันป่าตองให้คณะของเราฟังแล้ว ท่านก็ได้เชิญให้คณะของพวกเราไปชมบ้านไทเขินที่แสนจะสวยมีเสน่ห์ตั้งอยู่ ณ วัดศรีนวรัฐ และท่านยังได้แนะนำเชื้อเชิญให้พวกเราไปเยี่ยมชมตลาดชนบทในวันอาทิตย์อีกด้วย

ทันทีที่คณะที่พวกเราเดินทางไปถึงหมู่บ้านไทเขิน เรารู้สึกทึ่งต่อความสวยงามที่ “ท่านพระครูถาวรนพรัฐ”   เจ้าอาวาสวัดศรีนวรัฐ ซึ่งท่านเป็นผู้ริเริ่มดำริในการส่งเสริมวัฒนธรรมของชาวเขิน

และถึงแม้ว่าท่านผู้มีอุปการะคุณจะมอบบ้านหลังสวยงามนี้ให้กับสังคมแล้วก็ตาม แต่ชาวบ้านก็ต้องรื้อบ้านทั้งหลังและนำมาบูรณะประกอบเข้ากันใหม่ให้ตรงตามลักษณะของชาวไทเขิน โดยมีช่างในชุมชน กลุ่มพ่อบ้าน แม่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุ บ้านทุ่งเสี้ยวมาช่วยกันอุทิศแรงกายแรงใจในการสร้างเรือนไทเขินหลังนี้ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างถึงหนึ่งปีเต็มๆ

โดยค่าใช้จ่ายในการสร้างเป็นยอดเงินถึง 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาท) ซึ่งปัจจัยดังกล่าวก็ได้รับสมทบจากดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ พร้อมด้วยคณะนักเรียนการชลประทาน และ คณะศรัทธาวัดศรีนวรัฐ ทุ่งเสี้ยว ทอดกฐินถวายตั้งแต่ปี 2559-2561

บ้านไทเขินหลังนี้มีทั้งหมดสามห้อง มีห้องนอนสองห้อง ห้องครัวหนึ่งห้อง และยังมีนอกชานยื่นออกไป เพื่อใช้ทานอาหารแบบขันโตกร่วมกัน โดยใต้ถุนชั้นล่างเปิดโล่ง
อย่างไรก็ตามเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับท่านพระครูถาวรนพรัฐเจ้าอาวาสวัดศรีนวรัฐ ทำให้ผมพบว่า ท่านมีคุณสมบัติพิเศษที่น่าเคารพนับถือน่าศรัทธาเป็นยิ่งนัก

โดยท่านพระครูได้เล่าว่า ท่านมาจากครอบครัวที่ยากจนมาก แม้กระทั่งตอนที่ท่านบวชเมื่อตอนอายุได้ 14 ปี ท่านก็ยังไม่มีผ้าไตรที่จะห่มครองในพิธีบวชเลย โดยท่านได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่า “หากเมื่อใดก็ตามที่ท่านมีโอกาส ท่านจะทุ่มเทและเสียสละพัฒนาวัดศรีนวรัฐร่วมกับชุมชนอย่างเต็มที่”

ท่านยังได้แบ่งปันว่า การที่ท่านจะบำเพ็ญตนให้ได้รับความเชื่อถือจากชาวบ้าน ก็ต้องสืบเนื่องมาจากท่านมีความมุ่งมั่น และทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีปราศจากมลทินใดๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเงิน โดยท่านจะนำเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์ไปทนุบำรุงวัด และท่านมิได้สะสมเงินไว้เป็นสมบัติส่วนตัวของท่านเลยแม้แต่น้อย
อนึ่งท่านพระครูยังย้ำว่า ท่านเป็นหนี้บุญคุณทั้งวัดศรีนวรัฐและชุมชนอย่างมหาศาล โดยท่านพระครูชี้ว่า หากท่านไม่ได้รับโอกาสเช่นนั้นแล้ว ท่านก็คงจะไม่มีวันนี้!!!

ท่านพระครูได้อธิบายให้ผมฟังว่า ชาวเขินยึดถือประเพณีที่ว่า บ้านคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยชาวไทเขินจะเชื่อว่า ภายในบ้านมีดวงวิญญานของเหล่าบรรพบุรุษสิงสถิตย์อยู่ ฉะนั้นจึงเท่ากับว่า ภายในบ้านจะมีดวงวิญญาณของบรรพบุรุษคอยดูอยู่ และหากใครก็ตามทำอะไรที่ผิดแผกต่อประเพณีดวงวิญญาณเหล่านั้นก็จะโกธรเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มสาวห้ามที่จะล่วงเกินกันก่อนแต่งงาน เพราะผู้หญิงจะต้องมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีของความเป็นสตรี

อนึ่งท่านพระครูเล่าว่าที่อำเภอสันป่าตองมีชาวเขินราวสองพันคนดังเช่น บ้านท่าเดื่อ บ้านกลางศรีบุญเรือง บ้านดงก่ำ บ้านทุ่งเสี้ยว บ้านป่าสัก บ้านต้นแหนหลวง บ้านต้นแหนหน้อยและบ้านต้นกอก

คราวนี้ขอย้อนรอยให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่าชาวไทเขินมีความเป็นมาอย่างไร?

สถาบันวิจัยสังคมแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ระบุว่า ชาวไทเขินเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทยกลุ่มหนึ่งในตระกูลไทลื้อที่อาศัยในประเทศพม่า จีน ไทย และประเทศลาว โดยตั้งชุมชนอย่างหนาแน่นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำขึน เมืองเชียงตุง

โดยชาวเขินอพยพมายังเมืองเชียงใหม่กว่าสองร้อยปีแล้ว เพื่อเข้ามาพัฒนาเมืองเชียงใหม่ที่ร้างไปกว่าสองร้อยปี
สุดท้ายนี้ผมขอวกมาเล่าถึงบรรยากาศในการเดินชมถนนคนเดินข้างวัดศรีนวรัฐ โดยชาวบ้านที่นำสิ่งของออกมาวางขายจะถูกจัดเป็นส่วนๆเช่น ส่วนของอาหารพื้นเมือง ส่วนของเสื้อผ้าอาภรณ์ และส่วนของหัตถกรรมทำมือต่างๆ โดยพ่อค้าแม่ค้าที่นำของมาจำหน่ายต่างแต่งตัวด้วยชุดพื้นเมืองทำนองเดียวกันกับผู้ซื้อ ซึ่งวันนั้นลูกค้าแต่ละคนจะหิ้วตะกร้าถือไปจับจ่ายด้วย โดยนางสาวภัทราพร ลายจุด นายอำเภอสันป่าตองเป็นหัวหน้าขบวนเดินซื้อของ มีประชาชนออกมาห้อมล้อมต้อนรับท่านอยู่ตลอดทางแสนจะเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นมากทีเดียว

ส่วนตัวผมในวันนั้นรู้สึกมีความสุขมากเหลือเกินที่ได้พบเห็นบรรยากาศที่แสนจะดูดดื่มเช่นนี้ ทำให้ผมอยากจะซื้อของทุกๆอย่าง เพราะอยากจะอุดหนุนชาวบ้านที่แสนใจดี บางครั้งเมื่อผมซื้อของเขาก็ยังแถมให้อีกด้วย

อนึ่งผมมีความภาคภูมิใจกับเสื้อตัวหนึ่งที่ผู้ขายทอด้วยฝีมือของเธอเอง ซึ่งเธอก็คืออาจารย์พัฒนา เขียวอ่อน โดยเธอบอกว่าเสือตัวนี้เป็นชิ้นเดียวในโลกที่เธอใช้เวลาทุ่มเททอถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ และผมก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ตกลงใจซื้อให้กับภรรยาของผม ซึ่งเมื่อเธอเห็นก็บอกว่า สวยถูกใจมากทีเดียว ซึ่งผมมาทราบภายหลังว่าอาจารย์พัฒนา ผู้ที่ทอเสื้อตัวนี้จบจากเพาะช่างและยังเป็นเพื่อนสนิทกับท่านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติอีกด้วย และเธอก็ยังเคยใช้ชีวิตยึดอาชีพเป็นอาจารย์มาก่อน เมื่อเธอทราบว่าภรรยาของผมชอบเสื้อตัวนี้มาก เธอก็รู้สึกดีใจและยังอยากจะเห็นภาพตอนที่ภรรยาของผมใส่เสื้อตัวนั้นอีกด้วย แต่เสียดายที่ภรรยาของผมเดินทางไปเยี่ยมคุณแม่ที่สหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตามเมื่อเดินชมตลาดถนนคนเดินอย่างเพลิดเพลินแล้ว นายอำเภอนางสาวภัทราพร ลายจุด ก็ได้เชิญชวนให้ผู้นำชุมชนเอาอาหารที่ต่างคนต่างไปซื้อมานั่งร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน ณ ชานของบ้านไทเขิน ซึ่งเป็นบรรยากาศที่สนุกสนานเหลือเกิน

อนึ่งขณะนี้อำเภอสันป่าตองนับว่าเป็นศูนย์ของเมืองท่องเที่ยวจริงๆดังเช่น หนองสะเรียม วัดป่าเจริญธรรม ที่มีถนนสายหัตกรรมไม้แกะสลัก เวียงท่ากาน ตลาดนัดทุ่งฟ้ามด เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นการที่ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมบ้านไทเขิน ทำให้ผมรู้สึกถึงมนต์เสน่ห์ของพวกเขาที่ทุกๆคนมีอัธยาศรัยใจคอที่แสนจะน่ารัก ซึ่งผมขอกล่าวคำเชิญชวนหากท่านมีโอกาสก็ขอให้ลองไปสัมผัสกับบรรยากาศอันแสนอบอุ่น และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ณ อำเภอสันป่าตอง หากว่าท่านได้ไปแล้วท่านจะรู้และจะหลงรักเมืองไทยของเราเพิ่มมากขึ้นละครับ.

สุดท้ายนี้หากท่านผู้อ่านใคร่ติดต่อกับพระครูถาวรนพรัฐ เจ้าอาวาสวัดศรีนวรัฐ เจ้าคณะตำบลบ้านกลาง เขต 2 โทรศัพท์ 081-883-2862 หรือ email: srinawaraatt@hotmail.com หรือ facebook.com/Watsrinawarat

โดย…ดร. วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

มิติใหม่ของเยาวชนแห่งนานาประเทศ

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับเยาวชนนานาชาติถึง  45 คนที่ต่างวาระกัน โดยเยาวชนมาจากประเทศสิงคโปร์ 16 คน และจากประเทศสหรัฐอเมริกา 27 คน ทำให้ผมได้รับรู้ถึงการก้าวล้ำไปในมิติใหม่ของเยาวชนนานาชาติได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งยังได้รับเสียงสะท้อนจากเยาวชนนานาชาติเหล่านี้ ที่พวกเขามีมุมมองต่อประเทศไทยอีกด้วย โดยเยาวชนรุ่นใหม่ที่ผมได้เข้าไปรู้จักนั้น บางคนมีผู้ปกครองติดตามมาด้วย ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *