Saturday , March 23 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / ละครการเมืองที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงนำ

ละครการเมืองที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงนำ

ชาวลาตินปีนข้ามกำแพงกั้นระหว่างสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโก

ดราม่าทางการเมืองของสหรัฐฯในขณะนี้ คงไม่มีใครสามารถแสดงหลอกตาประชาชนได้อย่างแนบเนียนสมบทบาทเทียบเท่ากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ปัญหาวิกฤติทางการเมืองทั้งในสหรัฐอเมริกาจนรุกลามไปยังทั่วโลกช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือการแสดงของประธานาธิบดีทรัมป์แทบทั้งสิ้น!!!
ปัญหาปิดที่ทำการของรัฐบาลทั่วสหรัฐฯ (Shutdown) ที่สร้างความปั่นป่วนขณะนี้ ก็มาจากฉากหนึ่งของประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยเช่นกัน

โดยผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนแบบสุดๆก็คงจะหนีไม่พ้นอเมริกันชนตาดำๆเขียวๆฟ้าๆที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ซึ่งเคยหลงคารมยอมเป็นฐานเสียงเพราะเชื่อในลมปากของโดนัลด์ ทรัมป์
อย่างไรก็ตามการสั่งชัตดาวน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้ขณะนี้พนักงานกว่าสี่แสนคนทั่วสหรัฐฯที่ถูกลอยแพชั่วคราวในช่วงคริสมาสต์ ซึ่งจะทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน!!!
แท้จริงแล้วปัญหาการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐฯและแม็กซิโกและปัญหาชัตดาวน์ต่างก็เป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนยุ่งเหยิงซะเหลือเกิน
ปัญหาพรมแดนที่มีความยาวถึงสองพันไมล์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและแม็กซิโกนั้น แม้ว่าจะเป็นปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยของประเทศก็ตาม แต่ขณะนี้ได้กลายมาเป็นปัญหาการเมืองจนได้

ทั้งนี้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กลายเป็นนักแสดงตัวเอก ณ ทำเนียบขาว โดยมีแนนซี เพโลซี อนาคตประธานสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเดโมแครตและชัค ชูเมอร์ ผู้นำของค่ายพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาเป็นคู่นักแสดงร่วม

อนึ่งฉากในการแสดงวันนั้นมีนักข่าวครบชุดไปร่วมบทบาทด้วย โดยประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่า “หากตนไม่ได้รับเงินห้าพันล้านเหรียญเพื่อสร้างกำแพงกั้นระหว่างสหรัฐฯกับแม็กซิโกก็จะมีการชัตดาวน์อย่างแน่นอน”
อนึ่งไม่กี่วันต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์มามาดใหม่บอกว่า “จะไม่ชัตดาวน์”
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อวันศุกร์ที่แล้วเขากลับลำตามแบบฉบับเดิมๆ สั่งให้มีการชัตดาวน์เกิดขึ้นและยังได้บอกว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจมากที่เป็นผู้สั่งปิดที่ทำการ”

ขณะที่เกิดปั่นป่วนเกี่ยวกับการชัตดาวน์อยู่นั้น จู่ๆประธานาธิบดีทรัมป์ก็มาในอีกบทใหม่ประกาศสั่งถอนกำลังทหารออกจากซีเรียและอัฟกานิสถานและมีผลทำให้รัฐมนตรีกลาโหมเจมส์ แมทติส ยื่นใบลาออกเพื่อต้องการประท้วง โดยเขาหวังจะออกจากตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์

แต่สองชั่วโมงต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งปลดนายพลผู้นี้ให้พ้นจากตำแหน่งในทันที!!!

และในทันทีทันใดนั้นสองอดีตรัฐมนตรีกลาโหมอันได้แก่ วิลเลียม โคเฮน สังกัดพรรครีพับลิกัน และชัด เฮเกิ้ล สังกัดพรรคเดโมแครตก็ได้ออกมาแถลงต่อต้านว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่มีความเหมาะสมในตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยประการทั้งปวง

ทั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ในทันที โดยดัชนีหุ้นตกฮวบอย่างน่าวิตก และอย่างที่คาดหมายประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้ออกมาแสดงบทบาทผู้นำมาเฟียขู่ว่า “จะสั่งปลดมร.เจอโรม พาวเวลล์ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ” ยิ่งทำให้ดัชนีในตลาดหุ้นร่วงกราวตกรูดลงไปอีก

นักแสดงมะกอกสามตะกร้าอย่างประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้ออกมาแสดงท่าทีใหม่อย่างไม่อายอีกครั้ง โดยพลิกลิ้นบอกว่า “จะไม่มีการปลดประธานธนาคารกลางแต่อย่างใด” แถมยังทำตัวเป็นพระเอกด้วยการไปปรากฎตัวพบปะกับทหารในอิรัก

การแสดงละครฉากใหม่นี้ ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ได้พุ่งสูงขึ้นกว่าหนึ่งพันจุด
ทั้งนี้การสั่งชัตดาวน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ครั้งนี้มิใช่เป็นครั้งแรกสำหรับปีนี้ โดยครั้งแรกมีขึ้นเมื่อวันที่ 20 มกราคมแต่มีขึ้นแค่เพียงสามวันและในเดือนกุมภาพันธ์ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้ชัตดาวน์อีกครั้ง แต่ก็เพียงแค่สามชั่วโมง
แต่ครั้งนี้ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า จะนานแค่ไหน ซึ่งคงจะขึ้นอยู่กับอารมณ์สวิงไม่นิ่งของประธานาธิบดีทรัมป์
ทั้งนี้จากผลเฉลี่ยของสำนักโพลต่างๆระบุอเมริกันชน 58% ก็ไม่เห็นด้วยกับการสร้างกำแพงและจากสำนักหยั่งเสียงสถานีโทรทัศน์ ซีบีเอส ระบุว่า ผู้ที่ไม่สังกัดพรรคไม่เห็นด้วยถึง 66%

ส่วนการหยั่งเสียงของมหาวิทยาลัย Quinnipiac ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการหยั่งเสียงระบุว่าแม้กระทั่งชาวเท็กซัสเองมีถึง 61% ที่มีพรมแดนกั้นระหว่างสหรัฐฯกับแม็กโกหลายร้อยไมล์ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

 และจากสำนักหยั่งเสียงกัลลัพปรากฎว่าในช่วงสองปีคะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ที่ 35%  โดยในช่วงเดียวกันคะแนนของประธานาธิบดีเอ็จ ดับเบิ้ลยู.บุชอยู่ที่ 51% ส่วนคะแนนของประธานาธิบดีบารัก โอบามาอยู่ที่ 43% และนับตั้งแต่ปี 1953 สมัยของประธานาธิบดีไฮเซ็นต์ฮาวเป็นต้นมา ไม่มีประธานาธิบดีคนใดเลยที่ได้รับคะแนนตกต่ำเท่ากับประธานาธิบดีทรัมป์

ทั้งนี้และทั้งนั้นฉากละครต่างๆที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น นับได้ว่าเป็นแค่เพียงฉากสั้นๆ แต่ละครที่ถือเป็นซีรีย์ม้วนยาวที่ยังคงเป็นปริศนาต่อเนื่องก็คงจะหนีไม่พ้นฉากที่ผู้คนต่างพากันสงสัยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าสู่ทำเนียบขาวอย่างขาวสะอาดหรือไม่?

โดยมีการตั้งข้อสงสัยกันว่าทีมของประธานาธิบดีทรัมป์สมรู้ร่วมคิดกับรัสเซียในการเลือกตั้งหรือไม่
ในกรณีนี้ได้มีการแต่งตั้งอัยการพิเศษโรเบิร์ต มูลเลอร์ ให้เข้ามาสะสางคดีตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2017 จนมีผลทำให้มีผู้ถูกกล่าวหาในขณะนี้ถึง 34 คนแล้ว โดยมีผู้ต้องหาเข้าไปอยู่ในซังเตแล้วหลายคน และคาดการณ์กันว่าการสืบสวนครั้งนี้อาจจะโยงใยไปจนถึงตัวประธานาธิบดีทรัมป์ก็เป็นไปได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาแก้ต่างกล่าวปฏิเสธเสียงแข็งตลาดเวลาว่า เขาไม่มีส่วนร่วมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

กล่าวโดยสรุปการแสดงละครของประธานาธิบดีทรัมป์ก็คงจะมีต่อเนื่องไปเรื่อยๆอีกหลายฉาก ตราบใดที่เขายังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ทันทีที่พรรคเดโมแครตซึ่งมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกในรอบแปดปีโดยชนะพรรครีพับลิกันอย่างทล่มทะลาย โดยจะเข้าสาบานตัวในวันที่ 3 มกราคมนี้ และพรรคเดโมแครตยังได้ตั้งปณิธานว่า “ต้องการจะปิดฉากหาทางปลดประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากตำแหน่ง” ซึ่งเราคงจะได้รับชมการแสดงละครในบทบาทใหม่ๆของประธานาธิบดีทรัมป์ฉากต่อๆไปว่าจะสนุกหรือจะเป็นฉากเศร้าเคล้าน้ำตาละครับ.

โดย…ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

Check Also

ผู้นำทั้งในอดีตและปัจจุบันของเมืองลุงแซมและของไทย

บทความในคอลัมน์นี้จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่ผมมักจะไม่ค่อยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองมากเท่าใดนัก แต่เนื่องจากการเลือกตั้งผู้นำประเทศคนใหม่ของไทยกำลังคืบคลานใกล้เข้ามาทุกทีๆ ผมจึงใคร่ขอตั้งข้อสังเกตบางประการ หากเราย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปทั้งของประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เราจะได้พบเห็นว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าชื่นชม ในกรณีของประเทศไทยนั้น นับว่าประชาชนพี่น้องชาวไทยโชคดีที่มีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ทรงปฏิรูปประเทศไทยให้มีความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจที่สำคัญๆอันได้แก่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีเลิกทาส  ป้องกันการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และจักรวรรดิอังกฤษ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *